ยันแชร์มั่ว! อ.เจษฎา เผย เครื่องดื่มยี่ห้อดัง ไม่ได้ใส่อสุจิวัว

ยันแชร์มั่ว! อ.เจษฎา เผย เครื่องดื่มยี่ห้อดัง ไม่ได้ใส่อสุจิวัว

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่มีการแชร์ว่าเครื่องดื่มกระทิงแดงใส่น้ำเชื้อวัว

1382224_736953003102003_8132776560904197410_n

โดยระบุว่า จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์กันว่าในกระทิงแดง หรือชื่อฝรั่งว่า Red Bull นั้น มีสาร taurine อยู่ แล้วสารทอรีนเอามาจากอสุจิวัวกระทิง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสาร taurine ที่ใช้ใส่ในกระทิงแดงหรือเครื่องดื่มชูกำลังทุกยี่ห้อ เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบจากสารจริงในธรรมชาติ ซึ่งเป็นกรดอินทรีย์ที่พบในเนื้อเยื่อของสัตว์ ในน้ำดี โดยเฉพาะที่ลำไส้เล็กที่เรียกชื่อ ทอรีน ซึ่งแปลงมาจากคำว่า ทอรัส taurus หรือวัวตัวผู้นั้น เพราะว่าตอนที่ค้นพบครั้งแรกนั้น พบในน้ำดีของวัว สงสัยจะเพราะเหตุนี้ เลยเอามาสร้างเรื่องหลอกกันบนโลกออนไลน์

ทั้งนี้ประโยชน์ของสารทอรีนมีงานวิจัยในหนูทดลองพบว่า เผยว่าเป็นสารที่ช่วยในด้านการทำงานของกล้ามเนื้อร่างกาย และช่วยลดไขมันในตับด้วย โดยสารทอรีนนี้มีราคาสูงต่อน้ำหนักสูงกว่าพวกน้ำตาลหรือคาเฟอีนมาก ดังนั้น จะเห็นว่ายี่ห้อไหนที่ราคาแพง ก็จะใส่สารพวกนี้เยอะกว่ายี่ห้ออื่น

เพจดังตั้งคำถาม กองทัพไทย “เกณฑ์ทหาร” ไปรบกับใคร ?

เพจดัง ชวนตั้งคำถาม กองทัพไทย “เกณฑ์ทหาร” ไปรบกับใคร ?

แฟนเพจ New Culture ได้โพสต์ข้อความเผยว่า ในฐานะประชากรไทยผู้พร้อมใจไปรับใช้ชาติ รู้หรือไม่ว่าประเทศเรามีทหารเกณฑ์มายาวนานแค่ไหน ? จากภาพยนตร์ปลุกใจด้วยฉากรบอลังการเลือดสาดที่เราดูจนชิน บางคนเชื่อกันว่ามีเพียง ‘ทหาร’ เท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลปกป้องประชาชน เสียสละเพื่อดินแดนมาหลายร้อยปี จึงมีบุญคุณท่วมหัวจนไม่อาจตั้งคำถามใดๆ ได้

12642520_774366536031625_4284310448917322168_n

แต่ในความเป็นจริง ประเทศเราเพิ่งมีทหารเกณฑ์มาเป็นปีที่ 111 โดยเมื่อย้อนไปก่อนหน้านี้ถึงสมัยอยุธยา เราใช้ระบบการเกณฑ์ไพร่ หรือประชาชนอย่างเรา ๆ นี่เอง ที่ทำหน้าที่เป็นกำลังคนให้กับประเทศ โดยกำลังคนเหล่านี้หากมีศึกสงครามก็ออกไปรบ และหากไม่มีศึกสงครามก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ใช้แรงงานตามที่ผู้อำนาจต้องการ

ส่วนการเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน แม้เราจะไม่มีสงครามใหญ่ๆ อีกต่อไป แต่กำลังทหารก็ยังถูกเกณฑ์เข้าค่ายทหารปีละกว่า 1 แสนคน เพื่อไปเป็นกำลังในการดูแลกองทัพ มากกว่าโอกาสในการเป็นกำลังดูแลชาติในรูปแบบพลเรือน เช่นการเป็นพลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในฐานะนักธุรกิจ เป็นต้น

โดยทหารเกณฑ์จำนวนไม่น้อยต้องทุ่มเทความอดทนและกล้าหาญไปในการดูแลทำความสะอาดบ้านนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ตัดหญ้า ขัดถูสารพัดพื้นที่ในกรมกอง ทำกับข้าวให้นายทหารทาน หรือขับรถให้กับคุณนายของนายทหารระดับสูง

โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับภัยความมั่นคงที่ไม่ได้มาในรูปแบบการสู้รบทางทหารเพียงอย่างเดียว ส่วนทหารเกณฑ์ไทยก็ยังแช่แข็งไว้ในรูปแบบเดียวกับ 111 ปีก่อน เป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่าทหารเกณฑ์ผู้น้อย มักถูกใช้เป็นกำลังหลักในการปราบปรามความเห็นต่างทางการเมือง ใช้ในการกำราบประชาชนในชาติเดียวกัน หรือใช้ในการจับตาดูพฤติกรรมประชาชนที่กองทัพเห็นว่าเป็นภัยกับตนเองในปัจจุบัน

จึงน่าสนใจไม่น้อยว่า ทหารเกณฑ์ในศตวรรษที่ 21 ใช้ภาษีทุกบาทของประชาชนเพื่อการรับใช้ชาติ ประชาชนอย่างที่เราจินตนาการไว้ หรือรับใช้เพียงผู้มีอำนาจของกองทัพเท่านั้น ?

ที่มา New Culture

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ทะลุเป้า! ยอดจัดเก็บ ‘ภาษี’ ไตรมาสแรกพุ่ง

ยอดจัดเก็บ ‘ภาษี’ ไตรมาสแรกทะลุเป้าหมายกว่า 3 พันล้านบาท หลังประชาชนแห่ซื้อรถยนต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีของช่วงไตรมาสแรกของรอบปีงบประมาณ 2559 เกินเป้าหมายที่วางไว้กว่า 3 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากยอดจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากประชาชนเร่งซื้อรถยนต์ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก่อนจะมีการปรับภาษีสรรพสามิตใหม่เมื่อต้นปี 2559 ขณะที่การจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลที่อัตรา 4.95 บาท/ลิตร ได้รับอานิสงค์จากความต้องการใช้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ส่วนการจัดเก็บภาษีสินค้าประเภทอื่นยังเป็นไปตามปกติ

ขณะที่ กรมสรรพสามิตได้ตั้งเป้าหมายถึงยอดการจัดเก็บภาษีในช่วงงบประมาณ 2559 ไว้ที่ 496,000 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตจากรอบปีงบประมาณ 2558 ราว 11% ส่วนรอบปีงบประมาณ 2560 กรมสรรพสามิตตั้งเป้ายอดการจัดเก็บภาษีไว้กว่า 5 แสนล้านบาท โดยจะเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวดีขึ้น

444

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการรถยนต์ และประเมินร่วมกันว่าสำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ คาดว่าจะไม่ลดลงโดยจะอยู่ที่ 8 แสนคัน ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการรถยนต์ในประเทศไม่ลดลง

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News