แฟนเพจ Thai Superbike (ชุมชนคนรัก Superbike) โพสต์ข้อความเตือนสติสิงห์นักบิด
วันนี้ (16 ก.พ.) จะเห็นได้ว่าปัจจุบันรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่เพียงแต่คนวัยทำงาน แม้แต่วัยรุ่นหรือนักเรียน นักศึกษา ที่มีใจรักมอเตอร์ไซค์ก็มีไว้ครอบครองกันหลายคน และสิ่งที่ตามมาหากผู้ขับขี่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลการใช้งานอย่างละเอียด การมีรถประเภทนี้ไว้ใช้งานก็ดูจะเป็นอันตรายอยู่ไม่น้อย
ภาพประกอบข่าว
ล่าสุดทางแฟนเพจ Thai Superbike (ชุมชนคนรัก Superbike) ที่มีคนกดไลค์เพจกว่า1 แสนคน ได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนสติ ฝากถึงคนรัก Superbike ให้ใช้รถด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของผู้ขี่รถเอง โดยระบุว่า
ช่วงนี้เกิดการสูญเสียเยอะมาก เพราะว่าอากาศดีใคร ๆ ก็อยากออกมาขี่รถเล่น แต่ก็อย่างที่ได้ข่าวกันมาว่า บาดเจ็บและเสียชีวิตเยอะเพราะอะไรล่ะ…?
1.ขี่ไม่แข็ง บางคนขี่เร็วได้ 200+ นึกว่าตัวเองขี่แข็ง ซึ่งจริง ๆ แล้วรถแรง ๆ มันก็หวด 200+ ได้ทุกคันแหละ คนขี่เร็วไม่ได้เก่งและไม่ได้วิเศษมาจากไหนเลย รถมันไปได้ยังไง? มันไปทางตรง ๆ ยังไงมันก็ไปได้ แล้วทางโค้งล่ะ..คุณมีฝีมือพอที่จะเอามันอยู่ไหม คุณรู้จักการใช้เคาน์เตอร์สเตียริ่งดีแค่ไหน รู้จักการเชนเกียร์กับใช้เบรคดีหรือยัง คุณรู้จักท่าทางการแต่งตัวก่อนเข้าโค้งดีแค่ไหน
คุณเคยเรียนมาบ้างหรือเปล่า หรือมโนคิดว่าเก่งโดยที่ไม่ต้องเรียนก็ได้ เรียนไปก็งั้น ๆ คุณคิดว่าคุณเก่งแล้วคุณเคยรู้หรือเปล่าว่า เวลาต่อรอบสนามคุณทำได้กี่นาที ผมเห็นมาหลายคนแล้ว คนที่มโนคิดว่าตัวเองเก่งกาจมากกว่าคนทั่วไปบนถนนหลวง ลงสนามที่แรกด้วยความมั่นใจบอกกับทุกคนว่าขอขี่วนสามสี่รอบดูไลน์ เดี๋ยวจะไล่เก็บพวกที่วิ่ง ๆ อยู่ให้หมดปรากฏว่า วิ่งทะลุสองนาทีหมดสำหรับครั้งแรก ยังตาม ksr เดิม ๆ ไม่ได้เลยเผลอ ๆ บางคนล้มไม่เป็นท่า ตั้งแต่สองสามรอบแรก เวลามันฟ้องชัดเจนว่า คุณ…ขี่ไม่เป็น ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย คุณแค่เก่งกาจในโลกของคุณคนเดียวเท่านั้นเอง
2.ขี่เร็ว เขตชุมชน เขตเมือง ส่วนมากใส่ท่อดัง ๆ กันชอบลากรอบสูง ๆ แผด ๆ ให้คนสนใจ พอคนมองก็ลากจนสุดเกียร์ และรถมันแรงกว่าจะสุดเกียร์ ความเร็วมันก็ไปถึงไหนแล้ว ถ้าตัวพันนี่สุดเกียร์ 1 มีแตะ ๆ 150 กม./ชม. พวกฮายาทำได้สบาย ๆ เลย คิดดูว่ามันเร็วขนาดไหน และก็โครม!
