รองหัวหน้า ปชป. “องอาจ” ติง มีชัย ขู่หากไม่ผ่านประชามติ จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่โหดกว่านี้ พร้อมเรียกร้องปรับแก้ไข ยึด 4 สาระสำคัญ แนะกรธ.เขียนที่มานายกฯคนนอกให้ชัด
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวฝากไปถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้คำนึงสาระสำคัญ 4 ข้อ คือ
1. การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจรัฐ ถือเป็นต้นน้ำของการใช้อำนาจรัฐของนักการเมือง 2. การกำหนดกลไกการใช้อำนาจด้วยความเป็นธรรม โดยเฉพาะรัฐบาล 3. ควรสร้างระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เข้มแข็ง และ 4. การสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจตุลาการและนิติบัญญัติ ส่วนทางพรรคจะมีการหารือเบื้องต้นถึงข้อเสนอแนะในสัปดาห์นี้ และจะต้องพิจารณาช่องทางการส่งข้อคิดเห็นไปยัง กรธ.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
นอกจากนี้ นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะร่างใหม่ให้โหดกว่านี้นั้น ถือเป็นการข่มขู่ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดในทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ระมัดระวังท่าที เพราะภาระหน้าที่ กรธ. คือ การสร้างความเข้าใจประชาชนให้ยอมรับ
นอกจากนี้ นายองอาจ ยังกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ยังมีส่วนที่ต้องปรับแก้เพิ่มเติมหลายประเด็น อาทิ เรื่องการศึกษาที่มีการเขียนไว้ในมาตรา 50 ให้รัฐดำเนินการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั้น ควรเพิ่มเป็น 12 ปี เหมือนในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ส่วนการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ รัฐต้องดูแลตั้งแต่ก่อนวัยเรียน การกำหนดสิทธิชุมชน ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ควรบัญญัติให้รองประธานผู้แทนราษฎร มาจากฝ่ายค้าน 1 คน เพื่อถ่วงดุลการทำงาน การบัญญัติการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้เขียนเรื่องกระทู้สดไว้
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีคนนอก กรธ. ต้องเขียนให้ชัดเจน ว่า ยังมีเจตนารมณ์เดิมที่เข้ามาแก้วิกฤติ แต่เหตุใดเปิดให้มีได้ตามช่องทางปกติ ส่วนระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาให้โอกาสในการซื้อเสียงมีมากขึ้น ประชาชนไม่สามารถแสดงเจตจำนงที่แท้จริงในการไปเลือกตั้งได้ เพราะประชาชนอาจพึงพอใจพรรค แต่ไม่พอใจ ส.ส.


