ตำรวจรวบมือฆ่าหั่นศพสาวใหญ่เจ้าของร้านสปา ใน จ.เชียงใหม่ ได้แล้ว หลังหนีไปบวชที่สำนักปฏิบัติธรรม
จากกรณีเหตุคนร้ายฆ่าหั่นศพนางสุรีย์ อ่อนสนิท อายุ 46 ปี เจ้าของร้านนวดจัสมิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในบ้านพักเลขที่ 85/178 หมู่บ้านพัชรพรปาร์คโฮม หมู่ที่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยพบศพช่วงเย็นวานนี้ ( 14 ก.พ. ) ในสภาพถูกหั่นศพแยกชิ้นส่วนออกเป็น 6 ชิ้น อย่างโหดเหี้ยม ขณะที่สภาพภายในบ้านถูกเพลิงไหม้บางส่วนจากการเผาอำพราง

ล่าสุดวันนี้ 15 ก.พ. ชุดสืบสวนภาค 5 พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม กระทั่งต่อมาได้ทราบว่าคนร้ายต้องสงสัยรายนี้คือ นายพิพัฒน์ กันธิมา อายุ 41 ปี และทราบว่า ได้หลบหนีไปบวชที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงได้ติดตามไปจับกุมทันที จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งใช้เวลาในการสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง
จากการสอบสวนนายพิพัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุฆ่า นางสุรีย์ จริง ซึ่งตนกับผู้ตายนั้นอยู่กินด้วยกันมานานหลายปีแล้ว แต่ช่วงหลังได้เดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ประเทศตุรกี ระหว่างนั้นก็เดินทางไปมา ช่วงที่ทำงานอยู่ก็ได้ส่งเงินมาให้นางสุรีย์ใช้จ่ายและเก็บไว้ตลอด ล่าสุดได้เดินทางกลับมาประเทศไทยประมาณ 1 เดือน ที่ผ่านมาและมาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุพร้อมกับนางสุรีย์ ก็พบว่าเงินที่มีอยู่ได้ถูกนำไปลงทุนเป็นร้านนวด และเงินส่วนอื่นๆ ก็ไม่เหลือแล้ว
กระทั่งต่อมาในช่วงวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่นางสุรีย์ ได้เข้าไปอาบน้ำนั้น ก็มีเสียงไลน์จากโทรศัพท์มือถือดังตลอด ด้วยความสงสัย จึงได้เปิดดู ก็พบว่ามีการพูดคุยกับชายหนุ่มคนอื่นลักษณะชู้สาว ซึ่งหลังจากที่นางสุรีย์ อาบน้ำเสร็จ ก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกัน และได้ลงมือทำร้ายกัน เพราะตนคิดว่านางสุรีย์ ได้นำเงินที่ตนส่งมาให้ใช้จ่ายและเก็บไว้ นำไปเลี้ยงดูชายอื่น
ต่อมานางสุรีย์ ได้นำอาวุธมีดมาข่มขู่ จึงได้เกิดการแย่งมีดกัน และทำให้อาวุธมีดพลาดไปแทงโดนตัวนางสุรีย์ ทำให้เสียชีวิต ซึ่งตนกลัวความผิด จึงตั้งใจหั่นศพนางสุรีย์ ออกเป็น 6 ชิ้น จากนั้นจึงได้วางแผนเพื่อทำการเผาอำพราง ด้วยการนำเทียนมาวางไว้บนไส้ที่ใช้สำหรับจุดโคมลอย และจุดไฟรอให้ไฟไหม้บ้านเพื่อเผาอำพรางศพ จากนั้นก็ได้หลบหนีออกไปบวชที่สำนักปฏิบัติธรรม ที่อยู่ด้านหลังสวนนงนุช อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กระทั่งได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News