ยิ่งลักษณ์ โว ผ่านสื่อนอกมั่นใจ ประชาชนยังสนับสนุน ‘พรรคเพื่อไทย’

อดีตนายกหญิงไทย ให้สัมภาษณ์สื่อนอก มั่นใจพรรคเพื่อไทยยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะถูกกีดกันจากกิจกรรมทางการเมืองภายใต้การปกครองของทหาร อย่างปัจจุบันนี้ แต่อำนาจของตระกูลชินวัตรที่ยังคงได้รับความนิยมจากประชานชนในวงการเมืองของประเทศไทยในอนาคต

Ousted Thai prime minister Yingluck Shinawatra (C) answers questions from the media as she leaves a criminal court in Bangkok on September 29, 2015.  Yingluck on September 29 launched a countersuit against her ongoing prosecution by the country's attorney general over her administration's controversial rice subsidy scheme.   AFP PHOTO / Christophe ARCHAMBAULT        (Photo credit should read CHRISTOPHE ARCHAMBAULT/AFP/Getty Images)

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทย วัย 48 ปี ให้สัมภาษณ์กับนิวส์ สเตรทส์ไทมส์ เมื่อวานนี้ ระบุ ยังเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยยังคงได้รับการหนุนหลังจากผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี พี่ชายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวอวยพรพรรคไปเมื่อช่วงตรุษจีนให้ลูกพรรคเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้น ส่วนวันเลือกตั้งในประเทศไทยที่ถูกคาดการณ์ซ้ำ ๆ ว่าจะมีขึ้น ถูกคาดว่าจะถูกเลื่อนออกไปอีกเป็นปีหน้า

ขอบคุณเนื้อหาจาก INN

บิดเบือนหรือปิดหูปิดตาปชช.? โดย..จาตุรนต์ ฉายแสง

“จาตุรนต์” ยก 10 ข้อ ถามรัฐบาล เหตุคนคว่ำร่างรธน. เพราะเห็นต่าง จวก รัฐเลิกอ้าง ใช้คำว่า ‘บิดเบือน’ ปิดหูปิดตาประชาชน 

ภายหลังที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จ่อเอาผิดเพจดังฐานนำเสนอบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโดดรับลูกหาช่องกฎหมายดำเนินการเอาผิดให้ เพื่อป้องปราบเพจอื่นและโลกโซเชียลเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

โดย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าวว่า เป็นการรับลูกกันเป็นทอดๆของฝ่ายรัฐบาล จนสู่การเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ คสช.ยังขุ่กลุ่มบิดเบือนจถูกเรียกไปปรับทัศนคติ

Chaturon Chaisang mthai

มีคำถามว่าคำว่า “บิดเบือน” แปลว่าอะไร บิดเบือนของพวกนี้แปลว่า “เห็นต่าง” หรือเปล่า จึงยก 10 ข้อ ตั้งคำถามลักณษะนี้เรียกว่าบิดเบือนหรือไม่

(1). ร่างนี้ไม่ดีเพราะทำให้อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของปวงชนชาวไทย

(2).เปิดช่องให้นายกฯมาจากคนนอก

(3). สว.มาจากกลุ่มอาชีพไม่อาจถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงไม่เป็นประชาธิปไตย

(4). องค์กรอิสระและโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมากเกินไป

(5). ระบบเลือกตั้งจะทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากและเป็นประโยชน์ต่อพรรคขนาดกลางให้โทษต่อพรรคเล็กๆ

(6). จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไม่มีนโยบายตอบสนองประชาชน

(7). จะเกิดการหักล้างการตัดสินของประชาชนโดยองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯ

(8). ไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน

(9). ร่างนี้จะนำสังคมไทยสู่วิกฤตที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น

(10). ปิดทางแก้เหมือนร่างไว้ให้ฉีกเท่านั้น

10 ข้อนี้ ถ้าถือว่าบิดเบือน คนที่จะถูกเอาผิดหรือเรียกไปปรับทัศนคติคงมีมากจนนับไม่ถ้วน ที่ยกมานั้นเป็นความเห็น ไม่ใช่เรื่องบิดเบือน แต่ คสช.กับรัฐบาลกำลังบิดเบือนความหมายของคำว่า “บิดเบือน” เสียมากกว่า เพื่อปิดปากคนที่เห็นต่าง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลความเห็นจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ปิดหูปิดตาประชาชน

อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Chaturon Chaisang

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แชร์ว่อน! เรื่องราวพระธุดงค์ เดินเท้าจากหนองคายมุ่งหน้าชลบุรี

