ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติอาจได้ค้นพบซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดและมีความสว่างไสวมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงกว่า 5 แสน 7 หมื่นล้านเท่า
วันนี้ (28 ม.ค.) รายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 รายงานแถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท ซึ่งทำการศึกษา ระบุว่า ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติอาจได้ค้นพบซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดและมีความสว่างไสวมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงกว่า 5 แสน 7 หมื่นล้านเท่า และสว่างไสวกว่าดาวทุกดวงในทางช้างเผือกรวมกัน และนี่อาจเป็นซูเปอร์โนวาที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดและมีความสว่างไสวมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงกว่า 5 แสน 7 หมื่นล้านเท่า
ขณะนี้นักดาราศาสตร์กำลังจับตาดูแก๊สร้อนที่อยู่ห่างจากโลกออกไปหลายพันล้านปีแสงแต่แผ่พลังงานมากกว่าดวงอาทิตย์หลายแสนล้านเท่าเลยทีเดียว ทั้งที่ใจกลางของมันนั้นใหญ่เพียงแค่ 10 ไมล์เท่านั้น
แต่นักดาราศาสตร์ก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าวัตถุชนิดนี้เป็นวัตถุอะไรกันแน่ ซึ่งหากว่าแก๊สนี้เป็นผลมาจากซูเปอร์โนวา ก็นับว่าเป็นซูเปอร์โนวาที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยสังเกตการณ์
นักวิจัยเผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการ Science โดยรายงานว่าได้พบวัตถุที่ใจกลางของมันเป็นดาวที่เรียกว่า แมกเนตาร์ หรือดาวนิวตรอนที่มีสนามแม่เหล็กที่กำลังแรงมาก ซึ่งจัดว่าเป็นดาวหายาก ที่แผ่พลังงานจนเกือบถึงค่าสูงสุดที่จะเป็นไปได้ตามหลักของฟิสิกส์
ทีมนักดาราศาสตร์มืออาชีพและมีสมัครเล่นกำลังจับตาดูแก๊สที่อาจจะเป็นซูเปอร์โนวานี้ ที่เริ่มสว่างมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยผลของการระเบิดและกลุ่มหมอกควันของซูเปอร์โนวาครั้งนี้ มีชื่อว่า ASASSN-15lh ตามชื่อของทีมนักดารคาศาสตร์ โดยมีความรุนแรงกว่าซูเปอร์โนวาธรรมดาถึง 200 เท่า รวมทั้งมีความสว่างมากว่าดวงอาทิตย์ถึง 570 พันล้านเท่าในช่วงสูงสุดของการระเบิด
ซูเปอร์โนวา คือการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากเมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว ซึ่งจะเปล่งแสงสว่างมหาศาลและระเบิดออกรัศมีสว่างวาบเป็นรัศมีเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลือนจางลงในเวลาสัปดาห์หรือเดือนเท่านั้น
ซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดและมีความสว่างไสวมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงกว่า 5 แสน 7 หมื่นล้านเท่า
ปกติแล้วแก๊สที่ทรงพลังมักจะมีขนาดใหญ่ แต่แก๊สที่พบนี้มีขนาดเล็กและทรงพลังมากจนนักวิทยาศาสตร์หันมาจับตา คราซีสตอฟ สตาเน็ค นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตท เผยว่า หากว่าดาวนี้เป็น แมกเนตาร์ จริง ก็เหมือนกับว่าธรรมชาติเปิดพลังงานให้ดาวดวงนี้เต็มพิกัดมาก
แก๊สนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเพราะอยู่ห่างออกไป 3 พัน 800 ล้านปีแสง แต่เครือข่ายกล้องสำรวจแอสซาซิน หรือ All Sky Automated Survey for Supernovae นั้นตรวจพบ โดยเครือข่ายนี้เป็นการใช้ข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์เล็กๆที่มีอยู่ตามจุดต่างๆทั่วโลกมาประมวลผลด้วยกัน
แม้เครือข่ายกล้องแอสซาซินจะตรวจพบซูเปอร์โนวามาแล้วกว่า 250 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2014 แต่ซูเปอร์โนวา ASASSN-15lh นี้ก็นับว่าสว่างมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 200 เท่า คิดเป็นความสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 5 แสน 7 หมื่นล้านเท่า หรือสว่างกว่าดาวทุกดวงในกาแลกซี่ทางช้างเผือกรวมกันถึง 20 เท่า
สตาเน็คกล่าวว่า เราจะต้องตั้งคำถามว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันใช้พลังงานมากเลยจึงจะสว่างขนาดนั้นและพลังงานจะต้องมาจากที่ใดที่หนึ่ง หรือหากจะพูดตรงๆก็คือ ณ จุดนี้ เราเองก็ไม่ทราบ แต่ก็ทำให้เราต้องคิดและสำรวจซูเปอร์โนวานี้ต่อไป
ทางด้านท็อดด์ ทอมป์สัน นักดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอเชื่อว่า ซูเปอร์โนวานี้น่าจะเป็นประเภทที่หายากสุดๆที่เรียกว่า แมกเนตาร์ แบบมิลลิวินาที นั่นคือ จะหมุนรอบตัวเองเร็วมาก มีความหนาแน่นมาก และมีสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่งมาก
หากจะส่องสว่างระดับนั้นได้จะต้องหมุนเร็วอย่างน้อย 1,000 รอบต่อวินาที มีพลังงานจากการหมุนที่เปลี่ยนเป็นแสงได้มีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จัดว่ายังเป็นไปได้ในทางฟิสิกส์อยู่
ทอมป์สัน กล่าวว่า หากให้เงื่อนไขเช่นนี้ เราจะสามารถมองเห็นมันสว่างมากกว่านี้ได้หรือไม่ คำถามก็คือ หากมันเป็น แมกเนตาร์ จริง ก็คงสว่างมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ล่าสุด กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจะเข้ามามีส่วนร่วมในการไขปริศนาของซูเปอร์โนวานี้ โดยกล้องนี้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษากาแลกซี่และวัตถุที่อยู่รอบๆแก๊สร้อนนี้ได้ หากว่านักวิทยาศาสตร์พบว่าวัตถุนี้อยู่ในกลางของกาแลกซี่ใหญ่ วัตถุนี้ก็อาจจะไม่ใช่ แมกเนตาร์ ก็เป็นได้ และแก๊สร้อนก็อาจจะไม่ใช่ซูเปอร์โนวา แต่อาจจะเป็นหลุมดำยักษ์ที่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ไม่ปกติ และอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบคุณรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29