คาด SET ผันผวนตามราคาน้ำมัน เปิดโผ! หุ้นเด่น-ปันผลสูง

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุดได้ แนะ ลงทุนระยะสั้นเน้นเก็บหุ้นเด่น-จ่ายปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 ก.พ.) ว่า ดัชนีหุ้นไทยมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ลงต่ำกว่า 1,288 จุด อีกทั้งยังคาดว่าจะดีดกลับเพื่อทดสอบ 1,308 จุด อีกครั้ง ขณะที่ ตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับลงตามแรงขายทำกำไร คาดจะอ่อนตัวไม่นานก็จะฟื้นอีกครั้ง ซึ่งวานนี้ดัชนีปรับอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามจังหวะที่ฝ่ายวิจัย KS ประเมินไว้ โดยดัชนียังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุด แม้ว่าจะไม่ผ่านแนวต้าน แต่ดัชนีถือว่าไม่ได้ปิดตัวแย่มากเท่าที่ควร โดยยังปิดได้ในระดับใกล้ 1,300 จุด ที่ 1,297.34 จุด

iStock_000038050578_Small-e1422523395721

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์แนะนำเก็บหุ้นที่มีโอกาสถูกซื้อกลับ CENTEL เป็น Top Picks และหุ้น Big Cap จ่ายปันผลสูง KTB ส่วนกลุ่มหุ้นเด่นอื่นๆ ยังเป็น TPCH, KAMART, SPALI และ MCS ความคาดหวังที่จะเห็น Fund Flow ไหลกลับเข้าในตลาดเริ่มมีมากขึ้น โดยมองจังหวะการอ่อนตัวของดัชนีเป็นเพียงแค่การขายทำกำไร

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เน้นไปที่ Investment Theme 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1. กลุ่มที่มีโอกาสถูกซื้อกลับหลังจากมีการปรับฐานลงมาหนักในช่วงที่ผ่านมา คือ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น AOT, MINT, CENTEL, ERW เลือก AOT กับ CENTEL เป็น Top Pick นอกจากราคาจะปรับลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจแล้ว ยังได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามามากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

2. หุ้น Big Cap ที่มีการจ่ายปันผลสูง เช่น กลุ่ม ธนาคารฯ เลือก KTB เป็นตัวเด่น และ 3. หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการในงวด 4Q58 โดดเด่นเลือก TPCH, KAMART และ MTLS อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีหุ้นไทย จะไม่ย่อตัวต่ำกว่า 1,288 จุด และยังเชื่อว่าดัชนีจะดีดกลับขึ้นทดสอบ 1,308 จุดได้อีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล  @K_Securities

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

เพราะอะไร?คดีข้าวปู รัฐส่อแพ้แต่ในมุ้ง โดย..ไพศาล พืชมงคล

“ไพศาล” โพสต์ 5 สาเหตุ รัฐส่อแพ้ “คดีจำนำข้าว” หวั่น ประเทศเสียค่าโง่ ? 
วันที่ 2 ก.พ.59 นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol  ถึงคดีจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า

ข่าวว่าสรุปตัวเลขเรียกค่าสินไหมทางแพ่งยิ่งลักษณ์แล้ว ดูกฎหมายกันให้ดี ๆ จะได้ไม่เสียค่าโง่

08-0-1

1. การละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุป ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่ง มีอายุความ 1 ปี บัดนี้ขาดอายุความแล้ว ก็ไม่รู้แหละว่าใครต้องรับผิดชอบบ้าง?
2. การเรียกค่าสินไหมความรับผิดทางแพ่ง มีปมปัญหากฎหมายบางประการ ที่หากพลาดพลั้งก็จะแพ้คดีและเสียค่าโง่ทันที

2.1 การเรียกค่าสินไหมทางแพ่ง มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันรู้ตัวผู้กระทำความผิด และรู้ความเสียหาย จะครบเมื่อไหร่ คนที่รับผิดชอบนั่นแหละต้องดูให้ดี ดูแล้วน่าหวาดเสียว เพราะหากจะไปถือเอาวันตั้งคณะกรรมการสรุปค่าเสียหายคงหงายท้องเป็นแน่นอน

