ปะทะเดือด! กลุ่มผู้ค้าชาวเขมรทุบรถ DSI ขณะบุกจับลิขสิทธิ์(คลิป)

เกิดเหตุกลุ่มผู้ค้าชาวเขมรในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ กว่า 500 คน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ DSI และทุบรถ หลังไม่พอใจที่เข้ายึดสินค้าลิขสิทธิ์

วันนี้ 3 ก.พ. ตำรวจ สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ รับแจ้งจากกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าถูกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโรงเกลือ เข้าทำร้ายและทุบรถจนเสียหาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุชาวกัมพูชากว่า 500 คนล้อมรถอีซุซุ มิวเซเว่น ทะเบียน ฎห–3816 กทม  จึงรีบประสานฝ่ายทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19 ส่งกำลังทหารเข้ามาช่วยระงับเหตุ เพราะกลัวเรื่องบานปลาย

เหตุการณ์รวมตัวปิดล้อม รุมทำร้าย::–> เหตุการณ์รวมตัวปิดล้อม-รุมเจ้าหน้าที่ตรวจจับลิขสิทธิ์ ที่–#ตลาดโรงเกลือ (3/259) <–::[@ยัยน้ำ ดื้อตาใส ]_ได้โพสต์ไว้ว่า: ข่าวด่วน!! วันนี้ 3 ก.พ. 59 เกิดเหตุวุ่นวายเมื่อตัวแทนลิขสิทธิ์ เมื่อเข้าตรวจจับสินค้าลิขสิทธิ์ที่ ตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ สระแก้ว ทำให้ตัวแทนลิขสิทธิ์เกือบถูกชาวเขมรรุมประชาทัณฑ์โปรดใช้วิจารณญาณ ~CREDIT: *************************ขอบคุณคลิปแนะนำจาก––@ยัยน้ำ ดื้อตาใส

Posted by YouLike (คลิปเด็ด) on 2 กุมภาพันธ์ 2016

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า กลุ่มชายดังกล่าวอ้างว่าเป็นดีเอสไอได้เข้ามายึดเอาข้าวของภายในร้านของชาวกัมพูชาขึ้นรถ 6 ล้อไปจำนวนมาก ทำให้ชาวกัมพูชาโกรธแค้นฮือกันเข้ารุมประชาทัณฑ์กลุ่มชายดังกล่าว จนต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ สภ.คลองลึก เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุที่ทำให้พ่อค้าชาวกัมพูชาเดือดและโกรธแค้น เนื่องมาจากปัจจุบันตลาดโรงเกลือ เศรษฐกิจซบเซาจนจะกลายเป็นตลาดร้างอยู่แล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ รวม 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.ต.สนทวีย์ จัยสิน อายุ 42 ปี ร.ต.ท. โสรัจ กลิ่นภิรมย์ อายุ 39 ปี นายกิตติคม คงสมโภชย์ อายุ 45 ปี นายกอบคุณ กลิ่นภิรมย์ 39 ปี น.ส.ณัฐกานต์ พงษ์พิริยะ อายุ 37 ปี และ น.ส.พรทิพย์ เชาววนิชย์ อายุ 49 ปี แพทย์ได้ทำบาดแผลให้และให้กับไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ พล.ต.สุริยา ปาวรีย์ ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบกที่ 19 ได้เรียกเข้าพบที่ค่ายทหารแล้ว

S__7176300

ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด / คลิปจาก YouLike

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

จวกยับ! วัยรุ่นเซลฟี่คู่คุณยายขอทานขณะก้มกราบเท้า

จวกยับ! วัยรุ่นถ่ายเซลฟี่คู่กับคุณยาย ที่นั่งขอทานท่านหนึ่ง ขณะกำลังก้มกราบเท้า ชาวเน็ตถามเหมาะสมหรือ ?

วันนี้ (2 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Phantiwa Tonnonching ได้โพสต์ภาพวัยรุ่น 2 คน ถ่ายรูปคู่กับคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งนั่งขอทานพร้อมก้มลงกราบเท้าคนที่เดินผ่านไปมา สร้างความไม่พอใจแก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก ก่อนถามว่าเหมาะสมแล้วหรือที่ทำแบบนี้

7

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุว่า

“คนเราไม่ว่าจะอยู่ระดับชั้นไหน ควรให้เกียรติเขา ไม่ใช่ว่าสมควรให้ แต่ให้เพราะว่าเขาก็เป็นคน ๆ นึง ใช่ ยายอาจจะไหว้เพื่อขอเศษเงิน แต่ยายทำก็เพื่อเลี้ยงปากท้อง หาใช่เพราะอยากทำ ถ้ายายมีทางเลือก ยายคงไม่มาทำแบบนี้ ส่วนน้อง ๆ ที่ทำคงเห็นเป็นเรื่องตลก ขำขัน ให้เงินหรือไม่ให้ ยายก็ไหว้เองอยู่ดี คงคิดแบบนี้สินะ คนที่ไม่ให้เกียติคนอื่นอย่างน้อง ๆ โคตรต่ำเลย ต่ำกว่าหมา แมว เสียอีก อยากด่านะ แต่อย่าเลยดีกว่า”

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ตำหนิถึงความไม่เหมาะสม เป็นการไม่ให้เกียรติและเคารพผู้ใหญ่ ถึงแม้ยายเขาจะเป็นขอทาน แต่ก็ไม่ควรทำกับเขาอย่างนี้  น้อง ๆ ควรคิดให้มากกว่านี้ แต่บางส่วนก็มองว่า น้อง ๆ อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้มีเจนตนาที่จะทำแบบนั้นก็ได้

ที่มา : Phantiwa Tonnonching

MThai News

เกินไปไหม? ด.ช.ถูกพ่อตี เป็นแผลฟกช้ำ ยับเยินทั่วตัว

วอนตรวจสอบ! ภาพเด็กชายเป็นแผลฟกช้ำ ยับเยินทั่วตัว ข้อมูลระบุถูกพ่อทำร้าย

วันนี้ (3ก.พ.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก กำนัน วิไลวรรณ ได้โพสต์ภาพเด็กชายอายุประมาณ 6-7 ขวบ ถูกทำร้ายมีแผลและรอยฟกช้ำอยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งทางผู้โพสต์ระบุว่า เด็กที่อยู่ในภาพถูกพ่อทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เธอนำภาพมาโพสต์เพื่อสอบถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสามารถร้องเรียนที่ไหนได้บ้าง

cats

โดยมีการระบุคำบรรยายภาพไว้ว่า “…ขอถามหน่อยค่ะ ถ้าโดนพ่อทำร้ายแบบนี้จะร้องเรียนที่ไหนคะใครรู้ช่วยตอบทีค่ะ…”

หลังจากข้อมูลและภาพได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่คิดเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเหลือเด็กชาย พร้อมเอาผิดพ่อโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเกรงว่า เด็กจะถูกทำร้ายไปมากกว่านี้

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก กำนัน วิไลวรรณ