เริ่มวันนี้! กบง.ลอยตัวราคา NGV คุม 6 เดือน

กบง.มีมติลอยตัวราคาก๊าซ NGV คุม 6 เดือน ขณะที่รีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วน เบนซิน 95 E10 และดีเซล 60 สต.ต่อลิตร

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (21 ม.ค.59) โดยมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกันราคาเป็นเวลา 6 เดือน

ตั้งแต่มกราคม – กรกฎาคม 2559 หากเดือนใดราคาเนื้อก๊าซเกินกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม ให้ ปตท. เป็นผู้รับภาระส่วนเกิน ซึ่งการประกาศลอยตัว NGV ในครั้งนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีในตลาดโลกมีทิศทางปรับลดลงต่อเนื่อง ภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับ 30 – 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดการลงทุนเชื่อมต่อสถานีท่อก๊าซ NGV ของ ปตท. จากเอกชนรายอื่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

NGV

ขณะที่ราคา NGV สำหรับรถโดยสารสาธาณะ ปตท. จะช่วยเหลือกำกับดูแลราคา NGV ไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัมต่อไปจนกว่าจะมีกลไกถาวร ทั้งนี้ จะสามารถเห็นสูตรราคาเนื้อก๊าซใหม่ได้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และคาดว่าราคา NGV เดือนมีนาคมจะสามารถปรับลดลงได้ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาลง

นอกจากนี้ นายทวารัฐ ยังเผยเปิดว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติปรับขึ้นอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม 60 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันดีเซล โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละประเภท และทำให้จากนี้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 2.40 บาทต่อลิตร

โดยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอัตราใหม่ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 6.75 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 0.65 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.60 สตางค์ต่อลิตร ดีเซล จัดเก็บเข้ากองทุน 0.58 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาทต่อเดือน โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 42,225 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนน้ำมันที่ 34,944 หมื่นล้านบาท และกองทุนก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ระทึก! กู้ภัยช่วยทารกวัย 7 เดือน เท้าติดในท่อดูดสระน้ำ

ระทึก! กู้ภัยขอนแก่น เข้าช่วยเด็กทารกวัย 7 เดือน เท้าติดในท่อดูดสระน้ำ โรงแรมแห่งหนึ่ง เบื้องต้นเด็กปลอดภัย

วานนี้(20 ม.ค. 59) เวลาประมาณ 16.20 น. เกิดเหตุเด็กทารกวัย 7 เดือน ขาติดท่อน้ำในสระว่ายน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่ง ทางมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จุดกระนวน ได้เข้าให้การช่วยเหลือ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงตัดท่อน้ำออกมาได้

กู้ภัยช่วยทารกวัย 7 เดือน เท้าติดในท่อดูดสระน้ำ

จากนั้น นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เบื้องต้นทราบว่าเด็กปลอดภัย พบเพียงรอยฟกช้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทางผู้ปกครอง เล่าว่า เอาน้องมาเล่นน้ำคลายร้อน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นำขาเด็กไปแหย่เล่นในท่อ จึงถูกเเรงดูด ทำให้ขาติดเข้าไปในท่อดังกล่าว

นอกจากนี้ในโลกออนไลน์ เฟซบุ๊กเพจมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จุดบริการอำเภอกระนวน ยังได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย เนื่องจากอยากฝากเอาไว้ เพื่อเป็นสื่อในการเตือนสติให้ระมัดระวัง จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

ชมคลิปนาทีกู้ภัยช่วยทารกวัย 7 เดือน เท้าติดในท่อดูดสระน้ำ

ขอบคุณภาพ เพจมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จุดบริการอำเภอกระนวน

MThai News

SET เสี่ยงร่วงเหตุพลังงานกดตลาด แนะ ลงทุนหุ้นแบงก์-สื่อสาร

นักวิเคราะห์มอง SET จะกลับขึ้นไปได้ที่ระดับ 1,430 จุด ช่วงไตรมาส 3 แนะลงทุนระยะสั้นหุ้นแบงก์-สื่อสาร

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงแรงตามแรงขายหุ้นพลังงาน ที่ยังโดนกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทำนิวโลว์ลงเรื่อยๆ แม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นสื่อสาร โดยเฉพาะ ADVANC-INTUCH แต่ไม่อาจต้านแรงกดจากหุ้นพลังงานได้

331-500x300

บล.ทิสโก้ ชี้ แม้หุ้นไทยร่วงแรง แต่ดีกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นที่ร่วงหนักกว่า จากความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลัง IMF ปรับลดประมาณการการโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.4% จากเดิม 3.6% และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากเดิมคาดโต 2.8% เหลือ 2.6%

มองว่าหุ้นไทยปีนี้จะดีกว่าตลาดหุ้นโลก (Outperform) แต่ในช่วงสั้นหุ้นไทยกำลังจะผ่านจุดต่ำสุด ภายในเดือน ม.ค-ก.พ.นี้ โดยดัชนีมีโอกาสลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,180-1,220 จุด ก่อนที่จะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะกลับขึ้นไปได้ที่ระดับ 1,430 จุด ช่วงไตรมาส 3 แนะกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นทยอยซื้อหุ้นสื่อสารรายตัว ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,240 จุด แนวต้าน 1,260 จุด

ด้าน บล.ธนชาต มองตลาดน่าจะเริ่มมี Downside Risk จำกัดแล้ว โดยคาดว่าจะมีการรีบาวด์จากค่าเงินหยวนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มชะลอขึ้นดอกเบี้ย ลดพฤติกรรม Reverse Carry Trade รวมทั้งสถิติในอดีต 10 ปีที่ผ่านมาหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นในเดือน ก.พ.-เม.ย. มากถึง 70-80%

แนะซื้อหุ้นแบงก์ที่ Valuation ต่ำ อย่าง KTB-TISCO และ KKP หุ้นกลุ่ม Micro Finance ที่กำไรโต ได้ผลดีจากดอกเบี้ยต่ำหนุนอัตรากำไร ชู SAWAD-GL และ MTLS น่าลงทุน.

ขอบคุณข้อมูล  อินเด็กซ์ 51

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News