2.2 กฎหมายเรียกค่าสินไหมทางแพ่ง จะใช้บังคับกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเรียกร้องให้รับผิดที่เกี่ยวกับนโยบายก็จะแพ้คดี

2.3 กฎหมายเรียกค่าสินไหมทางแพ่ง ต้องเป็นเรื่องที่หน่วยงานนั้นได้รับความเสียหายจากการถูกเรียกร้องให้รับผิดทางละเมิด ซึ่งเรื่องโครงการรับจำนำข้าวจะเข้ากรณีนี้หรือไม่ ต้องดูกันให้ดี

2.4 ขณะนี้กรรมการของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์กำลังจะสรุปจำนวนความเสียหาย ซึ่งมีปัญหาว่าระดับกระทรวงจะเรียกร้องข้าราชการนอกสังกัดโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีให้ต้องรับผิดได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็เจ๊งบ๊งไม่เป็นท่า

2.5 เรื่องจำนำข้าวนี้ใครเป็นผู้เสียหายกันแน่? กระทรวงการคลังหรือกระทรวงพาณิชย์ หรือว่าหน่วยงานที่รับจำนำข้าว หากตั้งผู้เสียหายผิดตัว ก็แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง มาถึงวันนี้ได้ข้อสรุปหรือยังว่าใครที่จะเป็นผู้เสียหาย เรียกค่าสินไหมทางแพ่ง?

ทั้ง 5 ประการนี้ นี่แหละที่จะต้องดูกันให้ดี เพราะดูมันชอบกลๆ พิลึก น่าวิตกว่าจะเสียค่าโง่ เรียกร้องเงินค่าสินไหมไม่ได้

MThai News 

ฆ่าโหด! ปาดคอครูสาวชัยภูมิดับ คาดฝีมือแฟนเก่า

เกิดเหตุฆาตกรฆ่าโหดปาดคอครูสาว จ.ชัยภูมิ เสียชีวิตคาหอพัก คาดฝีมือแฟนเก่าปมหึงหวง

วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พ.ต.ท.ยุทธชัย เพ็ชรภักดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิต บริเวณหอพักหญิง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในบริเวณชั้นล่างของหอพัก พบร่างหญิงสาว นอนจมกองเลือด บริเวณลำคอถูกของมีคมปาดเป็นแผลยาวเกือบขาด ตัดหลอดลม และเส้นเลือดใหญ่ ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.ณัฐนันท์ เจ๋งเจริญ อายุ 41 ปี เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง

6

จากการตรวจสอบภายในห้องพักผู้เสียชีวิต พบร่องรอยการต่อสู้ เมื่อสอบสวนพยาน คือ น.ส.ชุติมา สงวนนามสกุล อายุ 29 ปี เพื่อนสาว ที่เช่าอาศัยอยู่หอพักเดียวกัน ทราบว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนพักอยู่ในห้องได้ยินเสียงผู้ตายมีปากเสียงกันรุนแรงกับผู้ชาย ก่อนที่เสียงจะเงียบหายไป ตนจึงเปิดห้องออกมาดูก็เห็นผู้ตายนอนนิ่ง มีเลือดไหลเต็มพื้น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้าน พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ระบุว่า เบื้องต้นสันนิษฐาน โดยคาดว่า ผู้ตายคงถูกอตีดแฟนเก่าฆ่า เพราะทราบว่าทั้งสองได้เลิกรากันมาเป็นเวลา 2 เดือน และคาดว่าจะมาจากเรื่องชู้สาว หรือหึงหวง ซึ่งแฟนเก่า คงตามมาขอคืนดี แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงทำร้ายร่างกายและลงมือสังหารโหด น.ส.ณัฐนันท์ ก่อนจะหายตัวไป

อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ติดตามตัวคนร้ายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตจะส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ ก่อนติดต่อให้ญาติมารับนำไปประกอบพิธีทางศาสนา

ที่มา : INN

MThai News