องอาจติงมีชัย ขู่หากไม่ผ่านประชามติ จะร่างใหม่

รองหัวหน้า ปชป. “องอาจ” ติง มีชัย ขู่หากไม่ผ่านประชามติ จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่โหดกว่านี้ พร้อมเรียกร้องปรับแก้ไข ยึด 4 สาระสำคัญ แนะกรธ.เขียนที่มานายกฯคนนอกให้ชัด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวฝากไปถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้คำนึงสาระสำคัญ 4 ข้อ คือ

1. การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจรัฐ ถือเป็นต้นน้ำของการใช้อำนาจรัฐของนักการเมือง 2. การกำหนดกลไกการใช้อำนาจด้วยความเป็นธรรม โดยเฉพาะรัฐบาล 3. ควรสร้างระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เข้มแข็ง และ 4. การสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจตุลาการและนิติบัญญัติ ส่วนทางพรรคจะมีการหารือเบื้องต้นถึงข้อเสนอแนะในสัปดาห์นี้ และจะต้องพิจารณาช่องทางการส่งข้อคิดเห็นไปยัง กรธ.

675379-01

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะร่างใหม่ให้โหดกว่านี้นั้น ถือเป็นการข่มขู่ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดในทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ระมัดระวังท่าที เพราะภาระหน้าที่ กรธ. คือ การสร้างความเข้าใจประชาชนให้ยอมรับ

นอกจากนี้ นายองอาจ ยังกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ยังมีส่วนที่ต้องปรับแก้เพิ่มเติมหลายประเด็น อาทิ เรื่องการศึกษาที่มีการเขียนไว้ในมาตรา 50 ให้รัฐดำเนินการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั้น ควรเพิ่มเป็น 12 ปี เหมือนในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ส่วนการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ รัฐต้องดูแลตั้งแต่ก่อนวัยเรียน การกำหนดสิทธิชุมชน ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ควรบัญญัติให้รองประธานผู้แทนราษฎร มาจากฝ่ายค้าน 1 คน เพื่อถ่วงดุลการทำงาน การบัญญัติการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้เขียนเรื่องกระทู้สดไว้

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีคนนอก กรธ. ต้องเขียนให้ชัดเจน ว่า ยังมีเจตนารมณ์เดิมที่เข้ามาแก้วิกฤติ แต่เหตุใดเปิดให้มีได้ตามช่องทางปกติ ส่วนระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาให้โอกาสในการซื้อเสียงมีมากขึ้น ประชาชนไม่สามารถแสดงเจตจำนงที่แท้จริงในการไปเลือกตั้งได้ เพราะประชาชนอาจพึงพอใจพรรค แต่ไม่พอใจ ส.ส.

ไฟไหม้ชุมชนเก่าที่จ.นครพนมสูญไม่ต่ำกว่า5ล.

ที่จังหวัดนครพนม ไฟไหม้ชุมชนข้างวัดพระธาตุเรณูนคร วอด 3 หลัง เสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

675377-01
ที่ตำบลเรณู อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเรณู ได้ระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้บ้านเรือนชุมชนเก่า บริเวณใจกลางเทศบาลตำบลเรณูนคร ข้างวัดพระธาตุเรณู ส่งผลให้บ้านเรือนแบบสองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่อยู่ติดกันถึง 3 หลัง ได้รับความเสียหาย ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว มิฉะนั้น ไฟอาจลุกลามไปยังบ้านเรือนที่อยู่ติดกันเป็นจำนวนมาก เพราะเทศบาลตำบลเรณู เป็นบ้านเรือนชุมชนเก่าแก่ และทางตำรวจก็ได้เร่งตรวจสอบ เก็บหลักฐาน สอบสวนหาสาเหตุโดยละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ คาดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

จับศึกรองเจ้าอาวาสวัดดัง ดิ้นไม่หลุด คลิปตุ๋ยเด็ก 10 ขวบ-อมนกเขามัดตัว

จับอดีตพระรองเจ้าอาวาสวัดดังศึก หลังมีคลิปฉาวกับเด็กผู้ชายหลายคน ล่าสุดจนต่อหลักฐาน รับสารภาพ พร้อมถูกดำเนินคดีทันที

0123

เมื่อวันที่29 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้หม่ ได้นำตัว ‘พระรุด’ อดีตรองเจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม หมู่ที่3ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ให้เจ้าคณะอำเภอแจ้ห่ม ทำการสึกพร้อมทั้งนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันที

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ย.58 ที่ผ่านมา หลังมีคลิปพระรุด ทำอนาจาร และประกอบกิจทางเพศกับชายคนหนึ่งแพร่กระจายไปในพื้นที่ แสดงให้เห็นการถ่ายภาพด้านหลัง ขณะที่ในภาพมีชายหัวโล้น ที่มือด้านขวามีรูปรอยสักเป็นการ์ตูน ขณะกำลังออรัลเซ็กส์เด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านที่เห็นภาพเชื่อว่าเป็นพระรุด มีตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว จนมีการรวมตัวของชาวบ้านจำนวนเกือบ 200คน เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ในอำเภอแจ้ห่ม มีการสอบสวนเอาผิดกับพระรุด ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นการกระทำที่มิควรอย่างยิ่ง ทำให้ศาสนาพุทธมั่วหมอง

ทั้งนี้การสอบสวนครั้งนั้น พระรุดได้ให้การปฎิเสธ จนชาวบ้านขับไล่ให้พ้นออกจากวัด โดยพระรุดได้ไปจำวัดแห่งหนึ่งในอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กในภาพ และผู้ปกครองอีกหลายคน พาบุตรเข้าแจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม จึงได้สอบปากคำ รวบรวมทั้งพยาน จึงเดินทางไปจับตัวที่วัดในจังหววัดน่าน กลับมาดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุ และพระรุด ได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ว่าได้กระทำอนาจารต่อเด็กจริง โดยจะให้เงินเด็กครั้ง 50-100 บาท และบางครั้งก็ให้ขนมเป็นค่าตอบแทน หลังจากทำการสึกพระรุดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ​

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News