ดราม่า! โวยโดนร้านกั๊กที่จอดรถ ไม่ใช่ลูกค้าห้ามจอด

ดราม่า! ร้านแห่งหนึ่งกั๊กที่จอดรถ ไม่ใช่ลูกค้าห้ามจอด ด้วยการวางป้ายที่เขียนไว้ว่าให้จอดเฉพาะลูกค้าเท่านั้น

กลายเป็นเรื่องราวดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับภาพป้ายที่วางไว้ข้างถนนหน้าร้านแห่งหนึ่ง ถูกเขียนไว้ว่าจอดได้เฉพาะลูกค้าของทางร้านเท่านั้น หากไม่ใช่ห้ามจอดเด็ดขาด ทำเอาผู้พบเห็นต่างไม่พอใจเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นทีสาธารณะ

ร้านแห่งหนึ่งกั๊กที่จอดรถ ไม่ใช่ลูกค้าห้ามจอด

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Ratchanon Jumpa‎ ได้โพสต์ภาพป้ายห้ามจอด บริเวณพื้นที่สาธารณะซึ่งป้ายดังกล่าวมีข้อความว่า “ที่จอดรถสำหรับลูกค้า…..เท่านั้น” ผู้โพสต์จึงนำมาแชร์พร้อมถามว่า “แบบนี้ทำได้หรือครับ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีผู้แนะนำว่า ถ้าหากเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็จอดไปเลย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ

ขอบคุณภาพ ‎Ratchanon Jumpa

MThai News

ทรท.รอดเพราะอสส.เอียงข้าง โดย..นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

“นิพิฏฐ์” โต้แย้ง อดีตอัยการสูงสุด เหตุไม่ยื่นฎีกา “ธรรมรักษ์” คดีจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง ชี้ “ไทยรักไทย” รอดเพราะความลำเอียง?  

ภายหลังที่ศาลฎีกาได้ตัดสินคดีจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นข้อยุติว่าไม่มีคนของพรรคไทยรักไทยคนใดกระทำผิดกฎหมาย ขณะที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยซึ่งตกเป็นจำเลยข้อหาว่าจ้างพรรคเล็กให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีมูลความจริง และอัยการไม่ฎีกา คดีจึงเป็นที่สิ้นสุด เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
วันที่ 10 ก.พ.59 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโต้แย้ง นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ที่แถลงว่า เหตุที่ไม่ยื่นฎีกาพลเอกธรรมรักษ์ ในคดีร่วมกับพรรคพัฒนาชาติไทย จ้างให้เจ้าหน้าที่ กกต.แก้ไขเอกสารทางทะเบียน กรณีจ้างพรรคเล็กให้ลงสมัครนั้น

14-3-0

โดยอ้างว่า เป็นเพราะในชั้นศาลจำเลยที่ร่วมกระทำผิดกับพลเอกธรรมรักษ์ กลับคำให้การว่า พลเอกธรรมรักษ์ ไม่ได้ร่วมกระทำผิดด้วย (ทั้งที่ในชั้นปปช.ให้การว่าได้ร่วมทำผิดกับพลเอกธรรมรักษ์) เห็นว่า เมื่อจำเลยกลับคำให้การ จึงมีมติให้ยุติคดีของพลเอกธรรมรักษ์

ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของอดีตอัยการสูงสุด เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ปกติศาลจะไม่ให้น้ำหนักคำเบิกความของจำเลยด้วยกัน เพราะจำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน อาจเบิกความช่วยเหลือกัน เช่น จำเลย 5 คนถูกฟ้องว่าไปข่มขืนเขามาด้วยกันทั้ง5คน(อันเป็นการโทรมหญิง)

หากในชั้นศาลจำเลยคนหนึ่งบอกว่าตนทำผิดเพียงคนเดียวศาลไม่ต้องปล่อยจำเลยที่เหลืออีก4คนไป ทั้งที่ผู้หญิงเขาถูกข่มขืนจากคน 5 คน ถ้าเป็นเช่นนั้น จำเลยที่รวยก็อาจจ้างจำเลยที่เป็นคนจนให้รับผิดแทนตนได้ ความยุติธรรมก็จะเสียไป

