เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘หลวงพ่อจรัญ’ ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2558 ด้วยอาการหายใจหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ และล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559 เวลาประมาณ 8.37 น. คณะแพทย์ได้ออกแถลงการณ์ว่า ‘หลวงพ่อจรัญ’ ถึงแก่กรรมมรณภาพอย่างสงบ
เนื่องจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลวไม่สามารถถวายการรักษาได้ สร้างความอาลัยอย่างสุดซึ้งให้กับศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนที่นับถือและศรัทธาเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ท่านถือได้ว่าเป็นพระนักปฏิบัติ พระนักเทศน์ ที่มีประชาชนเคารพถือนับเป็นจำนวนมาก ซึ่งท่านมักมีคำสอน ที่ลึกซึ่งแฝงไปด้วยคติธรรมะ เพื่อให้ศิษยานุศินย์และพุทธศาสนิกชนได้นำไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิต วันนี้ทางทีมข่าว MThai News จึงขอนำชีวประวัติของ ‘หลวงพ่อจรัญ’ มาให้ทุกท่านได้ร่วมย้อนอ่านไปด้วยกัน

‘หลวงพ่อจรัญ’ หรือ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม) มีนามเดิมว่า จรัญ จรรยารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2471 ที่บ้านบางม่วงหมู่ ต.ม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนทั้งหมด 11 คนของนายแพ จรรยารักษ์ และนางเจิม (สุขประเสริฐ) จรรยารักษ์ อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2491 ที่วัดพรหมบุรี โดยมีพระพรหมนคราจารย์ เจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนครเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรวิริยคุณ วัดพุทธารามเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านได้รับฉายาว่า “ฐิตธมฺโม”
ท่านได้ธุดงค์ไปตามป่าเขา ลำเนาไพร และที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้ และประสบการณ์ทั้งทาง สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชากับพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ ศึกษาคชศาสตร์กับพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร) ต.หนองโพ อ.พยุหคีรี (ในขณะนั้น) ปัจจุบันอยู่ใน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ต่อมาเรียนกับพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมมฺธโร) และพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) จ.ขอนแก่น และได้ศึกษาการทำเครื่องรางของขลัง น้ำมันมนต์ กับหลวงพ่อจง พุทฺธสโร วัดหน้าต่าง จ.พระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทอง จ.อ่างทอง และ หลวงพ่อจาด วัดบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และได้ศึกษา สมถกรรมฐาน กับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่วัดปากน้ำ ภาษาเจริญ อ.ภาษีเจริญ จ.ธนบุรี (ในขณะนั้น)
และได้ศึกษาปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน กับพระราชสิทธิมุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ และได้ศึกษาพระอภิธรรมกับอาจารย์เตชิน (ชาวพม่า) ที่วัดระฆัง และศึกษาการพยากรณ์จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ กรุงเทพฯ และศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิตกับ อาจารย์ พ.อ.ชม สุคันธรัต
ทั้งนี้ ‘หลวงพ่อจรัญ’ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 ท่านมีชื่อเสียงในระดับประเทศจากการเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และพระวิปัสสนาจารย์ แนวทางการสืบทอดพระพุทธศาสนาของท่านเน้นหนักที่การสั่งสอนเรื่องกฎแห่งกรรม

โดยยกเหตุการณ์ที่ท่านประสบและนับเป็นกฎแห่งกรรมขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์อยู่เสมอ และเน้นการพัฒนาจิตใจคนด้วยการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 แบบพองหนอ-ยุบหนอ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนหมั่นสวดมนต์ด้วยพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เพื่อเป็นเครื่องเจริญสติอย่างแพร่หลายอีกด้วย นอกจากนี้ท่านยังเปิดเว็บไซต์ www.jarun.org เผยแพร่พระธรรมคำสอนให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อเข้าถึงพระพุทธศาสนาได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ‘หลวงพ่อจรัญ’ ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2500 ท่านได้พัฒนาวัดอัมพวันให้เจริญรุ่งเรือง โดยการสร้างศาลาปฏิบัติธรรม และมีห้องน้ำที่สะอาดมากกว่า 500 ห้อง ในแต่ละปีจะมีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมทั้งที่เป็นพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และคฤหัสถ์ คือ ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นจำนวนมากนับแสนคน
ท่านมีความเมตตาต่อผู้คนโดยไม่เลือก ชั้น วรรณะ เชื้อชาติ หรือ ศาสนา ศิษยานุศิษย์ของท่านจึงมีทั้งที่นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ท่านตั้งปณิธานมุ่งมั่นในการสร้างคน แทนการสร้างวัตถุ จึงทุ่มเทชีวิตทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญาให้กับ การเผยแพร่วิปัสสนากรรมฐานมากว่า 40 ปี
โดยทำงานอย่างหนัก ทั้งกลางวัน กลางคืน เพื่อพัฒนาจิตของบุคคนทุกระดับชนชั้น ให้สูงขึ้นเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ท่านได้อธิษฐานจิต (หลังจากอุบัติเหตุ 14 ต.ค. 2521) ไว้ว่า “จะใช้หนี้โลกมนุษย์ ด้วยการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จะไม่ขอสร้างวัตถุอีกต่อไปแล”
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์
– พ.ศ. 2500 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น รักษาการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
– พ.ศ. 2517 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น รักษาการเจ้าคณะ อ.พรหมบุรี
– พ.ศ. 2518 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะ อ.พรหมบุรี
– พ.ศ. 2519 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น พระอุปัชฌาย์
– พ.ศ. 2541 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น รองเจ้าคณะ จ.สิงห์บุรี
– พ.ศ. 2542 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะ จ.สิงห์บุรี
– พ.ศ. 2552 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะ จ.สิงห์บุรี
– พ.ศ. 2557 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3


ข้อมูลจาก wiki,หนังสือชีวประวัติหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม / ภาพ ลูกศิษย์วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News