ระทึก! เกิดเหตุระเบิด 3 จุดซ้อนในซีเรีย ดับ 16 ราย

เกิดเหตุระเบิดโจมตีร้านอาหาร 3 จุดซ้อนในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และบาดเจ็บ 30 ราย

นายรามี อับเดล ราห์มัน ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) เปิดเผยว่า ระเบิดเกิดขึ้นในร้านอาหาร 3 แห่ง ย่านที่อยู่อาศัยของชาวคริสเตียนลักษณะการก่อเหตุอย่างน้อย 1 ใน 3 จุด เป็นระเบิดฆ่าตัวตาย ด้านสำนักข่าวอามัค กระบอกเสียงของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ได้ออกแถลงการณ์อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุดังกล่าว

1451527634-8bbd2c1eb27bce748fd8be8a044db2c7

รายงานระบุว่า เมืองคามิชลี เป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มชาวเคิร์ด ซึ่งได้มีการตกลงร่วมมือกันด้านความมั่นคงในจังหวัดฮาซาเกห์ โดยจุดเกิดเหตุทั้ง 3 แห่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังรัฐบาลซีเรีย

ขอบคุณภาพ  สำนักข่าวไทย / ข้อมูล  เดลินิวส์

MThai News

ถ.มิตรภาพมุ่งหน้าอีสานรถหนาแน่นจราจรติดขัด

ประชาชนทะยอยเดินทางช่วงปีใหม่ การจราจรมุ่งหน้าอีสาน-เหนือ เคลื่อนตัวได้เล็กน้อย ขณะที่ หัวลำโพง เจ้าหน้าที่เข้มความปลอดภัยทุกจุด

บรรยากาศการจราจรเช้านี้ ในการเดินทางกลับบ้านช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่บนถนนวงแหวนรอบนอกขาออกมุ่งหน้าสู่ภาคอีสานและภาคเหนือ ช่วงก่อนถึงด่านเก็บเงินค่าผ่านทางธัญบุรี 3 กิโลเมตร พบว่า สภาพการจราจรเริ่มชะลอตัว รถยนต์จำนวนมากเริ่มเคลื่อนตัวได้ช้าลง

668665-01

แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนับว่ามีการเดินรถน้อยลง ทั้งนี้คาดว่าอาจเกิดจากการที่ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับก่อนวันที่ 31 ธันวาคม

ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน จากการสอบถาม ดาบตำรวจ สมศักดิ์ ปั้นโฉม หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงทับกวาง  จังหวัดสระบุรี พบว่า สภาพการจราจรติดขัดในช่วงรอยต่อระหว่างสระบุรีกับนครราชสีมา โดยหัวแถวอยู่ที่บริเวณกลางดง จ.นครราชสีมา ส่วนหางแถวอยู่ที่บริเวณเนินพระใหญ่ จ.สระบุรี

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงจุดบริการทางหลวงทับกวาง อีกทั้งในจุดดังกล่าวรถยนต์สามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ

คสช. ออก ม.44 ปราบแว้นป่วน-รถรับจ้างเมาขับ

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้ ม.44 ปราบแว้นป่วน-รถรับจ้างเมาขับ หากพบยึดรถ-ใบขับขี่ 7-30 วัน

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ เพื่อให้การระงับยับยั้งและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรวมถึงความเสียหายอันเกิดจาก การขับขี่ยานพาหนะ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปและจัดระเบียบสังคม อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบให้มีคําสั่ง ดังต่อไปนี้  คือ

668660-01
1.ในกรณีที่บุคคลกระทําการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะ เป็นการนําไปสู่การแข่งรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในทาง อันเป็นความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วย จราจรทางบก หรือ ขับขี่รถยนต์โดยสารสาธารณะ และรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร หรือ รถบรรทุกตั้งแต่หกล้อขึ้นไป ประมาทและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด เป็นเหตุให้มีบุคคลบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิต

ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก เจ้าพนักงานตํารวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง มีอํานาจยึดใบอนุญาตขับขี่ของบุคคลนั้นไว้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ไม่เกินสามสิบวัน รวมถึงสามารถนํารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สงสัยว่าจะใช้ในการกระทําดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราวไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เท่าที่จําเป็นต่อการป้องกันหรือรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยสาธารณะ และสามารถจับกุมและควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ เพื่ออบรมความประพฤติเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน แต่ไม่เกินสิบห้าวัน โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้ต้องหามิได้

2.เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการควบคุมตัวตามข้อ 1 แล้ว หากมีเหตุอันจะต้องดําเนินคดี ต่อบุคคลที่ถูกควบคุมตัวในฐานะเป็นผู้ต้องหา ให้ส่งตัวบุคคลนั้นให้พนักงานสอบสวนตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ไม่ถือว่าการควบคุมตัวตามข้อ 1 เป็นการควบคุมตัวตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

3.ในกรณีบุคคลที่ได้กระทําการตามข้อ 1 คือ เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของผู้ได้รับ ใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางบกมีอํานาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งปิดกิจการนั้นเป็นการชั่วคราว ไม่เกินสิบห้าวัน เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนรู้เห็นและได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ขับรถกระทําการดังกล่าว

4.เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งกระทําการไปตามอํานาจหน้าที่ตามคําสั่งโดยสุจริต และไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกว่ากรณีจําเป็น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 17 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ

5. คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้า คสช.