เอาจริง! ‘กรมขนส่ง’ ลงดาบรถร่วมขายตั๋วเกินราคา

กรมขนส่ง เอาจริง ลงดาบรถร่วมจำหน่ายตั๋วเกินราคา ชี้ กระทำผิดซ้ำครั้งที่ 2 สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร รักษาการรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อร้องเรียนเรื่องรถสายกรุงเทพฯ – ตาก และกรุงเทพฯ – กำแพงเพชร จำหน่ายตั๋วเกินราคานั้น กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับแล้ว จำนวนรายละ 10,000 บาท ส่วนกรณีรถสายกรุงเทพฯ – ศรีษะเกษ

668558-01

และเส้นทางกรุงเทพฯ – สุรินทร์ ซึ่งผู้ประกอบการเป็นเจ้าของบริษัทเดียวกัน กระทำความผิดจำหน่ายตั๋วเกินราคาเป็นครั้งที่ 2 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับรวมแล้ว 40,000 บาท และปิดช่องจำหน่ายตั๋วเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ หากพบกระทำความผิดซ้ำ จะดำเนินการปิดช่องจำหน่ายตั๋วถาวร ซึ่งจากนี้ทาง บขส. จะต้องส่งหนังสือชี้แจงมายังกรมการขนส่งทางบก และสามารถขอเสนอเพิกถอนใบอุนญาต ยกเลิกเส้นทางการเดินรถได้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวฯ เป็นรถร่วมของ บขส.

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก ได้กำชับให้ บขส. ดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถอย่างเคร่งครัด พร้อมต้องติดป้ายแสดงราคาค่าโดยสารที่ช่องจำหน่ายตั๋วอย่างชัดเจน ซึ่งหากประชาชนพบการกระทำความผิด สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดูแลผู้โดยสาร ตามจุดให้บริการในสถานีขนส่งหมอชิต และอาคารโดยสารทั่วไป หรือ สามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1584

แฉพฤติกรรมสุดแย่ รถแดงเชียงใหม่ ส่งผิดที่ แถมทิ้งผู้โดยสาร

แฉพฤติกรรมสุดแย่ รถแดงเชียงใหม่ ส่งผิดที่ แถม ทิ้งผู้โดยสาร

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อคุณ The Audio Architect โดยได้เผยประสบการณ์แย่ๆ ที่ได้รับหลังจากใช้บริการรถสองแถวแดง ซึ่งเป็นขนส่งประจำถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าของกระทู้เผยว่า ระบบขนส่งรถแดงเปรียบเสมือนเชื้อโรคเรื้อนที่ลุกลามทำลายภาพลักษณ์เมืองวัฒนธรรมที่งดงาม ของเชียงใหม่

นอกจากเหตุการณ์เพื่อนนักปั่นจักรยานของตนถูกรถแดงพุ่งมาชนด้านหลังใน ระหว่างที่ติดไฟแดง และเหตุการณ์ที่รถเรียกราคาแพงเกินเมื่อเทียบกับระยะทาง เพียงแค่เห็นบุคลิกการพูดจาของเราที่เหมือนนักท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ถนนที่สุดมักง่าย อยากจอดก็จอด อยากปาดแซงก็แซง จนเชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่สถิติอุบัติเหตุอันดับต้นๆ ของเมืองไทย  

รถแดงเชียงใหม่ ส่งผิดที่ แถม ทิ้งผู้โดยสาร

ล่าสุด น้องรหัสคณะฯ ของตน เดินทางมาจากระยองเที่ยวเชียงใหม่คนเดียว ตัดสินในโบกรถแดงจากถนนนิมมานเหมินทร์เพื่อมาที่หน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรไนท์ซาฟารี หางดง  ซึ่งตอนโบกรถบอกเส้นทางคนขับรถแดงคันดังกล่าวอย่างละเอียด คนขับอิดออดว่าไกลเพราะต้องขับเลยสนามบินไปอีก และเรียกค่ารถ 150 บาท  

พอตกลงราคาเรียบร้อยก็ขึ้นรถแต่คนขับรถแดง ไปส่งผู้โดยสารคนอื่นในคูเมือง จากนั้นก็ขับรถไปส่งน้องรหัสของตน แต่กลับไปส่งผิดที่ ห่างจากจุดหมายกว่า 15 กิโลเมตร แถมยังปล่อยทิ้งไว้ที่นั่นด้วย ทำให้ตนต้องขับรถออกไปรับน้องแทน

“อยากเตือนเพื่อนๆ ที่จะมาเที่ยวเชียงใหม่ครับ ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง และมองหาทางเลือกอื่นสำหรับการเดินทางแทน หรือก่อนโบกหรือสัญจรโดยรถสองแถวแดง ควรถ่ายภาพคนขับ ถ่ายภาพทะเบียนรถไว้ ถ้าเจอพฤติกรรมทิ้งผู้โดยสาร หรือพาไปผิดทางจะได้ร้องเรียนหรือแจ้งความได้”
ที่มา http://pantip.com/topic/34605656

MThai News

ปะทะกันหน้า ‘เอแบค’ ปมอธิการฯใหม่ไม่ได้ทำงาน

เกิดเหตุปะทะหน้า ม.เอแบค หลังอธิการฯ คนใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เชื่อ ขัดแย้งภายใน

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ ได้แชร์ภาพเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มชายฉกรรจ์และ รปภ. บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค วิทยาเขตหัวหมาก โดยมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดประตูรั้ว แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถเปิดประตูรั้วให้ได้ เนื่องจากเป็นบุคคลภายนอกจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาด้านใน

11

ล่าสุดวันนี้ (30 ธ.ค.) มีรายงานว่า ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นที่มหาวิทยาลัยเอแบคหัวหมากอีกครั้ง โดยเชื่อว่ากรณีดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัย เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดร.สุทธิพร ประทุมเทวาภิบาล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ปฎิบัติหน้าที่อธิการบดีเอแบคคนใหม่ ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดเก่าของทางมหาวิทยาลัยฯ ได้นำถังดับเพลิงมาฉีดสกัดกลุ่มของ ดร.สุทธิพร เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าภายในมหาวิทยาลัยได้

อย่างไรก็ตาม ทางสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดถึงกรณีดังกล่าวในเร็วๆ นี้

ขอบคุณภาพจาก  TNEWS

MThai News