DSIแจงไร้คำสั่งนายกฯใช้ม.44 ค้นวัดปากน้ำ-ตรวจรถหรู

ดีเอสไอ แจง ไร้คำสั่ง นายกฯให้ใช้ ม .44 เข้าค้นวัดปากน้ำ ปม “สมเด็จช่วง” ครองรถหรู เตือน ขบวนการปล่อยข่าวเท็จ คนแชร์ต่อผิดทั้งคู่

วันที่ 17 ม.ค.58 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณชนให้ทราบโดยทั่วกันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ให้ ดีเอสไอปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าว และดีเอสไอ ก็มิได้มีการประชุมลับ หรือเตรียมการจะปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

โดยกรณีที่มีการสร้างข่าวเท็จขึ้นนี้ อาจเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พระพุทธอิสระ ได้ยื่นเรื่องขอให้ ดีเอสไอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้ว

เนื่องจากดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่อาจนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร จำนวนกว่า 5,000 คัน ซึ่งก็รับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวนว่ามีความเป็นมาอย่างไร

dsi mthai

MThai News 

อินโดจับ12คนเอี่ยวโจมตี-1รายรับเงินจากIS

อินโดนีเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้อวกับการ “โจมตีกรุงจาการ์ต้า” แล้ว 12 ราย รวมถึงรายหนึ่งที่เป็นผู้ถือเงินสนับสนุนจากไอเอส ราว 2,500 -5,000 ดอลลาร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ตำรวจอินโดนีเซีย จับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องการโจมตีในกรุงจาการ์ต้าเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้แล้ว 12 คน รวมถึงคนหนึ่งที่ทางการเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนแก่ปฏิบัติการโจมตี ซึ่งได้รับเงินทุน จากกลุ่มไอเอสในซีเรีย โดย ผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซีย กล่าวว่าการจับกุมบุคคลเหล่านี้มีขึ้นทางภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของเกาะชวา และที่จังหวัดกาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว

IS indo mthai

ชายผู้ต้องสงสัยรับเงินก่อเหตุจากกลุ่มไอเอส ราว 2,500 ถึง 5,000 ดอลลาร์ ได้รับเงินที่โอนผ่านทางนายบาห์รุน นาอิม ชาวอินโดนีเซียหัวรุนแรง แนวร่วมกลุ่มไอเอส และเชื่อกันว่าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม คาติบาห์ นูซานตาร่า และเป็นผู้รับคำสั่งโจมตีกรุงจาการ์ตาจากกลุ่มไอเอสในซีเรีย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย ได้เผยรายชื่อพลเรือน 2 คน ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ คือ นายทาฮาร์ อาเมอร์กวาลี ชาวแคนาดา-แอลจีเรีย ถือ 2 สัญชาติ ซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายยิง ส่วนอีกคน นายริโค เฮอร์มาวาน ชาวอินโดนีเซีย ถูกกระสุนของตำรวจ ขณะกลุ่มคนร้ายระเบิดโจมตีป้อมตำรวจจราจรบริเวณสี่แยกบนถนนสานหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 คน

โพลห่วงเคลื่อนไหวค้านตั้งสังฆราช-ขออย่าแตกแยก

สวนดุสิตโพล เผย ประชาชนแนะตั้ง “สมเด็จพระสังฆราช” เห็นต่างได้ แต่ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว ขอทุกฝ่ายเร่งหาทางออกร่วมกัน แต่งตั้งตามกฎระเบียบ
จากที่มีการคัดค้านการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งการแต่งตั้งและการคัดเลือกเป็นหน้าที่ของมหาเถรสมาคม จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและจะต้องมีพิธีการตามหลักจารีตประเพณี ทุกขั้นตอนจึงต้องทำทุกอย่างให้รอบคอบที่สุด เพราะเป็นการสถาปนาตำแหน่งสำคัญที่อยู่บนความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของพุทศาสนิกชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน ทั่วประเทศ จำนวน 1,167 คน ระหว่างวันที่ 11-16 มกราคม 2559 สรุปผลได้ดังนี้

93-2
เมื่อถามความเห็นต่อความขัดแย้ง กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ร้อยละ 79.18 ระบุเห็นต่างได้แต่ไม่ควรออกมาคลื่อนไหว ร้อยละ 67.10 ควรติดตามข่าวอย่างมีสติและรอฟังผลจากมหาเถรสมาคม และร้อยละ 64.78 ควรรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียง ให้สมกับเป็นเมืองพุทธ

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนห่วงต่อความขัดแย้ง ร้อยละ 82.78 การออกมาคัดค้าน ทั้งในหมู่พระสงฆ์และฆราวาส ร้อยละ 80.98 การแต่งตั้งล่าช้าออกไป หาข้อสรุปไม่ได้ ร้อยละ 70.18 การปล่อยข่าวสร้างกระแสมุ่งหวังผลประโยชน์
และเมื่อถามถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ร้อยละ 76.86 ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการหาทางออกร่วมกัน ร้อยละ 71.98 อาจใช้วิธีแต่งตั้งตำแหน่งรักษาการไปก่อน และร้อยละ 68.64 พิจารณาตามขั้นตอนต้องโปร่งใส ชี้แจงเหตุผลได้ชัดเจน

ท้ายที่สุดในฐานะพุทธศาสนิกชน สิ่งที่อยากฝากบอก ร้อยละ 74.55 ขอให้การแต่งตั้งเป็นตามกฎระเบียบของสงฆ์ ร้อยละ 69.41ขอให้ทุกคนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ร้อยละ 61.70 ขอให้พระสงฆ์ทุกรูปยึดหลักพระธรรมวินัย