ปี 2020 หุ่นยนต์จะทำมนุษย์สูญงาน 5 ล้านตำแหน่ง !

ปี 2020 หุ่นยนต์จะทำให้มนุษย์สูญเสียตำแหน่งงานไปมากกว่า 5.1 ล้านงาน โดยเฉพาะใน 15 ประเทศชั้นนำ

นายทาคาฮิโระ โยชิดะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครื่องบินที่สังกัดกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น บอกกับผู้สื่อข่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ X-2 จะยังเป็นเพียงแค่เครื่องบินสาธิตเท่านั้น แต่อย่างน้อยขณะนี้ญี่ปุ่นก็มีทางเลือกในการพัฒนาเครื่องบินขึ้นเอง เพื่อนำไปใช้ในกองกำลังป้องกันตนเองในอนาคต

การศึกษาล่าสุดพบตลาดแรงงานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการหุ่นยนต์ และระบบปัญหาประดิษฐ์ไฮเทค โดยวิถีการทำงานแบบใหม่จะทำให้มนุษย์สูญเสียตำแหน่งงานไปมากกว่า 5.1 ล้านงาน ในอีก 5 ปีนับจากนี้ โดยเฉพาะใน 15 ประเทศชั้นนำของโลกที่ตลาดแรงงานจะมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในปี 2563

การคาดการณ์นี้เป็นผลจากการศึกษาของ World Economic Forum (WEF) ซึ่งกำลังจัดงานประชุมประจำปีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เบื้องต้น ตัวเลข 5 ล้าน 1 แสนตำแหน่งงานที่ชาวโลกจะสูญไปเพราะถูกหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนนั้นถูกคำนวณจากการหักลบระหว่างงาน 7 ล้าน 1 แสนตำแหน่ง ที่เชื่อว่าเป็นจำนวนรวมทั้งหมดของงานที่หุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต กับตำแหน่งงานใหม่ 2 ล้านงานที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

นายเคลาส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้ง WEF กล่าวว่า ตำแหน่งงาน 7 ล้านตำแหน่งจะหายไป และเพิ่มขึ้น 2 ล้านตำแหน่งอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในประเทศพัฒนาแล้วและเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก แอฟริกาใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

รายงานระบุว่า การศึกษานี้ดำเนินใน 15 ประเทศชั้นนำของโลก โดย 15 ประเทศยักษ์ใหญ่นี้มีขนาดเศรษฐกิจยิ่งใหญ่ครอบคลุมตลาดแรงงานโลกร้อยละ 65 หรือมีแรงงานกว่า 1 พัน 900 ล้านคน ทำให้การศึกษานี้ฉายภาพชัดเจนว่า ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์จะถูกนำมาทำงานที่มีรูปแบบแผนตายตัวแทนแรงงานคนในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการผลิต ไปจนถึงภาคธุรกิจด้านสุขภาพ หรือเฮลธ์แคร์

16

นอกจากนี้ องค์การแรงงานนานาชาติ หรือ ILO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ยังประเมินว่า อัตราการว่างงานของชาวโลกจะเพิ่มขึ้นอีกราว 11 ล้านคนในปี 2563 โดย 2 ใน 3 ของตำแหน่งงานที่ คาดว่าจะเป็นงานในสำนักงาน และงานจัดการเอกสาร ที่เครื่องมืออัจฉริยะสามารถจัดการงานกิจวัตรประจำวันได้แทนแรงงานคน

สถิติทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ในรายงานของ WEF ภายใต้รายงานชื่อ “The Fourth Industrial Revolution” หรือ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ภาพบนหน้าปกรายงานนั้นประกอบด้วย ภาพหุ่นยนต์ รวมถึงหลากหลายภาพที่แสดงถึงเทคโนโลยีนาโน ระบบงานพิมพ์ 3 มิติ และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดหลักของการประชุมประจำปีที่เมืองดาวอส ตลอดช่วง 20-23 มกราคมนี้

ที่น่าสนใจคือ รายงานเรื่อง “Future of Jobs” ที่ถูกรวมไว้ในเล่มนั้นมีการแสดงรายชื่องานที่จะหายไปในแต่ละอุตสาหกรรมโลกด้วย โดยอุตสาหกรรมด้านสุขภาพอนามัยนั้น ถูกมองว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากผลของเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการรักษาทางไกล หรือเทเลเมดิซีน (Telemedicine) รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน โดยตำแหน่งงานที่จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคตคือ กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูล และตัวแทนขายสินค้าเฉพาะทาง

รายงานยังระบุด้วยว่า ผู้หญิงจะเป็นกลุ่มที่สูญงานมากกว่าชาย เนื่องจากงานในสำนักงาน และงานเอกสารนั้นเป็นงานที่ผู้หญิงมีบทบาทมากกว่าชาย

