ตำรวจควบคุมตัว ‘เสี่ยบิ๊ก’ ผู้ต้องหาโกงเงิน 2,100 ล้านบาท ไปขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ทางด้าน เลขาธิการ ปปง. เตรียมสอบเพิ่ม
วันนี้ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ เสี่ยบิ๊ก ประธานสโมสรฟุตบอล เพื่อนตำรวจ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในฐานความผิด ร่วมกันปลอมตั๋วเงิน และใช้ตั๋วเงินปลอม, ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

โดยขณะนี้เป็นการสอบปากคำเพิ่มเติม ในส่วนของเส้นทางการเงิน ซึ่ง นายสัมฤทธิ์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วน นายสัมฤทธิ์ จะรับสารภาพตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการ เบื้องต้น ในส่วนของ ปปง. ได้มีการยึดทรัพย์ของ นายสัมฤทธิ์ มาแล้วจำนวนกว่า 800 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ส่วนจะมีการนำเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ไปซื้อสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ และมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ ภายหลังพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมนานกว่า 3 ชั่วโมง ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก โดยคัดค้านการประกันตัว
ทนายความปธ.เพื่อนตร.ยื่น10ล.ขอประกันตัวศาล
พนักงานสอบสวน คุมตัว นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ เสี่ยบิ๊ก ประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในฐานความผิดร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม, ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ที่มาฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 19 – 30 ม.ค.59 เนื่องจากยังสอบปากคำพยานไม่แล้วเสร็จ ต้องรอพิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสอบประวัติอาชญากร ผู้ต้องหา
ขณะที่ นายธราเทพ ยติกุลเกษม ทนายความส่วนตัวของ นายสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ได้มีการยื่นหลักทรัพย์มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว หลัง นายสัมฤทธิ์ ถูกพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัวมาขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีหลักทรัพย์ใดบ้าง
ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง ให้ความเป็นธรรมกับ นายสัมฤทธิ์ เนื่องจากถูกข่มขู่จากกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี และมั่นใจว่า นายสัมฤทธิ์ มีความบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการที่ นายสัมฤทธิ์ ถูกจับกุม ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ เนื่องจากในฤดูกาลหน้าสโมสรเพิ่งได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก
ที่มา INN
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com


