สุดเศร้า! ตายายเดินขอข้าวสารประทังชีพ หลังลูกหลานหนีทำงานกทม.

สองตายายใช้ชีวิตบั้นปลายสุดเศร้า เร่ขอข้าวสารประทังชีพ หลังลูกหลานหนีทำงานกรุงเทพ

วันนี้ (24 ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Pum Aekkarat โพสต์ภาพตายยายคู่หนึ่งกำลังเดินเร่ขอข้าวสารประทังชีพ พร้อมระบุรายละเอียดว่า ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตบั้นปลายกันเพียงสองคน เพราะลูกหลานแยกย้ายกันไปมีครอบครัว บ้างก็ไปทำงานที่กรุงเทพ

12728859_934216953341383_2513444177248836437_n

ข้อความทั้งหมดที่ผู้โพสต์ระบุมีดังนี้

“…2 ตายายแกเข้ามาในบ้านพวกผมก็ไม่รู้ว่าแกเป็นใครมาจากไหน แกเข้ามาขอข้าวสาร พวกผมก็เลยเอาข้าวสารให้ เอาน้ำให้กินเอาเงินให้ผมเลยถามแกว่า ตากับยายเป็นใครมาจาไหนแกก็บอกว่าแกเป็นคนอยู่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ผมถามว่า ลูกหลานไปไหนหมดทำไมทิ้งไว้อย่างนี้ แกก็บอกว่าลูกหลานมีครอบครัวก็ทิ้งแกไปหมด หนีไปทำงานกรุงเทพ ผมสงสารแกมาก ช่วยได้เท่าที่ช่วย เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันหน่อยน่ะครับ….”

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Pum Aekkarat

อ่วม แป้งยี่ห้อดังถูกฟ้อง เรียกเงิน 2,500 ล. ฐานนำมาทาจิ๋มแล้วเป็นมะเร็ง

บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันถูกศาลตัดสิน ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวของคุณยายวัย60 กว่าปี เป็นเงิน 2,500 ล้านบาท

Bottles of Johnson's baby powder, produced by Johnson & Johnson, sit on display at a Tesco supermarket in London, U.K., on Tuesday, April 19, 2011. Johnson & Johnson, reeling from more than 50 drug and device recalls since the start of 2010, is trying to recapture its younger self by digesting Synthes Inc. Photographer: Simon Dawson/Bloomberg via Getty Images

จอห์นสันแอนด์จอห์น

วันนี้ (24 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่คณะลูกขุนในรัฐมิสซูรี มีคำสั่งให้บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์ จ่างค่าเสียหายแก่ญาติของคุณยายวัย 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ จนกระทั่งเสียชีวิต

ทั้งนี้คุณยายอัดเทปบันทึกเสียง เล่าว่าเธอใช้แป้งเด็กแบนด์ดังกล่าว ทาตรงบริเวณของสงวนมาตั้งแต่เด็กจนโต เป็นระยะเวลากว่าสามสิบกว่าปี จนกระทั่งป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตในที่สุด

จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดประเด็นถกเถียง ว่าแป้งชนิดนี้เอาไปทาตรงที่สงวนแล้วเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่ ยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่ชัด เพราะงานวิจัยบางตัวก็บอกว่าการทาแป้งตัวนี้บริเวณของสงวน และเกิดหลุดเข้าไปในช่องคลอดจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซึ่งงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าไม่มีความเสี่ยง ซึ่งเป็นข้อถกเถียงที่ไม่สิ้นสุดมากว่าสี่สิบแล้ว

หลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ในที่สุดศาลได้ตัดสินให้บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันมีความผิดที่ไม่ขึ้นคำเตือนใด ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้งานแป้งดังกล่าว เป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่ผลิตออกวางขาย

แปลและเรียบเรียง  MThai News

ที่มา  theguardian

ไม่ทน! จี้รัฐจัดการคนจีน ทะลักขับรถบ้าน-จัดทัวร์เที่ยวไทย

คนพื้นที่จี้รัฐจัดการทัวร์จีน หลังทะลักขับรถบ้าน-จัดทัวร์เองเที่ยวไทย พบใช้จ่ายน้อยแถมสร้างปัญหาขยะล้น-อุบัติเหตุ ด้านรมว.ท่องเที่ยวยังนิ่ง อ้างยังไม่กระทบภาพรวม

