เถียงกันยับ ! ปมธุรกิจให้เช่าน้องหมา ชี้สัตว์ไม่ใช่สิ่งของ

ชาวเน็ตเสียงแตก ! เถียงกันยับ ปมธุรกิจให้เช่าน้องหมา ชี้สัตว์ไม่ใช่สิ่งของ ที่จะมาเปลี่ยนมือไปมา

วานนี้ (16 ก.พ. 59) โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีเพจหนึ่งออกมาโพสต์โฆษณา ให้เช่าน้องหมา สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสุนัข แต่ไม่ต้องการนำไปเลี้ยงแบบจริงจัง โดยคิดค่าเช่าเป็นวันต่อวัน ไม่มีการค้างคืน ซึ่งราคาเช่าขึ้นอยู่กับพันธุ์ของสุนัข หากทำหายต้องจ่ายสองเท่าของราคาจริง

12

ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ระบุว่า…

“เงื่อนไข : ***รายละเอียดติดต่อที่ร้าน*** เราจะมีวิธีการเลี้ยงให้ท่านศึกษาก่อนรับน้องไป (5หน้า) มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และมีออนไลน์แชทให้ลูกค้าติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ลูกค้าต้องวางสำเนาบัตรประชาชนเพื่อความปลอดภัยของน้องสุนัข และต้องรับทราบว่าหากต้องการซื้อจะมีราคาสำหรับจำหน่าย แต่หากทำน้องหายต้องจ่ายสองเท่าของราคาขายซึ่งไม่รวมค่าเช่า”

“เหมาะสำหรับ: ผู้ที่รักจริงเท่านั้น และอยากซื้อแตไม่แน่ใจ เช่าไปถ่ายรูปงานวันเกิด ถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์สินค้า (น้องอาจไม่ฟังตามคำสั่งพี่เลี้ยงตลอด คนถ่ายรูปต้องเก่งนิ๊ดนึง) / พี่เลี้ยงเราจะสามารถสอนคุณให้เข้าใจน้องหมาได้มากขึ้น มีอะไรถามได้ตลอด อารมณ์ประมาณเพื่อนพาน้องหมาไปเล่นที่บ้าน / ถ้าทำร้ายน้องทางร้านจะส่งคนไปจับพ่อแม่พี่น้องคุณผูกรวมกันแล้วราดน้ำมันก๊าดพร้อมจุดไฟ” 

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุนัข ซึ่งรู้สึกว่า สัตว์ทุกชนิดก็มีจิตใจไม่ใช่สิ่งของที่เปลี่ยนมือไปมา ลองคิดกลับกันถ้าเป็นตัวเองจะรุ้สึกอย่างไร แต่อีกด้านกลับเห็นด้วย เนื่องจากปัจจุบันสุนัขจรจัดที่ถูกนำมาปล่อยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หากใช้วิธีเช่าแบบนี้อาจลดจำนวนสุนัขจรจัดได้ เพราะการได้ทดลองเลี้ยงอาจทำให้เจ้าตัวรู้ว่า แท้จริงแล้วเรารักน้องหมาหรือไม่

ที่มา : ข่าวสด

MThai News

เผยแล้ว! ปมรถโบราณ ‘สมเด็จช่วง’ DSI แถลง 18 ก.พ.นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยจากข้อมูลพบรถโบราณ ‘สมเด็จช่วง’ เป็นรถยนต์ผิดกฎหมาย DSI เตรียมแถลงพรุ่งนี้ (18 ก.พ.)

วันนี้ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กรณีตรวจสอบรถยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 รุ่น W186 มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ ‘สมเด็จช่วง’ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ครอบครองนั้น

S__16769028

จากข้อมูลพบว่าเป็นรถยนต์ที่ผิดกฎหมาย ส่วนจะผิดขั้นตอนใดบ้างและกรณีรถผิดผู้ครอบครองจะผิดด้วยหรือไม่เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะดูในรายละเอียด ขณะที่พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมชี้แจงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวอย่างทางการ 18 ก.พ.นี้ โดยเฉพาะการนำเข้าที่มีเจตนาเลี่ยงภาษี แยกชิ้นส่วนนำเข้าโดยไม่มีใบอนุญาต รวมถึงขั้นตอนการจดทะเบียน ยังปลอมลายมือชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย

ขอบคุณข้อมูล TNN24

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ม.จ.จุลเจิมแนะ จัดผู้หญิงเป็นหน่วยกล้าตาย สลายม็อบพระ

ม.จ.จุลเจิม ยุคล แนะใช้ทหารหญิง-หมอนวด-โคโยตี้-แม่ค้า สลายม็อบพระ

วันนี้ (17ก.พ.) หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารที่ได้มาปิดกั้นทางเข้าพุทธมณฑล เพื่อไม่ให้รถบัสของพระสงฆ์ และประชาชนที่จะมาร่วมงานสัมมนา “สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย” ทำให้คณะพระสงฆ์ที่เข้าไม่ได้ เกิดการปะทะกันระหว่างทหารกับพระ เรื่องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา

page

ล่าสุดทาง ม.จ.จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก Chulcherm Yugala โดยมีข้อความดังนี้

ผมเห็นเป็นข่าวใหญ่เวลานี้ พระสงฆ์ ปะทะทหารขวางการชุมนุม ถ้าคราวหน้ามาชุมนุมกันอีก ผมใคร่ขอเสนอแนะของง่าย ๆ ในการสลายม็อบพระและจิ้งเหลืองให้ คสช. และทหารนำไปปฏิบัติดูก็ได้ครับ เมื่อม็อบพระและจิ้งเหลืองมากันแล้ว เราก็จัดทหารหญิง ตร.หญิง ผู้กล้ายืนบังตั้งแถวเป็นแถวหน้ากระดานให้เป็นหน่วยกล้าตายเอาไว้คอยปะทะกับพระกับชี โดยจัดทหารชายอยู่แถวหลัง

ในกรณีที่ทหารหญิง ตร.หญิง มีกำลังไม่พอก็เกณฑ์หรือขอร้อง (เพื่อชาติ เพื่อกองทัพ เพื่อคสช.) ขอความร่วมมือ หรือจัดจ้าง พวกคุณหมอนวด ทั้งแผนไทย และแผนสมัยใหม่ หญิงงามเมือง โคโยตี้ แม่ค้าปากคลองตลาด มาเสริมกำลัง

ถ้าพระบุกมาล็อคคอ (แบบในรูปที่แชร์กัน) หรือถูกเนื้อ ต้องตัว ทหารหญิง ตร.หญิง คุณหมอนวด ทั้งแผนโบราณ หรือสมัยใหม่ หญิงงามเมือง โคโยตี้ แม่ค้าปากคลองตลาด ก็ให้ทหารชายที่อยู่แถวหลัง เข้าไปจับ แล้วตรวจดูว่าเป็นพระจริง หรือไม่ ถ้าเป็นพระจริงก็จับสึกได้เลย ส่วนพวกสวมเครื่องแบบพระ หมายถึงเป็นพระปลอม ก็คุมตัวขังคุก เพราะพระจริง ๆ จะถูกตัวสีกาไม่ได้

เนื่องจากสตรีเมื่อถือกำเนิด รอดออกมาแต่แรกเกิด ถือว่าเป็น “วัตถุอนามาส” คือ วัตถุ ต้องห้ามที่พระไม่ควรจับต้อง เป็นข้อห้ามในธรรมวินัยของพระ ซึ่งในพระวินัยของสงฆ์นั้น มีศีลข้อหนึ่งในสังฆาทิเสส ๑๓ ได้ห้ามว่า “ภิกษุมีความกำหนดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส” แม้จับต้องด้วยความรักเอ็นดู ก็ต้องอาบัติทุกกฎ

แต่ที่น้อง ๆ ทหารหญิง ตร.หญิง ต้องพึงระวังตัวก็คือ ไม่ว่าพระจริง พระปลอม พระจากวัดธรรมกาย (ไม่รู้รูปไหน เห็นบอกว่ามี ตั้ง 3,000 รูป ) ที่ลุยเข้าไปล็อคคอ หรือถูกต้องเนื้อตัว ของน้อง ๆ ทหารหญิง ตร.หญิง บางทีอาจจะโดนพระจริง หรือพระปลอมแอบจับนมน้อง ๆ ก็ได้

ส่วนถ้าเป็นชีมาด่าว่า ท้าตบ ท้าตี น้อง ๆ ทหารหญิง ตร.หญิง ตบตีได้เลยไม่ต้องกลัว เราฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวกันมาแล้ว ยายชีเหล่านั้นคงไม่พกปืน พกระเบิดติดตัว ส่วนไอ้พวกพระเถระ (จิ้งเหลือง) ทั้งหลายที่ออกมา สำรอก ราคะ โทสะ โมหะ และอวิชชา ในที่ชุมนุม ผมว่าอย่าถือสา พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ บุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง (พระ – ผู้เขียน) ยังละไม่ได้แล้วบุคคลผู้นี้เรากล่าวว่า เป็นผู้อันมารผูกไว้แล้ว สวมบ่วงแล้ว และถูกมารผู้มีบาปพึงกระทำได้ตามความพอใจ (ปฐมราคสูตร ที ๙ ว่าด้วยผู้ถูกมารผูกไว้)

