เมื่อมติสุดท้าย ‘ธัมมชโย’ ไม่ปราชิก!?

กลับมาเป็นกระแสร้อนอีกครั้งสำหรับ ‘วงการสงฆ์’ หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) มีหนังสือแจ้งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ให้รื้อฟื้นอธิกรณ์ ที่คณะสงฆ์ได้วินิจฉัยไปแล้ว เพื่อใช้กฎนิคหกรรมปรับอาบัติปาราชิก ‘พระเทพญาณมหามุนี’ หรือ ‘ธัมมชโย’ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาสังฆปริณายก

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 ‘ธัมมชโย’ ถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินและที่ดินที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัด และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมใกล้การชิดสีกา และการอวดอุตริมนุสธรรม ซึ่งพยานปากสำคัญในขณะนี้คือ พระอดิศักดิ์ วิริสโก อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย

158664132

เรื่องดังกล่าวจึงต้องมีการตรวจสอบกันอย่างเร่งด่วน โดยกรมที่ดินได้สำรวจพบว่า ‘ธัมมชโย’ มีชื่อเป็นเจ้าที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ใน จ.พิจิตร และ จ.เชียงใหม่ ภายหลังการตรวจสอบเมื่อพบว่ามีการกระทำผิดจริง

สมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาสังฆปรินายก ได้มีพระลิขิตให้คืนที่ดินและทรัพย์สินขณะเป็นพระให้วัดพระธรรมกาย แต่ ‘ธัมมชโย’ ไม่ยอมปฏิบัติตาม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม

โดยถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย จำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร จำเลยที่ 2 และนำเงินอีกเกือบ 30 ล้านไปซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ใน จ.พิจิตร และที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยโอนกรรมสิทธิ์ให้นายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์

ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือมีบทลงโทษต่อ ‘ธัมมชโย’ อย่างชัดเจน จนมีหลายหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ รวมถึง ‘พุทธะอิสระ’ โดดร่วมวงติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยได้มีการยื่นเรื่องให้ทางดีเอสไอเข้าตรวจสอบทันที

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2558 ได้มีการประชุมขึ้น โดยมหาเถรสมาคม โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ‘สมเด็จช่วง’ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน มีมติให้ ‘ธัมมชโย’ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจาก ‘ธัมมชโย’ ได้คืนทรัพย์สินและที่ดินกว่า 900 ล้านบาท ให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 ทำให้เรื่องนี้ยิ่งเพิ่มความร้อนระอุต่อ ‘วงการสงฆ์’ เป็นอย่างมาก

จนเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ พศ. และ มส. ตามที่มีการร้องเรียนให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก จากคดียักยอกเงินและที่ดินตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชนั้น ได้ดำเนินการอย่างไรแล้วบ้าง

อย่างไรก็ตามภายหลังการยื่นหนังสือไปถึง พศ. และ มส. จึงต้องมีการประชุมกันเร่งด่วนในวันที่ (10 ก.พ.) ซึ่งล่าสุด ผลการประชุม โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ‘สมเด็จช่วง’ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเป็นพระอุปัชฌาย์ ของ ‘ธัมมชโย’ เป็นประธานการประชุม

มติให้ พระเทพญาณมหามุนี ‘ธัมมชโย’ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องปาราชิก เพราะเรื่องได้ยุติที่ศาลชั้นต้น ไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

นาที! อาสากู้ภัยผงะ หลังพบงูเหลือมยักษ์ยาว 3 ม.ซุกรถชาวบ้าน

คลิปนาที! กู้ภัยผงะงูเหลือมยักษ์ยาว 3 ม.ซุกรถชาวบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (10 ก.พ. 59) ในเพจเฟซบุ๊ก @อาสาสมัครพิทักษ์เมืองอำเภอ หาดใหญ่ ได้โพสต์คลิประทึกขณะเจ้าหน้าที่จำนวนหลายนายเข้าปฏิบัติงานช่วยชาวบ้าน จับงูเหลือมที่ติดอยู่ในรถกระบะ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีงูมุดเข้าไปอาศัยอยู่ในรถคันดังกล่าว

