DSI สั่งฟ้อง “ฉาย บุนนาค” กับพวกรวม 11 ราย ในคดีปั่นหุ้นเอสแอลซี
วันที่ 19 ม.ค.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงนามเห็นชอบอนุมัติสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีปั่นหุ้น บริษัท โซลูชั่นคอนเนอร์(1998)จำกัด (มหาชน) ตามที่พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและเสนอขอความเห็นชอบมายังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอตั้งแต่เมื่อวันที่15ม.ค.ที่่ีผ่านมา พร้อมกับเอกสารหลักฐานประกอบสำนวนจำนวน 10ลังกระดาษ

ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนจะนัดผู้ต้องหามาพบเพื่อนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องและหลักฐานประกอบไปส่งมอบให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยผู้ต้องหาที่ดีเอสไอมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในคดีปั่นหุ้นประกอบด้วย 1.นายฉาย บุนนาค 2.นายปฐมัน บูรณะสิน 3.นายสุพิชยะ ฉายเหมือนวงศ์ 4.นายมีศักดิ์ มากบำรุง 5.นายอภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี 6.นายเทพฤทธิ์ สิหิสราภิสิทธิ์ 7.นายทรี บุญปราศภัย 8.น.ส.ชนาธิป ตันติพูนธรรม 9.นายพาวิตต์ นาถะพินธุ 10.น.ส.ศิริญา ดำรงวิถีธรรม และ11.นายไท บุญปราศภัย
สำหรับคดีนี้ ก.ล.ต. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายฉาย บุนนาคกับพวกรวม 11ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีปั่นหุ้นบริษัท โซลูชั่นคอนเนอร์ (1998)จำกัด (มหาชน) หรือ SLCเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2557โดยมีการเปลี่ยนคณะพนักงานสอบสวนจากสำนักคดีการเงินการธนาคารมาให้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และมีการรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมาจนกระทั่งพนักงานสอบสวนมีมติให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 11รายมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีปั่นหุ้นซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
โดยคดีนี้ ก.ล.ต. มีหนังสือเลขที่ 2266/2557ส่งถึงอธิบดีดีเอสไอขอให้สอบสวนการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของนายฉายกับพวกโดยมีเอกสารหลักฐาน จำนวน 300 หน้ากระดาษ ประกอบคำร้องทุกข์กล่าวโทษว่าก.ล.ต.จับตาการซื้อขาย SLCมาตั้งแต่วันที่ 29ม.ค.-29.เม.ย.2553และการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 3พ.ค.-21ก.ค.2553
โดยพบความผิดปกติในการซื้อขายหุ้น SLCระหว่างวันที่ 31มี.ค.-29เม.ย.2553ซึ่งมีสภาพผิดไปจากปกติจากการกระทำของผู้ต้องสงสัย 11รายเป็นการซื้อแบบกระจายตัวและการส่งคำสั่งซื้อขายของบัญชีต้องสงสัย 9บัญชีมีนัยเพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาหุ้น SLCที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 6.10บาทในวันที่ 30มี.ค.2553เป็น 7.20บาท วันที่ 29เม.ย.2553เพิ่มขึ้น1.10บาทหรือ 18.30%โดยสวนทางกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI)ที่ปรับตัวลดลง 3.35%
นอกจากนี้ ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของหุ้น SLC ก่อนช่วงเวลาต้องสงสัย 30วันทำการเปรียบเทียบกับช่วงเวลาต้องสงสัย 18วันทำการ เพิ่มขึ้นจาก 660,000หุ้นเป็น 2,240,000หุ้นเพิ่มขึ้น 239.4%โดยไม่มีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญสนับสนุนทางการเพิ่มขึ้นของราคาและปริมาณหุ้นที่ผิดปกติเกิดจากคำสั่งซื้อหุ้นของบุคคลต้องสงสัย 9ราย
คือ นายปฐมัน นายสุพิชยะ นายอภินันทกานต์ นายทรี น.ส.ชนาธิป นายเทพฤทธิ์ นายพาวิตต์และน.ส.ศิริญา คิดเป็น 55.64%ของปริมาณการซื้อขายทั้งตลาดหากมีการซื้อหุ้นบุคคลต้องสงสัยจะซื้อในวันเดียวกันกรอบเวลาเดียวกันและในวันที่ไม่เข้าซื้อขายก็จะไม่เข้าซื้อขายทั้ง 9บัญชี
โดยในวันที่มีการซื้อจะซื้อตั้งแต่ 1,000หุ้นจนถึง 8,046,300หุ้นและ 55.96%ของราคาหุ้น SLCที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากการซื้อขายของ 9บัญชีต้องสงสัยหากเป็นวันทำการที่บุคคลทั้ง 9ไม่เข้าซื้อบัญชีจะนิ่งราคาเปิดไม่เปลี่ยนแปลง
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News