เช่นเดียวกันในคดีที่อัยการสูงสุดฟ้องให้ยุบพรรคไทยรักไทย อัยการสูงสุดก็เชื่อพยานเหล่านี้และนำพยานเหล่านี้แหละมาเบิกความจนศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย แต่พอมาฟ้องพลเอกธรรมรักษ์กับพวกให้รับโทษทางอาญาอันสืบเนื่องมาจากการยุบพรรค กลับไม่เชื่อในพยานเหล่านี้

ทั้งนี้ ความเห็นส่วนตัวในทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของบุคคลในกระบวนการยุติธรรมและเพื่อให้นักกฎหมายได้วิพากษ์กันต่อไป คงเป็นเพราะการใช้ดุลยพินิจกลับไปกลับมาของ อดีตอัยการสูงสุด เมื่อมีการยึดอำนาจจึงถูกคำสั่งให้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

โจ๋ดวงซวย! ปาระเบิดถล่มเทคนิคดัง พลาดบึ้มมือฉีด

เกิดเหตุวัยรุ่น 6 คน ปาระเบิด-ยิงถล่มวิทยาลัยเทคนิคระนอง พลาดถูก 3 น.ศ.สาวบาดเจ็บ มือปาระเบิดพลาดบึ้มมือฉีก

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่น 6 คนขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงถล่มเข้าใส่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่หน้าประตูวิทยาลัยเทคนิคระนอง ทำให้นักศึกษาสาว ปวช.ถูกลูกหลง บาดเจ็บจำนวน 3 คน

1455027555_201602092029526-20120716160851

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดัง 1 ครั้ง และเสียงปืนลูกซองดังขึ้นจำนวน 3 นัด ก่อนจะมีกลุ่มนักศึกษาสาวที่อยู่ภายในวิทยาลัย ล้มลงและร้องขอความช่วยเหลือ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 6 คน จาก ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง ได้ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน ซึ่งในขณะนั้นเป็นเวลาหลังเลิกเรียน มีนักศึกษาที่ทยอยเดินทางกลับบ้าน ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีบนถนนเพชรเกษมขาเข้าเมืองระนอง คาดว่าจะหลบเข้าหมู่บ้านที่ ต.หาดส้มแป้น

ทั้งนี้ก่อนหน้าเมื่อ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มวัยรุ่นคู่อริกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุขว้างระเบิดปิงปองเข้าใส่กลุมนักเรียนที่หน้าวิทยาลัยมาแล้วถึง 5 ครั้ง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จนต้องมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจนำรถมาจอดรักษาการณ์หน้าวิทยาลัย พอเมื่อไม่เห็นกำลังเจ้าหน้าที่ในวันนี้จึงก่อเหตุยิงถล่มซ้ำอีก

ต่อมา ตำรวจ สภ.เมืองระนอง ได้เข้าอายัดตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุวัย 17 ปีจาก ต.หาดส้มแป้น 1 รายที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลระนอง ขณะเข้าทำการรักษามือขวาถูกระเบิดปิงปองระเบิดเข้าใส่มือตนเอง ฝ่ามือด้านในมีบาดแผลเหวอะ แพทย์ต้องทำการล้าง และเย็บบาดแผลทันที ก่อนจะส่งตัวไปรับป่วยภายใน โดยตำรวจจำนวน 2 นายผลัดเปลี่ยนกันดูแลผู้ต้องสงสัยวัยรุ่นรายนี้ เนื่องจากยังเป็นผู้ป่วยรักษาตัว ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ เจ้าหน้าที่ทราบตัวหมดแล้ว และเข้าทำการกดดันในพื้นที่ พร้อมแจ้งให้ผู้ปกครองทุกรายทราบ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News