งูเหลือม, ข่าวหาดใหญ่

งูเหลือม

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่จำนวน 2 -3 คนช่วยกันดึงงูเหลือมขนาดใหญ่ออกมาจากรถท่ามกลางเสียงเสียงเชียร์ของชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ซึ่งกว่าจะดึงได้ก็ใช้เวลาไปนานหลายนาที เนื่องจากงูมีขนาดยาวถึง 3 เมตร ขณะที่เพจดังกล่าวได้เขียนข้อความติดตลกกำกับไว้ว่า “ตอนมาแจ้งบอกตัวไม่ใหญ่ ที่ไหนได้ดึงออกมายาวร่วมๆ 3 เมตร” เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำงูไปเก็บไว้ก่อนจะนำคืนสู่ป่าต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ทราบชื่อแล้ว! ศพสาวนิรนามคล้ายถูกข่มขืน เสียชีวิตข้างกำแพง

มอบตัวแล้วคนร้ายฆ่าหญิงสาวปริศนาเสียชีวิตข้างกำแพง พบเป็นฝีมือกิ๊กหนุ่มลงมือเพราะโมโห หลังพูดขัดใจเยินยอแต่สามี

ความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์ แชร์ตามหาญาติ ของหญิงปริศนาที่นอนเสียชีวิตในลักษณะถูกข่มขืนข้างสะพานในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมนั้น ล่าสุดทราบแล้วว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อุ๋มอิ๋ม อายุ 21 ปี ชาวตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายชนะชัย หรือ เค เหล็กกล้า อายุ 22 ปี กิ๊กหนุ่มของผู้เสียชีวิต

ฆ่าข่มขืน, ข่าวนครปฐม

ซึ่งจากการสอบสวนนายชัยชนะให้การสารภาพหลังเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าหญิงคนดังกล่าวจริง โดยผู้ตายเป็นแฟนของเพื่อนและแอบกิ๊กกับตนมาก่อนแล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นัดผู้ตายมามีสัมพันธุ์สวาทกันที่บริเวณดังกล่าว แต่ผู้ตายกลับพูดขัดหูชื่นชมเพื่อนซึ่งเป็นสามีต่อหน้า จึงบันดาลโทสะทั้งเตะและต่อย จนผู้ตายแน่นิ่งไปก่อนจะทราบต่อมาว่าเสียชีวิต

จึงได้ลากร่างไปทิ้งไว้บริเวณดังกล่าวและหลบหนีไป ทั้งนี้ระหว่างหลบหนียอมรับว่าเครียด และเกรงว่าสามีของผู้ตายจะตามแก้แค้นจึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด 

 



แชร์ภาพตามหาญาติ ศพสาวนิรนาม ลักษณะคล้ายโดนข่มขืน

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง เผยว่า พบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 14-15 ปีหรือมากกว่านั้น ลักษณะผมซอยสไลด์สั้นประมาณบ่า ตัวเล็กน้ำหนักน่าจะ 40 กว่าๆ โดย พบหญิงสาวตรงพื้นที่ร้างข้างสะพานข้ามแม่น้ำวัดลานตากฟ้า-วัดสำโรง ศพนอนอยู่ข้างกำแพง ไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับผู้ตายเลย จึงอยากจะช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมใครเห็นรูปนี้แล้วพอที่จะรู้จักหรือเคยพบเห็น แจ้งข้อมูลด้วย

12717172_1860846520702676_7414042688315129322_n

“น้องมีสภาพเหมือนจะโดนข่มขืน ถูกทำร้ายร่างกายมีรอยช้ำดำที่ตาข้างซ้าย และมีเลือดไหลออกทางปากและข้างแก้มขวาเหมือนจะโดนตี แล้วเอามาทิ้งไว้ในที่ร้าง ศพยังใหม่อยู่อาจจะเสียชีวิตเมื่อคืน”

อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากช่วยกันแชร์ต่อเพื่อหาข้อมูลและหาญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคลี่คลายคดีโดยเร็ว

ที่มา จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News