พระมหาไพรวัลย์ ตอกกลับ ศิลปินแห่งชาติ หลังโพสต์หมาห่มจีวร

พระมหาไพรวัลย์ ตอกกลับ ศิลปินแห่งชาติ หลังโพสต์ หมาห่มจีวร

จากกรณีที่นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ  ได้โพสต์ข้อความว่า  “หมาห่มกายด้วยจีวร สักกี่ชิ้นกี่ชั้น ก็ไม่กลายเป็นภิกษุ”  ล่าสุดที่เฟซบุ๊ค พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ศิลปินแห่งชาติ ต้องถามใจท่านก่อนนะว่าท่านพูดภายใต้บริบทอะไร จะสื่อถึงเหตุการณ์ไหนกันแน่ ถ้าท่านหมายถึงหมา ที่เขาห่มจีวรให้เช่นนั้น จริงๆ โดยที่ใจไม่ได้มุ่งไปที่บริบทและเหตุการณ์อื่นๆ แล้วแสร้งทำเป็นยกเรื่องนี้ขึ้นมาเสียดสีพระสงฆ์

12313691_1640865466180088_3056361454933502251_n

ที่ท่านเดินทางไปพุทธมณฑลเมื่อวานนี้ ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าใจท่านหมายจะพาดพิงไปถึงเรื่องนั้น อันนี้อาตมาไม่เห็นด้วย และจำเป็นต้องแสดงทัศนะตำหนิท่าน ในการเหมารวม และอคติต่อพระสงฆ์มากเกินไป ท่านเป็นถึงศิลปินแห่งชาตินะ จะพูดจาพาทีอะไร ควรรู้จักให้เกียรติเพื่อนร่วมสังคมคนอื่นบ้าง แม้ว่าเขาจะเป็นคนต่างศาสนิกกับท่าน

คือท่านต้องอธิบาย พระต่อให้เลวแค่ไหน ก็ยังควรมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน เป็นคนเลว คนชั่ว เป็นพระชั่ว อะไรก็ว่าไปดิ ไหงไปบอกว่า เป็นหมา ตรรกะอะไรของท่าน นี่มันสะท้อนความคิดที่นอกจากจะไม่เคารพคนอื่นแล้ว ยังเหยียดให้ต่ำกว่าความเป็นคนอีก อาตมาว่าไม่ใช่นะ พระท่านไปฆ่าใครตายที่ไหนกันเล่า ในพระพุทธศาสนาพระแม้ว่าทำผิด ละเพศสมณะแล้วก็ยังสามารถเป็นกัลยาณปุถุชนที่ดีได้ รักษาศีล ๕ ครองตนให้เหมาะสมได้

“โอเค คือถ้าเกิดท่านตั้งใจจะเปรียบพระไม่ดีกับหมาจริงจริง ก็พูดให้ชัดไปเลย พระไม่ดีเหมือนหมายังไง มีคุณสมบัติคล้ายหมายังไง อธิบายมา พระพุทธเจ้าเวลาท่านจะตรัสตำหนิภิกษุ เช่น บอกว่า ภิกษุบางพวกสันดานเหมือนกา ท่านก็อธิบายนะ ว่าที่เหมือน กา เนี๊ยะ มันเป็นยังไง ลักษณะของภิกษุที่ประพฤติมิจฉาอาชีวะ เหมือนกับกา แบบไหน ไม่ใช่ท่านจะตรัสส่งเดช หรือตำหนิเชิงเหยียดคนอื่น”

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิดเรียงความสุดเศร้า! “ชีวิตเด็กกำพร้า” พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้

แชร์ว่อน! จดหมายเวียนสำนักงานสาธารณสุข ขอความช่วยเหลือเด็กกำพร้าลูกหมอที่เสียชีวิตจากการช่วยคนไข้ เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ ผู้ชนะเลิศเขียนเรียงความวันแม่ปี 2555 หลังลำบากขาดแคลนหนัก จนต้องออกจากโรงเรียน

วันนี้ (18 ก.พ. 59) เพจเฟซบุ๊ก @Ittaporn Kanacharoen ได้มีการเผยแพร่จดหมายเวียนถึงสำนักงานสาธารณสุขจ.ปราจีนบุรี เพื่อขอความร่วมมือจากเหล่าข้าราชการและพนักงาน เข้าช่วยเหลือลูกหมอกำพร้ารายหนึ่งที่ได้เขียนเรียงความสุดเศร้า จนชนะเลิศการประกวดเรียงความวันแม่เมื่อปี 2555

เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ, ข่าวจังหวัดปราจีนบุรี, หมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ

โดยผู้โพสต์ได้เผยว่า “จดหมายเวียนที่ผมอ่านแล้วสะเทือนใจที่สุดในรอบปีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของ คุณหมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี จบแพทย์จากจุฬารุ่นที่ 42 จนต้องไปค้นเรียงความของลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ (เป็นโรคลมชัก และไม่ได้เรียนหนังสือแล้วตอนนี้เพราะไม่มีเงิน) ซึ่งชนะการประกวดเรียงความในวันแม่..ปี 2555 (4ปีก่อน) มาอ่าน จากเพจ “คุณครูน๊อต”

ผมได้ตรวจสอบเอกสารนี้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีที่ โทรศัพท์ 037 211 626 ต่อ 108 แล้วครับ จะนำเรื่องนี้ปรึกษากรรมการแพทยสภาต่อไป ขอส่งให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนๆ พี่น้องใน กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันที่จบมา พิจารณาช่วยลูกหมอ กำพร้า ท่านนี้ด้วยตามสมควรด้วยนะครับ และอาจต้องมีมาตรการต่อไปในอนาคตสำหรับกรณีเหตุการณ์เช่นนี้..ขอบคุณครับ”

สำหรับเรียงความเรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ชีวิตลูกกำพร้า’ พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้ ด.ญ.อารดา วงษ์ดีเลิศ ม.1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

สวัสดีท่านผู้ปกครอง และคุณครูที่เคารพรักทุกท่าน หนูชื่อ เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ ขณะนี้หนูกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 หนูอยากเล่าชีวิตของหนูให้ทุกท่าน และเพื่อนทุกคนได้รับรู้ว่าชีวิตที่ขาดทั้งพ่อและแม่เป็นอย่างไร แต่ยังโชคดีที่หนูมีคุณย่าเลี้ยงหนูมาแทนคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างดีที่สุด

คุณพ่อของหนูชื่อ นายแพทย์กฤษดา วงษ์ดีเลิศ เรียนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้ารับราชการทำงานมาหลายจังหวัด ครั้งล่าสุดย้ายมาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จังหวัดปราจีนบุรี ในปี พ.ศ. 2544 ส่วนแม่ของหนูชื่อ คุณแม่อารมณ์ วงษ์ดีเลิศ มีกิจการเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่กรุงเทพฯ หนูเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อและคุณแม่ของหนูก็เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เมื่อทุกท่านฟังแล้วชีวิตของหนูน่าจะสมบูรณ์พร้อม แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน

คุณย่าเล่าให้หนูฟังว่าหนูกับญาติของแม่เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด รถเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในรถเสียชีวิตพร้อมกันหมด เหลือเพียงหนูซึ่งมีอายุได้เพียง 5 เดือน รอดชีวิต หนูยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่คุณพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย

คุณพ่อของหนูเป็นแพทย์ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เคารพในจรรยาบรรณแพทย์อย่างเคร่งครัด มีจิตใจดี หลายครั้งที่รักษาคนไข้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

คุณพ่อกับคุณย่าเลี้ยงหนูมาด้วยความรักและความเมตตา ไม่ทำให้หนูรู้สึกว่าขาดแม่ แต่ชะตาฟ้าลิขิตเล่นตลกกับครอบครัวหนู เมื่อหนูอายุได้ประมาณ 2 ขวบ คุณย่าเล่าว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของหนูอีก วันหนึ่งคุณพ่อรักษาคนไข้ที่มีอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ด้วยความเป็นห่วงคนไข้

ขณะที่พ่อกำลังปั๊มหัวใจให้คนไข้ คุณพ่อไม่ได้ใส่ผ้าปิดปาก ปรากฏว่าคนไข้ได้อาเจียนใส่คุณพ่อทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทางปาก คุณพ่อไม่ได้คำนึงความปลอดภัยของตนเอง จึงไม่ได้ทานยาเพื่อป้องกัน ต่อมาไม่นานคุณพ่อก็เริ่มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายแล้วลามไปที่สมองอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 30 กว่าปี เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นหนูเองก็ยังจำหน้าพ่อไม่ได้ เพราะหนูก็มีอายุเพียง 2 ขวบ เท่านั้น