นับว่าเป็นวิกฤตการณ์และสร้างปัญหาหนักใจให้กับประชาชนคนไทยในพื้นที่แถบภาคเหนือเป็นอย่างมากในช่วงระยะไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหลังจากมีนักท่องเที่ยวจีนหัวใสจำนวนไม่น้อย ขับรถบ้านเข้ามาท่องเที่ยว จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการด่วน เพราะมองว่านอกจากไม่ได้เงินเข้าประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับบ้านเมือง ทั้งอุบัติเหตุ และเรื่องขยะจำนวนมากที่เพิ่มขึ้นนั้น

รถบ้าน, นักท่องเที่ยวจีน, ทัวร์จีน, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่
ล่าสุด เพจ @อนุสรณ์ หยาง ก็โพสต์ข้อความเรียกร้องให้ทางการเร่งหามาตรการแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากมีนักท่องเที่ยวขับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถบ้านแล้ว ขณะนี้คนจีนถึงขั้นจัดเป็นทริปทัวร์เข้ามาเที่ยวแล้วด้วย

โดยผู้โพสต์คนดังกล่าวระบุว่า “ตอนนี้อย่าว่าแค่รถส่วนตัว เอาถึงขั้นรถทัวร์มาเองเลย ไม่ต้องพึ่งคนไทยเลยสักอย่าง เป็นแบบนี้ต่อไปคนไทยจะได้แต่ตัวเลขที่สวยหรู แต่ขยะและขี้ทิ้งไว้ให้คนไทยเราเก็บ ตื่นเถอะครับ การท่องเที่ยวของไทยไม่มีที่ไหนเขาทำแบบนี้หรอกครับ” ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการเป็นการด่วน เพราะดูแล้วการกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ หากปล่อยไว้ไม่จัดการจะกระทบเป็นวงกว้างได้

อย่างไรก็ดีจากปัญหาที่เกิดขึ้น ทางนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมาว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังเดินทางมาจำนวนไม่มากนัก และไม่ได้สร้างปัญหาให้กับภาพรวมการท่องเที่ยว แต่กระนั้นเตรียมจะหารือในข้อกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าการใช้รถบ้านของนักท่องเที่ยวจีนสามารถทำได้หรือไม่

เพราะหลายฝ่ายกังวลว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจะเดินทางมาใช้ทรัพยากรประเทศไทย แต่ใช้จ่ายน้อย โดยในอนาคต จะวางแผนจำกัดจำนวนรถยนต์เข้าออก หรือแนวคิดการจอดรถส่วนตัวไว้ที่ด่านและเปลี่ยนเป็นการเช่ารถในฝั่งไทย ซึ่งเรื่องนี้ต้องหารือหลักเกณฑ์ด้านกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และศักยภาพความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการวางนโยบายส่งเสริม

ขณะที่นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ที่เปลี่ยนพฤติกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเริ่มนำรถส่วนตัวเข้ามาใช้ในไทยมากขึ้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความแตกต่างของการขับขี่และการคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเชียงรายเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่เป็นประตูสู่การท่องเที่ยว จากเส้นทาง อาร์ 3 เอ

ขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดทำวิดีโอ แจกจ่ายกับนักท่องเที่ยวจีนที่นำรถเข้ามาทุกคัน เกี่ยวกับกฏจราจร การขับขี่ และมารยาทการใช้รถ แนะนำจุดจอดพักให้ เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น ทั้งนี้ได้ส่งเรื่องให้บริษัทประกันภัยต่างๆ เร่งศึกษากรมธรรม์ระยะสั้น เพื่อดึงรถนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ระบบคุ้มครอง อีกทางเพื่อปกป้องสิทธิผู้เสียหายจากอบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถนักท่องเที่ยวจีนด้วย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News