แชร์ว่อน! เรื่องราวพระธุดงค์ เดินเท้าจากหนองคายมุ่งหน้าชลบุรี ชาวบ้านต่างบอกต่อว่าน่าเลื่อมใส

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของพระสงฆ์ออกเดินธุดงค์ ด้วยการเดินเท้าจากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดชลบุรี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อช่างหนู เมืองชล ได้โพสต์ภาพของพระรูปหนึ่งกำลังเดินธุดงค์ ด้วยเท้าเปล่า พร้อมบอกเล่าว่า

เรื่องราวพระธุดงค์ เดินเท้าจากหนองคายมุ่งหน้าชลบุรี

“ท่านใดที่เจอ พระรูปนี้ ทำบุญตักบาตรได้เลยครับ เพราะผมอยู่ อ.เมืองชลบุรี เจอท่านเดินอยู่หน้า ค่ายนวมินทร์ ( ค่ายทหาร ร.21 ) ตอนเวลา 13.30 น เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าตัวเมืองชล วันนี้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผมต้องไปซ่อมเครื่องซักผ้าที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ่าวอุดม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เจอพระรูปนี้ท่านเดิน อยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ๆ กับ ค่ายลูกเสือศรีราชา เวลา 13.30 น เวลาเดียวกันกับเมื่อวานวันที่ 3 วันแรกที่เจอท่านกระผมไม่แน่ใจว่าท่านเป็นพระแท้หรือไม่”

พอวันนี้สงสัยครับต้องลงถามให้แน่ใจว่าท่านทำไมถึงต้องเดินมาไกลมากๆ ระยะทาง จากตรงจุดแรกที่ผมเจอวันก่อน จากหน้าค่ายนวมินทร์ ถึง ค่ายลูกเสือศรีราชา ไม่ต่ำกว่า 40 กิโลเมตร ผมขับรถเลยท่านมา เพื่อจะหาซื้อน้ำถวายท่าน ยังไงก็ตามถ้าท่านไม่เป็นพระก็คงไม่เป็นไร พอพระท่านนี้เดินมาใกล้ๆ ผมก็ถวายน้ำท่านก็ให้ศิลให้พรแบบแปลกๆ คล้ายๆ กับพระป่าสายกรรมฐาน

แล้วผมก็ถามว่า ท่านมาจากที่ไหน พอท่านตอบถึงกับ อึ้งครับมาจาก จ.หนองคาย ตั้งแต่ออกพรรษา พอถามว่าท่านจะเดินไปที่ไหน ท่านตอบว่าไม่มีจุดหมายเข้าพรรษาวันไหนจะจำวัด ที่วัดที่ใกล้ที่สุด ท่านตอบแบบนี้จริงๆ และสิ่งที่ผมแปลกใจเป็นที่สุดคือ ท่านมองผมแล้วท่านบอกกับผมว่า โยมมิตรแท้ของโยมหายากนะ โยมที่ผ่านมาโยมทำคุณกับคนไม่ขึ้นนะ

ทุกข์ของโยมมีมาก อาตมาขอให้โยมทิ้งทุกข์โศกโรคภัยไว้ตรงนี้ ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ตรงนี้ แล้วตั้งอยู่ใน ศีลในธรรม กรรมดีไม่ไปไหน เชื่อ อาตมา นะโยมนะ ที่ผ่านมาให้คิดเป็นบทเรียน อย่าถือความแค้นไว้ในใจ ให้ปล่อยวางนะโยม แล้วท่านก็เดินจากไป ทิ้งความงงงันและขนลุกไว้กับผม ผมพูดกับท่านไม่ถึง ยี่สิบคำด้วยซ้ำ แล้วท่านรู้ได้ยังไง”

“ถ้าใครมีญาติอยู่แถวๆ อ่าวอุดม จนถึง พัทยา สัตหีบ หรือตัวท่านเองอยู่แถวๆ นั้น ถ้าเจอพระรูปนี้ ทำบุญใส่บาตร เถอะครับ ใส่บาตรได้อย่างสนิทใจ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกันหลายเสียงว่าได้เจอกับพระธุดงค์รูปนี้ น่าเลื่อมใสมาก ซึ่งได้บอกเล่าว่าชาวบ้านถวายน้ำดื่มให้ท่านเสมอ แต่ท่านไม่รับปัจจัยในรูปแบบของเงิน

ขอบคุณภาพ ช่างหนู เมืองชล

MThai News