ทีม ศก.เพื่อไทย คาดปี 59 เศรษฐกิจไทย ยังย่ำแย่ไม่ต่างจากปีก่อน ปชช.อาจลำบากกว่าเดิม รบ.คาดหวังการลงทุนเพิ่มเป็นเรื่องที่เกิดยาก
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ได้คาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2559 ว่า ยังคงมีสภาวะย่ำแย่ไม่ต่างจากปี 2558 แต่ประชาชนอาจจะลำบากมากกว่าเดิม เพราะเจอผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง โดยภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้นนัก แม้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะฟื้นตัวแล้ว

แต่ประเทศไทยจะไม่ได้รับประโยชน์ เพราะสหรัฐฯ ประกาศตัดจีเอสพีไทยในต้นปี 2559 นี้ แถมมีการเรียกร้องไม่ให้ซื้ออาหารทะเลจากไทย และจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ คาดกันว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อเนื่อง ทำให้เงินทุนไหลออกกลับไปสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัว และตลาดหุ้นของไทยจะผันผวน
ส่วน อียู ก็ยังคงตัดจีเอสพี และไม่เจรจาเขตการค้าเสรีกับไทย เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย เท่ากับราคา สินค้าไทยต้องแพงขึ้นเนื่องจากต้องจ่ายภาษีเต็ม ซึ่งจะสู้สินค้าคู่แข่งไม่ได้ ขณะที่เศรษฐกิจจีน ยังคงซบเซาต่อเนื่องไปอีกหลายปี จึงหวังที่จะพึ่งจีนได้ยาก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ก็ยังไม่ฟื้น การคาดหวังก็คงได้เฉพาะการค้ากันเองในกลุ่มอาเซียน แต่ในอนาคตไทยอาจจะต้องนำเข้าจากอาเซียนมากกว่าจะส่งออกเพราะการลงทุนที่ลดลง
ดังนั้นการที่รัฐบาลคาดหวังว่าการส่งออกที่ตกต่ำในปี 2558 ที่ลดลงกว่า 5.5% จะกลับมาโต 5% ในปี 2559 คงเป็นไปได้ยาก การที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะมีการลงทุนเพิ่มหนึ่งเท่า คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะนักลงทุนในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ต้องการเสี่ยงที่จะลงทุนในไทย
เพราะไม่แน่ใจว่าจะเจอการกีดกันการค้าในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มอีก ซึ่งไทยโดนเรื่อง ICAO, IUU, FAA และถูกตัดจีเอสพี มาแล้ว อีกทั้ง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการดำเนินคดีในแบบต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล แถมยังมีการโยกย้ายการลงทุนออกไปแล้ว ซึ่งการโยกย้ายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามได้ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน การคาดหวังจะเกิดคลัสเตอร์ของการลงทุนจึงเกิดได้ยาก เพราะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามา


