Ausiris ระบุ ราคาทองคำพุ่งสูงสุดในรอบ 2 เดือน

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันพุธ ที่ 27 มกราคม 2559 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้

gold

ตลาดทองคำราคา Gold Spot พุ่ง 12 เหรียญ แตะ 1119 เหรียญ นับเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 2 เดือน ทั้งนี้การขึ้นของราคาเนื่องจากเงินไหลเข้าทองคำ หลังตลาดหุ้นจีนปิดลบ 6-7% ส่งให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้นจีน หมดความน่าสนใจในระยะนี้ แนวโน้ม Gold spot มองรีบาวด์ 1125 เหรียญ กรอบ 1103-1133 เหรียญ กรอบทองคำไทย 96.5% 18670 – 19180 บาท กรอบเงินบาท 35.70– 36.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กลยุทธ์เข้า Short 1122-1125 เป้า 1111/1103 Cut 1133

รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป

อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

แท็กซี่เดือด! คว้าเหล็กฟาดกระจกรถคันหน้าแตกกระจาย

แท็กซี่เดือด! คว้าเหล็กฟาดกระจกรถคันหน้าแตกกระจาย ทั้งที่มีคนอยู่ในรถ

วันนี้ (27 ม.ค. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ราชสีห์ จิตอาสา ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 30 วินาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่งใสเสื้อลายทาง ซึ่งอยู่ในอาการเกรี้ยวกราดใช้เหล็กทุบกระจกรถเก๋งสีขาว ทั้งทีภายในรถก็มีคนนั่งอยู่

37

โดยเจ้าของคลิป ระบุเพียงว่า

“Taxi อารมณ์ร้อน ทุบกระจกยับ !! คงจะอยากดังแบบดีเจ ใครพอรู้จักคุ้นเคยแท็กซี่คนนี้ไหม ขอข้อมูลหน่อยครับ” 

ทั้งนี้หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย บางก็ว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ อาจมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น เพราะเรื่องก่อนหน้านี้เป็นมาอย่างไรไม่มีใครรู้ นอกจากเขาสองคน แต่บางส่วนก็มองว่า ถึงจะไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก แต่ก็ไม่ควรทำรุนแรงขนาดนี้ เนื่องจากทำให้คนอื่นเป็นอันตรายได้

ขอบคุณข้อมูล/คลิป ราชสีห์ จิตอาสา

MThai News

จับตา! ปัจจัยต่างประเทศกดดัน ‘หุ้นไทย’ ผันผวน

นักวิเคราะห์มองปัจจัยจากต่างประเทศกดดันดัชนีหุ้นไทยผันผวนสูง แนะ เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบแนวรับแนวต้าน

ราคาน้ำมันเมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ฟื้นแรง หลังมีความเป็นไปได้ที่โอเปกกับรัสเซีย จะร่วมมือกันปรับลดกำลังผลิต ปัจจัยทางพลังงานดันวอลล์สตรีทปิดบวกแข็งแกร่ง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ ปิดที่ 31.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 31.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

174-e1422593628899

ด้าน บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) มองหุ้นไทยดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปิดแดนลบ โดยปัจจัยหลักที่กระทบต่อการลงทุนทั่วโลกยังคงเป็นราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนสูง และอยู่ในทิศทางขาลง ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน รวมทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

ทั้งนี้ ต้องติดตามมาตรการต่างๆ เพื่อลดความผันผวนของตลาดหุ้นจีน แม้ทางการจีนจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ แต่หุ้นจีนยังปรับตัวลงหนัก ขณะเดียวกันต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ถึงมุมมองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยเฟด ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4 ปี 58 กลุ่มแบงก์ออกมากำไรลดลงตามคาด ส่วนกลุ่มพลังงานคาดว่าจะยังไม่ดีนัก หลังจากราคาน้ำมันโลกยังปรับตัวลงต่อเนื่อง

ประเมินทิศทางตลาดระยะสั้น คาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนต่อตามปัจจัยและสถานการณ์ต่างประเทศ แนะกลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เน้นขายทำกำไรในจังหวะที่ดัชนีดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านหลัก 1,290 จุด โดยให้เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบแนวรับแนวต้านช่วง 1,250-1,290 จุดได้ ในลักษณะขึ้นขาย-ลงซื้อ หากดัชนียังไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,250 จุด

ล่าสุดหุ้นกลุ่มสื่อสาร ADVANC, INTUCH, TRUE, DTAC ราคาขึ้นลงเล็กน้อยตามภาวะตลาด แต่ JAS สามารถไปยืนในแดนบวกได้ หลังจากที่ประกาศจ่ายปันผล 0.30 บาท/หุ้น (XD 25 ก.พ. 59) สำหรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 9% จากราคาขณะนี้ ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาเก็งกำไร

ขอบคุณข้อมูล  อินเด็กซ์ 51

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News