ย้อนรอย ‘สร้างอนาคตไทย 2020 ‘ ของชัชชาติ คุ้มกว่ารถไฟไทยจีน คสช.

ย้อนรอย  ‘สร้างอนาคตไทย 2020 ‘ ของชัชชาติ คุ้มกว่ารถไฟไทยจีน คสช.

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข่าววิพากษ์วิจารณ์ความไม่คุ้มหลังจากกระทรวงคมนาคม เผยว่า มีการปรับแผน ‘รถไฟไทย-จีน’ ที่ไม่จำเป็นออก ชี้ เพื่อลดต้นทุนและลดความซ้ำซ้อนนั้น เนื่องจากต้นทุนสูง

ล่าสุดบนโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์โพสต์ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเคยโพสต์ไว้เมื่อ 18 ก.ย. 2556 เกี่ยวกับโครงการ สร้างอนาคตไทย 2020 พลิกโฉมประเทศ ที่มีความคุ้มค่ากว่าโครงการของ คสช. โดยระบุว่า

1901165_665053276888861_268860873_n

– รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 39.2%
– รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 22.8%
– ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 12.1%
– ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.7%
– สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%
– ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.5%
– ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.6%
– ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.2%
– รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 383,891 ล้านบาท คิดเป็น 19.2%
– ค่าสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ความผันผวนราคาวัสดุ การติดตามและประเมินผล) 21,050 ล้านบาท คิดเป็น 1.0%

จะเห็นได้ว่า โครงการใน พ.ร.บ.สร้างอนาคตประเทศนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกทม. ถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ บูรณะถนนสายหลัก ถนนเชื่อมประตูการค้า ท่าเรือ สะพานข้ามทางรถไฟ โดยกระจายอยู่ในทุกๆ ด้าน และอยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ตามความจำเป็นและยุทธศาสตร์ของประเทศ

โครงการเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ แต่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หัวข้อ 5.3.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในเมือง และเป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554

ทั้งในส่วนของ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณฑล โครงการท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และ ฝั่งอ่าวไทย การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งการเสนอโครงการต่างๆ ใน พ.ร.บ. นี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ได้แถลงเป็นพันธสัญญากับรัฐสภาอย่างครบถ้วน

สำหรับสิ่งที่จะได้จากโครงการนี้ ที่ทางรัฐบาลคาดหวังไว้คือ

1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2%
2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40%
3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. และขบวนรถโดยสาร เพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม.
4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5%
5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18%
6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี
7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30%
8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5%
9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี
10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม. รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วิวาทแรง แชร์ว่อนอ้างอาแท้ ๆ ปล่อยหมากัด งัดไม่ฟาดหลานตัวเอง

เพจ ‘Volunteer Non’ แชร์เรื่องราว ที่มีการอ้างว่า อาแท้ ๆ ทะเลาะวิวาท กับพี่สะใภ้ ปล่อยหมากัด งัดไม่ฟาดหลานตัวเองเพราะสู้ไม่ได้

ทะเลาะ,ลงที่เด็ก,ปล่อยหมากัด,ใช้ไม้ฟาดหัว

เพจ ‘Volunteer Non’ หน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล บนเฟซบุ๊ค โพสต์เรื่องราวกรณีเกิดการทะเลาะวิวาทระหว่างหญิง 2 คน โดยระบุข้อความว่า

‘แม่เด็กทะเลาะกับน้องสาวของพ่อเด็ก น้องสาวของพ่อเด็กสู้ไม่ได้ จึงมาทำร้ายเด็ก โดนการเอาไม้ฟาดหัวเด็กให้ตกจากแค้ะและปล่อยหมา 3 ตัวให้มากัดเด็ก ขนานนี้อาสากรุงเทพ นำ ว.25 รพ.ราชพิพัฒน์ !!! จิตใจมึงทำด้วยอะไร เด็กมันไม่รู้เรื่อง’

จากนั้นได้มีผู้ใช้ในโซเซียล เข้ามาประณามการกระทำอันโหดร้าย เพราะเด็กมีศักดิ์เป็นหลานของผู้ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเด็ก ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและดุเดือด

โดยทางฝั่งของแม่น้องสาวของพ่อเด็ก ที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ ออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ว่าสิ่งที่ฝั่งแม่เด็กออกมาพูด ไม่เป็นความจริง โดยชี้แจงว่า เด็กที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์และถูกลูกหลง กระเด็นไปโดนขอบเตียง ส่วนเรื่องสุนัขไม่ได้หลุดออกมาเพราะถูกปล่อยออกมากัด แต่สุนัขพยายามมาช่วยเจ้าของ พร้อมทั้งขู่ว่า ผู้ที่นำเรื่องไปพูดโดยไม่มีมูล อาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทได้

ที่มา volunteer.non

เลื่อนเปิด ‘เขาคิชฌกูฏ’ เหตุทางขึ้นไม่สะดวก

ผู้ว่าจันทบุรีแจงเขาคิชฌกูฏเลื่อนเปิดไม่มีกำหนดขอเวลาบูรณะเส้นทางก่อนอนุญาตให้ประชาชนเดินทางไปสักการะ

เขาคิชฌกูฏ,เลื่อนเปิด,ทางขึ้นไม่สะดวก

นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยถึงการเลื่อนเปิดเส้นทางนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ จากเดิมเป็นวันที่ 6ก.พ.-7เม.ย. เนื่องจากสภาพเส้นทางไม่เอื้ออำนวยทั้งทางรถและทางเท้า

ส่วนพิธีบวงสรวงเปิดป่าของคณะสงฆ์ยังมีตามเดิม ในวันที่ 6 ก.พ.2559 โดยเจ้าหน้าที่ขอเวลาบูรณะเส้นทางก่อน จึงจะอนุญาตให้ประชาชน เดินทางขึ้นไปสักการะ

ทางด้านศูนย์ร่วมด้วยช่วยกัน จ. ระยอง ชลบุรี และจันทบุรี ในฐานะผู้ดำเนินงานเทศกาล นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง จะประกาศเลื่อนการเปิดเขาคิชฌกูฏออกไปจนกว่าจะเตรียมงานเสร็จ การซ่อมแซมทางซึ่งก่อสร้างด้วยไม้ไม่ทันการ อาจเป็นอันตรายต่อผู้แสวงบุญ ซึ่งหากซ่อมแซมเสร็จ จะประกาศให้ทราบต่อไป

ที่มา  js100