MThai News

เตือนภัย! โจรโหดจี้แทงสาว 3 คนรวดในคืนเดียว

เตือนภัย! โจรโหดจี้แทงสาว 3 คน รวดภายในคืนเดียว ที่ จ.สุรินทร์

จากกรณีที่ เฟซบุ๊กเพจ หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัย หลังมีหญิงสาว 3 คน ถูกจี้แทงในคืนเดียว โดยนายธนธัช รุ่งธนเกียรติ์ ประธานหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ หรือ กู้ภัย 1 ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียหาย 3 คน ประกอบด้วย

1. นางสาวอัมพร มากแสน ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลม มีแผลฉีกขาดบริเวณสะบักขวา ลึก 3 เซนติเมตร มีภาวะเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด ข้างขวา อาการปลอดภัย ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสุรินทร์

2. นางอนงค์นาค นิยมทอง อายุ 39 ปี ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลม มีแผลฉีกขาดบริเวณสะบักขวา ยาว 2 เซนติเมตร แพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ทำการเย็บแผลให้กลับบ้านได้

3. นางสาวบัวบาน สมัครสมาน อายุ 22 ปี ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลม มีแผลฉีกขาดบริเวณสะบักขวา ลึก 3 เซนติเมตร มีภาวะปอดฉีกขาด มีลมและเลือดในช่องเยื่อปอดขวา อาการสาหัสและกำลังตั้งครรภ์ ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ห้อง ไอซียู โรงพยาบาลสุรินทร์

ทั้งนี้ นายธนธัช กล่าวต่อว่า หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุ จากศูนย์นเรนทรสุรินทร์ 1669 ว่ามีเหตุแทงกัน รายแรกเกิดเหตุ เลย กม.8 ไป 100-200 ม. พลเมืองดีนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จาการตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่าเป็นการแทงเพื่อชิงทรัพย์

15

พอรถหน่วยกู้ภัยสุรินทร์กลับถึงที่ตั้ง ก็ได้รับแจ้งทางวิทยุอีกว่า เกิดเหตุแทงชิงทรัพย์อีกครั้งถึงตรงสี่แยกนอกเต่า ถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ สายสุรินทร์-ปราสาท พลเมืองดีนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บยังโรงพยาบาลสุรินทร์อาการปลอดภัย จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลือง ไม่ทราบทะเบียน เป็นชายไทย รูปร่างท้วม ผิว ดำ-แดง อายุประมาณ 25-30 ปี เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว

หลังจากนั้น สักพักหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ก็ได้รับแจ้งทางวิทยุอีกว่า มีการแทงชิงทรัพย์ ที่บริเวณปั้ม ปตท. ก.ม.ที่ 3-5 ใกล้ ๆ สวนป่ารีสอร์ท ถนนสุรินทร์-ปราสาท พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ เกิดเหตุ 3 ราย ภายในคืนเดียว ทางหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จึงจำเป็นต้องออกมาแจ้งเตือนสังคม

ด้าน พันตำรวจเอกสุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้เกะรอยคนร้ายก่อเหตุ จากการสืบสวนพอทราบตัวคนร้ายแล้ว คาดว่าจะออกหมายจับได้ในเร็ววันนี้ เพราะหากปล่อยไว้โจรโรคจิตรายนี้ อาจก่อเหตุซ้ำกับผู้หญิงอีกและอาจมีผู้เสียชีวิตได้

MThai News

ประกาศ! ‘สรรพากร’ แจ้งปิดระบบยื่นแบบบนอินเตอร์เน็ตชั่วคราว

‘กรมสรรพากร’ แจ้งปิดระบบให้บริการยื่นแบบบนอินเตอร์เน็ต และระบบบริการอื่นๆ ชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสรรพากรแจ้งปิดระบบให้บริการยื่นแบบบนอินเตอร์เน็ต และระบบบริการอื่นๆ ชั่วคราว เพื่อให้การไฟฟ้านครหลวงเข้าดำเนินการตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559 เวลา 17.00 น. จนถึงวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.00 น.

12654224_1209860939042718_1888262289346032710_n

จึงส่งผลให้ระบบงานบางระบบไม่สามารถใช้งานได้ เช่น บริการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต ระบบ RD Smart Tax (Mobile Application) ระบบยื่นคำร้องขออนุมัติเป็น IHQ หรือ ITC ระบบแจ้งขอเป็นผู้ประกอบการบัญชีชุดเดียว (SMEs) ระบบสอบถามปัญหา/แนะนำ/ร้องเรียน (Contact us) ระบบสอบถามข้อมูลการคืนภาษี ระบบบริการจดทะเบียน ระบบบริการค้นข้อมูลตต่างๆ ระบบประกาศประกวดราคา และอื่นๆ

ทางกรมสรรพากรจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ หากมีข้อสังสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร RD Call Center โทร. 1161

ที่มา กรมสรรพากร ( Revenue Department )

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News