แต่ถ้าในกรณีม็อบพระยืดเยื้อ นั่ง ๆ นอน ๆ ธุดงค์กันอยู่นั่น ไม่ยอมกลับวัดกันซะที เพราะได้ปัจจัย ธรรม (กาย) ทาน ใส่ย่ามให้หลายอัฐอยู่ ขอแนะนำว่า กำจัดพระดื้อด้านเหล่านั้นโดย ให้ทหาร ตำรวจ ตั้งด่านปิดถนนทางเข้าทุกเส้นทาง ก่อนเข้าถึงที่ชุมนุม แล้วกระชับพื้นที่ เอาระยะทางห่างจากพื้นที่ชุมนุม สัก 10 – 15 กม. เผื่อสาวกจะใช้วิชาวิบากกรรม แบก สป.1 ได้แก่ อาหาร น้ำ แทนใช้รถ (ปล่อยไปครับ ถ้าอยากจะแบกก็แบกกันไปได้เลย 15 กม.เท่านั้น) เพียงแต่ห้ามรถทุกชนิดเข้าในพื้นที่ชุมนุม ไม่ว่ารถบรรทุก (ขนอาหาร) รถส้วม รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ (พวกกองทัพมด) เพราะพื้นที่ชุมนุมอาจจะเป็นพื้นที่อันตรายก็ได้

เมื่อทหารตัดการส่ง สป 1 คืออาหาร ได้แล้ว พอหลังเที่ยง (วัน) ก็ เกณฑ์ หรือเรียนเชิญพวก แม่ค้า พ่อค้า ไก่ย่างส้มตำ หมูย่าง ไส้กรอกอิสานเอามาย่างกัน สัก 50 เจ้า ตั้งไฟปิ้ง ๆ ย่าง ๆ ให้อยู่เหนือลม ให้กลิ่นไก่ย่าง หมูย่างโชยตลบเข้าจมูกพระคุณเจ้าทั้งหลายที่มาชุมนุม ถ้าพระ แม้กระทั่งแม่ชี ออกไปซื้อ (หลังเที่ยง) ก็ให้ทหารจับไปสึกได้อีก

ทั้งพระจริง พระปลอม ผิดศีลอุโบสถ ข้อห้าม และ ข้อควรปฏิบัติ ในข้อ 6 “วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ” เว้นจากการรับประทานอาหารในเวลาวิกาล คือ เที่ยงวันจนถึงวันรุ่งขึ้น ซึ่งศีลข้อนี้จะฉันได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ คือ แสงพระอาทิตย์ส่องเห็นลายมือ หรือส่องแสงเห็นใบไม้เป็นสีเขียว จึงเริ่มฉันอาหารได้ จนกระทั่งถึงเที่ยงวัน คราวนี้เลยเที่ยงไปแล้ว ไม่ได้ฉันอะไรกันเลย ก็หิวกันละ อดฉันเพลกันแล้วนี่

เมื่อหิวจัด ๆ อาจจะแอบออกมาขโมยไก่ย่าง หมูปิ้ง คราวนี้ทหารสามารถจับสึกได้อีก เพราะผิดศีลข้อ 2. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ เว้นจากการลักหรือใช้ให้ผู้อื่นลัก มีองค์ 5 คือของที่เขาหวงแหน 1 รู้อยู่ว่าเขาหวงแหน 1 จิตคิดจะลัก 1 พยายามเพื่อจะลัก1 ลักของเขาด้วยความพยามนั้น 1 เช่นลักไก่ย่าง หมูปิ้งจาก พ่อค้าแม่ค้า ส่วนแม่ค้า พ่อค้า ที่เป็นพุทธ ถ้ากลัวบาบ ที่ต้องมาทรมานพระ ก็เอา พ่อค้า แม่ค้าไก่ย่าง หมูย่าง ที่เป็นอิสลามก็ได้ครับ

ส่วนไก่ย่าง ที่ปิ้ง ๆ ย่าง ๆ กันวันนั้น ก็ขอให้ท่านแม่ทัพนายกอง คืนความสุขให้ แม่ค้า พ่อค้า เหมาไก่ย่าง หมูปิ้งไปแจกลูกน้องพวกท่านที่ออกมาทำงาน และอย่าลืม เพื่อแผ่ให้ ทหารหญิง ตร หญิง หมอนวด ทั้งโบราณ หรือหมอนวดสมัยใหม่ หญิงงามเมือง โคโยตี้ แม่ค้าปากคลองตลาด ผู้กล้าทั้งหลายด้วยนะครับ

เอาละผมเขียนซะยืดยาว แทบหาสาระอะไรไม่ค่อยได้ ขอจบก่อนดีกว่าครับ สำหรับวันเบา ๆ แต่อย่าเครียดกันนะครับ ธัมมชโย กำลังอาบัติทุกกฎ แถมติดคุก ด้วย เรามาเครียดตอนนั้นกันดีกว่าครับ สถาบันและพระพุทธศาสนา รอดพ้นแล้ว ไชโย สาธุโมทนามิ

ม.จ. จุลเจิม ยุคล

MThai News