หนูไม่เข้าใจว่าครอบครัวของหนูทำเวรกรรมอะไรไว้ ถึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ ปัจจุบันนี้หนูมีเพียงคุณย่าที่มีอายุถึง 75 ปี ส่งเสียเลี้ยงดูให้หนูได้เรียนหนังสือ โดยมีอาชีพขายขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังให้สองชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ หนูสงสารคุณย่ามาก สิ่งที่หนูทำได้ดีที่สุดในเวลานี้คือ ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดี ช่วยเหลือคุณย่าทุกอย่างเท่าที่เด็กอายุขนาดหนูพึงจะทำได้ ขณะนี้หนูอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นที่เขาให้ความ เมตตา โดยที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย

ทุกเย็นหนูกับย่าจะมาช่วยกันขายขนมบนทางเท้า ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ทุกวัน ต้องพยายามขายให้หมดไม่หมดก็ขาดทุน เพราะครอบครัวของหนูมีเงินน้อยมากแค่หมุนขายของไปวัน ๆ เท่านั้น

หลายครั้งมีผู้ใจบุญมาช่วยซื้อขนมจนหมด ทุกวันนี้หนูได้รับความเมตตาจากโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) แห่งนี้เป็นอย่างมาก ครูทุกคนให้ความเอ็นดู หนูได้รับทุนการศึกษา ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ โรงเรียนจ่ายให้หนูหมด แต่หนูไม่รู้ว่าเมื่อหนูจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้แล้วชีวิตหนูจะเป็นอย่างไรต่อไป

หนูคิดแต่เพียงว่าการศึกษาและความรู้เท่านั้นที่หนูจะสามารถนำไปแลกกับการทำงานในอนาคตได้ ท่านทั้งหลาย และเพื่อนๆ ที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ หลายคนมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความพร้อมในการเรียน หนูอยากจะบอกทุกคนว่า เมื่อมีโอกาสแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และรักคุณพ่อ คุณแม่ให้มาก ๆ อย่าให้เหมือนกับหนูที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้รัก แต่หนูมีคุณย่าที่ประเสริฐที่สุด ที่ไม่เคยทอดทิ้งหนูเลย เราสองคน ทุกข์สุขมาด้วยกัน หนูสัญญาว่าหนูจะดูแลคุณย่าแทนคุณพ่อหนูอย่างดีที่สุดที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหนูจะทำได้

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อดทนฟังประวัติชีวิตของหนู สวัสดีค่ะ

เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ซึ้งสุดใจ ! ทารกกุมมือแฝดในครรภ์ เหตุไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก

แฝด,ตายทั้งกลม

ใจสลาย ! ทารกจับมือคู่ฝาแฝดขณะอยู่ในครรภ์ เหตุอีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก

วานนี้ (17 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวชวนให้ใจสลายของครอบครัว McIntire ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง ฮัทชินสัน รัฐแคนซัส แห่งสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งจะได้รับข่าวดี ว่าจะมีสมาชิกใหม่เป็นทารกฝาแฝด แต่กลับต้องใจสลาย เมื่อรู้ว่า หนึ่งในนั้นจะไม่มีโอกาสได้เกิดมาลืมตาดูโลก ทำให้ทุกคนโศกเศร้าเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้จากผลอัลตราซาวด์ แสดงให้เห็นว่า ฝาแฝดคนหนึ่ง มีความผิดปกติที่หัวใจ รวมทั้งสมองผิดปกติ ทั้งยังมีน้ำหนักน้อยผิดปกติ ในขณะที่แฝดอีกคนหนึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี

แต่ทันใดนั้น เมื่อสังเกตดูผลอัลตราซาวด์ จะเห็นได้ว่าฝาแฝดที่แข็งแรง กุมมือ ฝาแฝดที่กำลังจะตายในไม่ช้า โดยเรื่องนี้ได้รับความสนใจ มีผู้แชร์เรื่องราวดังกล่าวหลายพันครั้ง

MThai News

ที่มา dailymail