ตะลึง! กลุ่มหญิงสาวคล้ายภิกษุณี แต่บิณฑบาตรเหมือนพระ

ตะลึง! ชาวเน็ตแชร์ภาพกลุ่มหญิงสาวคล้ายภิกษุณี แต่บิณฑบาตรเหมือนพระ บ้างคาดว่าอยู่ใน จ.สงขลา

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับภาพหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ห่มจีวรสีเข้ม สะพายบาตร โดยเฟซบุ๊กเพจ ”สภาปฏิรูปพระพุทธศาสนาแห่งชาติ-สปพช.” ได้โพสต์ภาพชายสูงอายุคนหนึ่งกำลังใส่บาตรให้กลับกลุ่มผู้หญิงประมาณ 6-7 คน ห่มจีวรที่เข้ม สะพายบาตร อยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด พร้อมข้อความระบุว่า “มีลูกเพจส่งมาถามว่า แบบนี้เขาเรียกว่าอะไร ไม่ใช่พระ ไม่ใช่ภิกษุณี”

กลุ่มหญิงสาวคล้ายภิกษุณี แต่บิณฑบาตรเหมือนพระ

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่า ถ้าเขาไม่บอกว่าตัวเองเป็นภิกษุณี เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขา เพราะประเทศไทยให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ถ้าบอกเป็นภิกษุณีไม่เหมาะ เพราะทำให้ศาสนาพุทธผิดเพี้ยน นอกจากนี้ยังได้มีผู้มาฃแสดงความเห็นว่าภาพดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มภิกษุณี ที่เกาะยอ จ.สงขลา

ขอบคุณภาพ สภาปฏิรูปพระพุทธศาสนาแห่งชาติ – สปพช.

MThai News

คลิปนาทีระทึก! โจ๋ฉุดนักศึกษาสาวขึ้นรถ กลางวันแสกๆ

คลิปนาทีระทึก! โจ๋ฉุดนักศึกษาสาวขึ้นรถ  กลางวันแสกๆ ก่อนขับหลบหนีไป ท่ามกลางผู้คนที่ไม่กล้าเข้าช่วยเหลือ

วันนี้(29 ม.ค.) เกิดเหตุกลุ่มบุคคลชายหญิงจำนวนหนึ่งประมาณ 6 คน อุ้มสาววัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี แต่งกายในชุดนักศึกษาสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งตบตีชกต่อย ก่อนอุ้มขึ้นรถ กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน บบ-1780 สุโขทัย แล้วขับรถหลบหนีไปตามเส้นทางถนนสายบรมอาสน์-ทุ่งยั้ง-สุโขทัย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดที่หน้าบริษัท ศิลาอาสน์ข่นส่ง จำกัด ตรงข้ามโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ออกติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามรถได้ คาดว่าจะหลบหนีออกนอกจ.อุตรดิตถ์ ไปแล้ว

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อนำมาประมวลเหตุการณ์ พบมีรถกระบะคันที่แจ้งไว้ จอดที่บริเวณหน้าบริษัทศิลาอาสน์ โดยมีกลุ่มบุคคลชายหญิงทั้งในชุดนักศึกษาและชุดธรรมดา จำนวน 6 คน ยืนอยู่หน้าบริษัท 1 ใน 6 คน โทรศัพท์หลอกให้นักศึกษาสาวเดินมาจุดเกิดเหตุ

จากนั้น มีชายสวมเสื้อยืดแขนยาว นุงกางเกงยีนส์ เดินอ้อมหลังรถกระบะ วิ่งเข้ามากอดรัดฟัดเหวียงนักศึกษาสาวบนฟุตบาทก่อนอุ้ม และดันตัวนักศึกษาสาวไปยังรถกระบะ และเกิดการต่อสู้ก่อนถูกผลักเข้าไปในตัวรถ โดยมีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปนั่งภายในรถด้วย ส่วนหนึ่งนั่งหลังรถแล้วขับหลบหนีไป

เบื้องต้นทราบเจ้าของรถกระบะคือ นางณรงค์ อายุ 58 ปี มีบุตรชายชื่อ นายโชคชัย อายุ 21 ปี เป็นผู้ใช้รถคันดังกล่าว โดยทราบว่าขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าไปไหนหรือไปทำอะไร เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุ และผู้ถูกกระทำน่าจะเป็นแฟนกันมาก่อน แล้วเกิดการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องชู้สาว โดยมีกลุ่มเพื่อนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์สนับสนุนฝ่ายชาย โทรติดตามฝ่ายสาวให้มาคุยตกลงกันกับฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายไม่คุยด้วย ใช้วิธีรุนแรงฉุดขึ้นรถแทน

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรคดีได้ออกหมายเรียกฝ่ายชาย และผู้อยู่ในภาพทั้งหมดมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ในวันพรุ่งนี้แล้ว

ที่มา ข่าวสด

MThai News

รวบแล้ว! อดีตอาสาตำรวจ แก๊งอุ้มสาวทอมขึ้นเก๋ง

ตำรวจโรงพักเมืองปากน้ำรวบแล้วสองอดีตอาสาตำรวจแก๊งอุ้มรีดสาวทอมขึ้นรถเก๋ง สารภาพเป็นเรื่องส่วนตัว

จากกรณีคลิปนาทีระทึก! ที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ ชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างเป็นตำรวจ ขับรถเก๋งนิสสัน สีดำสองตอน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร มาอุ้มนางสาวประภาพร อายุ 23 ปี เพื่อนำตัวไปรีดเงิน ในเขตเทศบาลบางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คน ได้อ้างกับชาวบ้านบริเวณนั้นว่า จะนำตัวนางสาวประภาพรไปตรวจสารเสพติด แต่กลุ่มญาติพี่น้องของนางประภาพรไม่ยอม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าบ้านของนางสาวประภาพร แต่ชายฉกรรจ์ทั้งสามก็ไม่สน จะอุ้มนางสาวประภาพรขึ้นรถอย่างเดียว

ล่าสุด ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ 2 คนแล้ว ได้แก่ นายสิทธิศักดิ์ หรือ กอล์ฟศรีโสภาพรม อายุ 33 ปี และนายสมรักหรือ รัก ประโยชน์มี อายุ 38 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นอดีตอาสาสมัครช่วยเหลือเจ้าพนักงานตำรวจของโรงพักแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ ยังเหลือคนขับรถอีกหนึ่งคนที่ตำรวจกำลังขยายผลอยู่ คาดว่าจะสามารถจับตัวได้ และมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ โดยคนร้ายทั้ง 2 คนที่ตำรวจจับได้นั้น เป็นเพียงโจร 500 ธรรมดา สารภาพแล้วว่าต้องการจับหญิงสาวไปเรียกค่าไถ่ ไม่ได้มีอาชีพเป็นตำรวจใด ๆ ทั้งสิ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้เกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องทำการนั้นโดยมีอาวุธ

ร่วมกันกักขังผู้อื่นและร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพา อาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนตัวนายไตรรัตน์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News