เขตชุมชน ชนคนบ้าง ชนรถออกจากซอยบ้าง ทุกครั้งที่ชนก็จะบอกแบบเดิม ๆ รถยนต์ตัดหน้า คนตัดหน้า แต่ไม่เคยดูหรอกตัวเองขี่เร็วขนาดไหน ถ้าเป็นคุณจะข้ามถนนเห็นไฟรถมาแต่ไกลลิบ ๆ คุณก็คงคิดว่าพ้นคุณก็ต้องข้าม แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า หวดมาหูดับตับไหม้เลย ชนมาก็เดือดร้อนสังคมอีก มีคนเจ็บมีคนตาย
3.คึกคะนองและขี่หวาดเสียว ในเขตชุมชน ยกล้อพลาดมาหงายท้องบ้าง ชนคนเจ็บชนคนตายบ้าง เดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่เดือดร้อนตัวเอง เดือดร้อนซ่อมรถตัวเอง ชดใช้คนเจ็บหรือคนตาย ถ้าคะนองแล้วไม่พลาดก็หวังว่า จะได้รับคำชมจากเพื่อนฝูง แต่เชื่อเถอะคนด่าคนสมน้ำหน้ามีมากกว่าคนชมแน่นอน
หลัก ๆ มันก็มีแค่นี้ ถ้ามีโอกาสไปเรียนเรซซิ่ง นี่ก็สำคัญไม่แพ้การขับขี่ปลอดภัย บางคนเรียนขับขี่ปลอดภัยมา และหวังว่า จบหลักสูตรแล้วจะออกไปหวดข้างนอกได้นั่นก็คิดผิดแล้ว ในสนามขับขี่ปลอดภัยใช้ความเร็วได้มากเท่าไหร่ล่ะ แล้วเวลาคุณออกทริปกับเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ หวดโค้งกัน 150 – 160 เหมือนอ้อมเขาที่ จ.กาญฯ ความเร็วขนาดนั้นมันไม่ใช่หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยแล้ว
เร็วขนาดนั้นมันเรซซิ่งเต็ม ๆ แล้ว ไอที่เรียนมาในสนามแคบ ๆ ความเร็วต่ำ ๆ มันใช้กับตรงนั้นไม่ได้เลย เก็บตำราขับขี่ปลอดภัยไปได้เลย ไม่ได้บอกให้ไปหวดกันเร็ว ๆ นะแต่จะบอกว่าเห็นพลาดมากันเยอะเลย ฉะนั้นฝีมือก็ควรจะมีหมั่นฝึกฝนกันบ้าง และที่สำคัญคนเก่งไม่จำเป็นต้องโชว์ เก่งแล้วขี่ช้า ๆ เครื่องมันก็ไม่ดับ
ส่วนถ้าอยากให้สังคมยกย่องว่าเก่งกาจเหนือใคร อย่ามาคุยว่าเคยบิดเท่าไหร่ ลองเข้าสนามแล้วเอาเวลาต่อรอบมาคุยกัน ว่าขี่ได้เท่าไหร่ เวลาต่อรอบมันจะบอกคุณชัดเจนว่าคุณเก่งขนาดไหน ไม่ใช่เอาฮายาไปขี่ 300 มาแล้วบอกว่าผมเก่งเพราะเคยขี่ 300 มาแล้ว รถแรง ๆ มันไปได้อยู่แล้วทุกคัน
ขี่สนามมีเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไป แต่ขี่ถนนหลวงขี่กันช้า ๆ นะ ปีนี้เพื่อนผมไปสวรรค์กันหลายคนเลย ผมเป็นห่วงโดยเฉพาะน้อง ๆ มือใหม่อายุน้อย กับน้อง ๆ กับบิ๊กไบค์คันแรก 250 cc ก็เริ่มแหกกันแล้ว ค่อย ๆ ขี่นะ
MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ Thai Superbike (ชุมชนคนรัก Superbike)