ร่วมด้วยช่วยกัน! ‘หมอเผด็จ’ เปิดบัญชีระดมทุน ฟ้อง’หมอฟันหนีใช้ทุน’

ร่วมด้วยช่วยกัน! ‘หมอเผด็จ’ เปิดบัญชีระดมทุน  สู้คดีฟ้อง‘หมอฟันหนีใช้ทุน’ 

วันนี้(19 ก.พ.) นพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ หนึ่งในผู้เสียหายจากการค้ำประกันให้ ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักศึกษาที่ได้ทุนไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่หนีการชำระหนี้ทุน ทำให้ผู้ค้ำประกันต้องชำระหนี้กว่าหลายล้านบาท ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผด็จ พูลวิทยกิจ ระบุว่า

เปิดบัญชีระดมทุน ฟ้องหมอฟันหนีใช้ทุน

“คงถึงเวลาที่ต้องรบกวนแล้วจริงๆ ครับ ผมขอรับรองว่าจะเอาเงินนี้ไปใช้ในการว่าความกรณีทันตแพทย์หนีทุนเท่านั้น หากมีเงินเหลือจะนำไปบริจาคแก่นักเรียนยากจนแต่ไม่มีทุนเรียนต่อครับ แต่ถ้าไม่พอพวกเราก็คงต้องพยายามหากันต่อครับ ต้องขอโทษที่ต้องรบกวนทุกท่านจริงๆ เพราะหลายคนที่ค้ำประกันก็ยังต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ละเดือนอยู่ครับ ขอบคุณจากใจจริงครับ

โดยรายละเอียดบัญชีดังกล่าวมีดังนี้ ธนาคากสิกรไทย สาขาอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขบัญชี 009-1-77277-9 ชื่อ นายเผด็จ พูลวิทยกิจ , นางภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ”

อุตุฯ ชี้อีสานอากาศเย็นลง ภาคกลาง-ตะวันออกมีฝน!

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคเหนืออากาศเย็นตอนเช้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิลด อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

วันนี้(19 ก.พ.) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยทั่วไปกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนา

อีสานอากาศเย็นลง ภาคกลาง-ตะวันออกมีฝน!

ทั้งนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน จะทำให้มีคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ นอกจากนี้ช่วงวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีฝนได้ บริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก

สำหรับกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

MThai News

งดงาม! ‘ดอกเหลืองอินเดีย’ บานสะพรั่งสองข้างทางถนน อ.เชียงคำ

งดงาม! ‘ดอกเหลืองอินเดีย’ บานสะพรั่งสองข้างทางถนน อ.เชียงคำ

ที่บริเวณถนนสาย 1148 ทางเชื่อมต่อระหว่าง อ.เชียงคำ จ.พะเยา กับ อ.สองแคว จ.น่าน มีต้นไม้สีเหลืองที่ออกดอกสะพรั่งอร่ามงดงามเต็มสองข้างทาง โดยเฉพาะบริเวณหน้าแขวงการทางเชียงคำ หมวดการทางเชียงคำ และสำนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) โดยบานรับแสงแดดอย่างงดงามตลอดวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา แห่ถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก

1455792405_201602181514521-20021028190454

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล นายอำเภอเชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ถนนสายดอกไม้เหลืองอินเดียดังกล่าวสวยงามมาก เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น ต้องขอบคุณหน่วยงานและบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นผู้ที่ริเริ่มโครงการปลูกในครั้งแรก ทำให้ ต.ฝายกวาง มีธรรมชาติที่เป็นของดีเมืองเชียงคำ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของ อ.เชียงคำ สำหรับในระยะยาวคงต้องหารือกับ ทต.ฝายกวาง ถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลเหลืองอินเดียบานต่อไป

พ.อ.อ.สมเศียร จันทร์หล้า ปลัดเทศบาลตำบล (ทต.) หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่า ต้นเหลืองอินเดียเพาะโดยหมวดการทางพะเยา และร่วมกับทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฝายกวาง ในปี 2540 เมื่อครั้งตนยังทำหน้าที่ปลัด อบต.อยู่ ได้ปลูกริมข้างถนนทุกสายในพื้นที่ ต.ฝายกวาง ซึ่งบุคคลต้นคิดคือนายทวีศักดิ์ สติราษฎร์ อดีตนายก อบต.ฝายกวาง ในสมัยนั้น ได้หารือร่วมกับผู้นำ ต.ฝายกวาง เรื่องการปรับภูมิทัศน์ของ อบต.ให้สวยงาม โดยเฉพาะหาดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำตำบล เป็นดอกไม้ใดก็ได้ขอให้มีความคงทนต่อสภาพอากาศทุกฤดูกาล จึงหารือกับทางหมวดการทางเชียงคำที่ได้ช่วยเหลือ ด้านการจัดหาเมล็ดพันธุ์และเพาะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในครั้งนั้น ต้นเหลืองอินเดียปลูกง่าย เป็นต้นไม้ที่ทนทานต่อสภาพอากาศหนาว แล้ง ปลูกประมาณ 5 ปี ก็ออกดอกสีเหลืองสดอย่างงดงาม

นอกจากนี้ จุดที่จะพบเห็นดอกเหลืองอินเดียได้หนาแน่นและโดดเด่น คือ ช่วงถนนสาย 1148 ตั้งแต่สามแยกบ้านทุ่งหล่มที่ผ่านหน้าสำนักงาน ทต.ฝายกวาง ในปัจจุบัน อยู่ตรงข้ามกับแขวงการทางเชียงคำ และหมวดการทางเชียงคำ ระยะทาง 1 กม. ดอกเหลืองอินเดียจะเริ่มบานประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และอยู่นาน 2 สัปดาห์ จะผลัดกันบาน คือ ส่วนที่บานก็บานแล้วร่วงไล่กันไปนานประมาณ 1 เดือน จะสังเกตพบว่าปีไหนที่อากาศหนาวมาก หนาวจัด แล้งมาก ต้นเหลืองอินเดียจะออกดอกหนาแน่นกว่าทุกปี เพราะจะออกดอกหลังจากที่ใบร่วงหมดทั้งต้น เป็นต้นไม้ที่สื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสภาพอากาศด้วย หลังจากเหลืองอินเดียเริ่มร่วงหมดไป ต้นเดือนมีนาคมก็จะมีดอกตะแบกเป็นสีชมพูอ่อนผลิบานขึ้นมาแทนรับช่วงต่อไป

1455792416_201602181514563-20021028190454

1455792436_201602181514564-20021028190454

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล  ข่าวสด

MThai News