ทำกันได้ลงคอ! สาวไม่พอใจข้าวต้มปลา คว้าเก้าอี้แทงตาแม่ค้าบอดสนิท

ทำกันได้ลงคอ! สาวไม่พอใจข้าวต้มปลา คว้าเก้าอี้แทงตาแม่ค้าบอดสนิท มิหนำซ้ำยังเรียกเพื่อนมารุมทำร้ายอีก

กลายเป็นเรื่องราวโหดเหี้ยมที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของแม่ค้าข้าวต้มปลาเคราะห์ร้ายถูกหญิงสาวรายหนึ่งฉุนเพียงเพราะข้าวต้มไม่สด นำเก้าอี้มาแทงตาแม่ค้าจนบอดสนิท

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sittichai Tu‎ ได้โพสต์ภาพแม่ค้าเคราะห์ร้าย และผู้ก่อเหตุดังกล่าว พร้อมข้อความบอกเล่าว่า “พาแม่มาให้ปากคำกับตำรวจ เรื่องโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสที่ดวงตาจนตาบอดสนิท 1 ข้าง แถมหนาวอีก และนี่คือโฉมหน้าคนร้ายเหตุเกิดที่เมก้า วังบูรพา เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 58 เวลา 4 โมงเย็น โดยประมาณครับ มีลูกค้าผู้หญิงคนนึงมากินข้าวที่ร้านแม่

ร้านแม่ขายข้าวต้มปลา แล้วลูกค้าก็บ่นว่าปลาไม่สด ในขณะที่ลูกค้าท่านอื่นไม่ว่าอะไร คุณแม่เลยบอกว่าไม่สดไม่เป็นไรเดี๋ยวทำใหม่ หรือไม่ก็เอามาคืนก็ได้ แค่นั้นแหละครับ น้องผู้หญิงคนนั้นก็เอาขาเอาอี้ขึ้นมาแทงที่ตาแม่ผม แล้วให้เพื่อนผู้ชายอีก 2 คนมารุมทำร้ายแม่ผม แล้วทางห้างก็แจ้งรถพยาบาลมารับไปส่งที่โรงพยาบาลครับ คนร้ายยังลอยนวลอยู่ครับ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่จับผู้ก่อเหตุได้โดยเร็ว

ขอบคุณภาพ Sittichai Tu

MThai News

คนขับกระบะเดือด! อาสาจราจรไม่ให้จอดรถ คว้าปืนยิงดับคาที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัว คนขับกระบะเลือดร้อน คว้าปืนยิงอาสาจราจรดับ หลังฉุนถูกห้ามจอดรถในที่ห้ามจอด

วันนี้ (29ม.ค.) แฟนเพจ รวมพล คนกู้ภัย รายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ได้รับแจ้งจากอาสาร่วมด้วยระยอง 290 ว่า เกิดเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืน ยิงอาสาสมัคร เสียชีวิตคาที่ 1 ราย ทราบชื่อนาย สมัครชัย ลอยเมฆ ภายในงานมหกรรม OTOP ตะวันออก ของดี 4 ภาค สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า สาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่เดินมาบอก คนขับกระบะยี่ห้อดีแม็กซ์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนว่า ห้ามจอดรถในที่ห้ามจอด ทำให้เจ้าตัวเกิดอาการไม่พอใจ ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ 3 นัด แล้วขับรถหลบหนีไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเร่งติดตามจับกุมคนขับรถกระบะดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

12645011_942655955788961_2802250828005975567_n

ยิงอาสาจราจรดับ

12642628_942655935788963_5677324182538048619_n

คนขับกระบะยิงอาสาจราจร

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก รวมพล คนกู้ภัย

ฮือฮา! ไทย ขอ “กูเกิล” ลัดขั้นตอนปิดเว็บไม่เหมาะสม

เพจดังเผยเอกสารลับ อ้างทางการไทย ขอ “กูเกิล” ลัดขั้นตอน เซ็นเซอร์เนื้อหา ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ชี้เพื่อความรวดเร็วในการจัดการหากผู้มีอำนาจเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กระทรวงไอซีที ร้องขอ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 59) เพจเฟซบุ๊กกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway: Thailand Internet Firewall #opsinglegateway ได้มีการเผยแพร่เอกสารการหารือระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนของไทย กับกลุ่มผู้บริการของกูเกิล

กูเกิล, เว็บไซต์ไม่เหมาะสม, สภาปฏิรูปแห่งชาติ

กูเกิล

โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความจากทางการไทยที่ระบุ ขอให้ทางกูเกิล ช่วยถอดเว็บไซต์ที่มีลักษณะมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ หรือละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายของกูเกิล เช่น ยูทูบ เป็นต้น ไม่เผยแพร่ เพื่อสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น

ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้มีอำนาจกระทำการได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลแม้ว่าทางกูเกิลจะมีกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะคำร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงไอซีที เป็นต้น

ขณะเดียวกันในเอกสารดังกล่าวได้มีข้อความระบุ ในตอนท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ กูเกิล คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิล นำไปเป็นข้อพิจารณาด้วย พร้อมกันนี้หากมีปัญหาหรือความกังวลใดๆ ในการประกอบธุรกิจของ กูเกิล ในประเทศไทย และอยากให้ช่วยเหลือ ขอให้เสนอทางรัฐบาลไทยได้และทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ด้านผู้แทน กูเกิล ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะคำนึงถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน พร้อมแนะนำว่า วิธีป้องกันการเผยแพร่เว็บที่มีปัญหาได้พอสมควร คือ

หากประชาชนเห็นว่าเว็บใดมีเนื้อหาไม่พึงประสงค์เพราะขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี สามารถใช้วิธีปักธง (flagging) เว็บนั้น ซึ่งจะทำให้บุคลากรของกูเกิลที่มีความรู้และประสบการณ์คอยสอดส่องเว็บดังกล่าว หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่สมควรเผยแพร่ก็จะระงับหรือถอดออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News