คสช.เบรกงานสัมมนา ‘ร่างรธน.’ หวั่นกระทบมั่นคง!

“นิด้า” ยกเลิกงานสัมมนา “ร่างรธน.” เหตุ คสช.สั่งเบรก หวั่น กระทบความมั่นคง 

นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันพัฒนบัณฑิตบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า และอดีตกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เผยว่า ได้มีการยกเลิกงานสัมมนาวิชาการ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. …ปฏิรูปได้จริงหรือ” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ที่นิด้า เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกรงว่าจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และยืนยันว่าการยกเลิกสัมมนาไม่ได้เกิดจากปัญหาวิทยากรคนใดคนหนึ่ง

nida.

ส่วนที่มีการระบุว่าเหตุผลการยกเลิกจัดสัมมนาครั้งนี้ เพราะไม่มีการขออนุญาตจัดสัมมนาล่วงหน้า 7 วัน ยืนยันว่า ไม่ใช่เหตุผลดังกล่าว ทั้งนี้จะเลื่อนการจัดสัมมนาออกไปหรือไม่นั้น นายบรรเจิด กล่าวว่า คงไม่มีการจัดสัมมนาอีกแล้ว เพราะไม่อยากให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซ้อน

ข้อมูล naewna / ภาพ nida.

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ต้องดู! คลิปขนมปังติดคอลูก พ่อฮีโร่ปรี่เข้าช่วย

โลกออนไลน์แห่แชร์คลิป พ่อฮีโร่ปรี่เข้าช่วยลูก หลังขนมปังติดคอ

วันนี้ (4 ก.พ.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราว ของสมาชิกเฟซบุ๊ก Komkrit Satthapiriyapong ที่ได้โพสต์คลิปอุทาหรณ์ หลังลูกเกิดขนมปังติดคอไม่สามารถสำลักออกมาเองได้ ถ้าผู้โพสต์ซึ่งเป็นพ่อเด็กจึงพยายามตบหลัง เมื่อไม่เป็นผลเขาจึงช่วยด้วยการจับลูกห้อยหัวลงเขย่าอยู่ 2-3 ครั้ง สุดท้ายเศษขนมปังก็ออกหลุดออกมา

page

ทั้งนี้ทางผู้โพสต์ได้ระบุข้อความไว้ว่า

“…วินาที ขนมปังติดคออันดา ดีนะที่มีสติใครมีวิธีที่ทำให้ของที่ติดคอลูกอยู่ หลุดออกมาง่ายกว่านี้ ช่วยแนะนำได้นะครับ เพราะผมไม่อยากทำแบบนี้เลย กลัวจริง ๆ ใครมีวิธีแนะนำด้วยนะครับ…”

ทั้งนี้สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบว่าลูกมีสิ่งของแปลกปลอมติดคอ

สำหรับเด็กทารก (ขวบปีแรก) ควรปฏิบัตดังนี้

1. จับลูกคว่ำหน้าพาดบนท่อนแขนหรือเข่า มือประคองระหว่างศีรษะและคอของลูกให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว

2. ใช้ฝ่ามืออีกข้างกระแทกที่กลางหลังช่วงสะบักเร็วๆ 5 ครั้งติดต่อกัน (ความแรงขึ้นอยู่กับอายุและขนาดตัวของลูกด้วย)

3. ตรวจดูในปากลูก ถ้ามีอะไรอยู่ในปากให้เอาออก แต่ถ้ามองไม่เห็นวัตถุไม่ควรล้วงมือเข้าไปเด็ดขาด

4. ถ้าไม่ได้ผลให้ประคองลูกนอนหงายบนท่อนแขนหรือที่ตักให้ศีรษะลูกอยู่ต่ำกว่าลำตัว ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลาง กระทุ้งเร็วๆ กลางหน้าอก 5 ครั้ง

5. ถ้าทำซ้ำขั้นตอนข้างบน 3 ครั้ง ของที่ติดคอยังไม่ออก ควรรีบนำลูกส่งโรงพยาบาล

และเด็กเล็ก (1 ปีขึ้นไป) ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

1. หากลูกไม่มีอาการหายใจลำบาก เขียว ทุรนทุราย คุณแม่ควรตบหลังลูกเบาๆ เป็นการกระตุ้นให้ลูกไอ เพื่อให้ของที่ติดคอหลุดออกมา

2. ถ้าลูกไม่ไอและของที่ติดคอยังไม่หลุดออกมา ให้โอบลูกจากทางด้านหลัง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดใต้ลิ้นปี่แรงๆ 5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 3 วินาที แล้วเช็กดูในปากว่ามีอะไรในปากลูกหรือเปล่า (Heimlich Maneuver)

3. กรณีที่ลูกไม่หายใจให้จับลูกนอนหงายศีรษะต่ำ ใช้มือทั้งสองข้างประสานกัน กดลงไปตรงลิ้นปี่ สลับกับการช่วยหายใจด้วย และควรรีบพาลูกส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณนุชจรีย์ สิทธิพงศ์

Ausiris ระบุ ราคาทองคำขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้

gold

ภาพจาก สมาคมค้าทองคำ

ตลาดทองคำ ราคา Gold Spot ขึ้น 5 วันติด ส่งราคาแตะ 1155 เหรียญ ราคาสูงสุดในรอบ 4 เดือน และ US Dollar Index อ่อนค่า 5 วันติดแตะ 96.57 จุด ต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯประกาศเพิ่มขึ้น 7,000 ราย ขณะที่เมื่อวันพุธสหรัฐได้ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของภาคเอกชนในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 205,000 ราย โดยลดลงจากเดือนธ.ค.ถึง 62,000 ราย เป็นผลให้นักลงทุนกังวลว่าภาคแรงงานของสหรัฐอาจกำลังชะลอตัว และจะดึงเศรษฐกิจให้ชะลอตัวตาม

รวมถึงประเมินว่าเฟดอาจไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้ในเดือน มี.ค. ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นนักลงทุนขาย US Dollar Index และเข้าซื้อทองคำมากขึ้น โดยในตลาด Comex มีการเข้าสถานะ Long เพิ่มขึ้น 771 สัญญา แนวโน้ม Gold spot มองไปต่อแตะ 1160-1165 เหรียญ (ราคาทองไทย 19500-19580 บาท) กรอบ 1140-1165 เหรียญ กรอบทองคำไทย 96.5% 19150 – 19580 บาท แนวโน้มเงินบาท แข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือน กรอบ 35.37– 35.78 บาท กลยุทธ์เข้าLong 1148-1152เป้า 1160/1165 Cut 1140 ตัวเลขสำคัญวันนี้ คือ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ม.ค.สหรัฐฯคาดลดลง 100,000 ราย จากเดือนธ.ค.

รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป

อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News