ผู้คนแห่เซลฟี่ทุ่งหญ้าขาวโพลนลาดพร้าว ทำหญ้าตาย-ขยะเกลื่อน

วิจารณ์ยับ ! ผู้คนแห่เซลฟี่ทุ่งหญ้าขาวโพลน ราวหิมะ ที่ลาดพร้าว ทำหญ้าตาย-ขยะเกลื่อน

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพทุ่งดอกหญ้าสีขาวโพลนราวหิมะ บริเวณข้างถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้านหลัง นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว จนเกิดเป็นทิวทัศน์สวยงามตายิ่งหนัก ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวสะพายกล้องออกเดินทางไปเก็บภาพความประทับใจไว้

ล่าสุด (29 ก.พ. 59) หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้รับความนิยิม ทำให้ผู้คนต่างแห่กันไปถ่ายภาพสวย ๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า

15

จากทุ่งหญ้าว่างเปล่าธรรมดา กลายเป็นกระแสดังในโซเชียล จนสื่อหลักต้องนำไปเสนอ ทำให้วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้คนพากันแห่แหนมายัง “สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่” ที่นี่ ทำเอารถติดไปไกลถึงนนทบุรี ผู้ที่มาเกือบทุกคน พกกล้องมาเพื่อถ่ายรูป มีตั้งแต่กล้องมือถือถ่ายเซลฟี่กันกรุบกริบ ไปจนถึงช่างภาพแบกเลนส์และชุดแฟลชมาถ่ายภาพกันอย่างจริงจัง โดยแต่ละคนก็หวังจะได้ภาพโลเคชั่นทุ่งหญ้าสีขาวสวยงาม ติดมือกลับไปทุกคน

จากที่เห็นวันนี้ ทุ่งหญ้าโดนเหยียบล้มไปหลายหย่อมแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจ ถึงแม้พรุ่งนี้หญ้าตายหมด ปีหน้าทุ่งหญ้าก็จะกลับมาสวยใหม่ ให้พวกเราได้กลับไปเก็บภาพสวย ๆ ใหม่อีกครั้ง แต่ทุ่งหญ้าอาจจะกลับมาสวยไม่เท่าเดิม เพราะหลายคนเอาภาพสวยงามกลับไป แต่กลับทิ้งขยะไว้แทน

17

ถึงแม้ขยะในตอนนี้จะถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ไปทุ่งหญ้าวันนี้ แต่คงเพราะแถวนั้นยังไม่มีร้านค้าให้จับจ่ายซื้อของ ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป น่าจะมีพ่อค้าแม่ขายมาจับกระแสขายของบริเวณนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นมากแน่ ๆ

ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากมาที่ทุ่งแห่งนี้ เพื่อเซลฟี่กับเศษขยะแน่นอน

มาช่วยกันรักษาทุ่งหญ้าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ กันเถอะครับ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร

MThai News

ย้อนคดี ‘สรยุทธ – ไร่ส้ม’ ปมเงินโฆษณาอสมท.

ฮือฮาอีกครั้ง! หลังศาลอาญาพิพากษา จำคุกผู้บริหาร บริษัท ไร่ส้ม จำกัด คือนางสาวอังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และนางสาวสุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการ , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าว และกรรมการผู้จัดกาและ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ ถึง 20 ปี แต่ลดเหลือ 13 ปี 4 เดือน

ข้อหาร่วมกันเป็นจำเลย กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว กรณียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. กว่า 138 ล้านบาท

06-7

ส่วนนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด (นางชนาภา บุญโต) อดีตเจ้าหน้าที่สำนักกลยุทธ์การตลาด อสมท. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี เนื่องจากใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จากบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 – 28 เมษายน 2549 ทำให้ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เสียหายกว่า 138 ล้านบาท และนางพิชชาภายังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยอื่นๆ เพื่อเป็นการตอบแทน

แต่เรื่องยังไม่จบ! เพราะคดีนี้ยังเหลือลู่ทางให้ต่อสู้กัน อีก 2 ชั้น คือ ศาลอุทรณ์ และ ศาลฎีกา หลังสิ้นคำพิพากษาศาลอาญา นายสรยุทธกับพวก จึงไม่รีรอที่จะยื่นประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ทันที

หากย้อนเรื่องราว คดีมีที่มายาวนานกว่า 10 ปี!

07-0

นับตั้งแต่นายสรยุทธ จัดตั้งบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยมีนายสรยุทธ เป็นกรรมการผู้จัดการ มี น.ส.อังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ้ม เป็นกรรมการบริษัท ได้ทำสัญญาผลิตรายการกับบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2548 ถึงวันที่ 15 ก.ค. 2549 ร่วมกันผลิตรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-13.00 น.

โดย อสมท. ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้บริษัท ไร่ส้มฯ ได้ครั้งละ 5 นาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้มฯ จะต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท. ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท และร่วมผลิตรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30-22.00 น. โดย อสมท. ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้บริษัท ไร่ส้มฯ ได้ครั้งละ 2 นาที 30 วินาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้มฯ ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท. ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 2.4 แสนบาท

แต่เรื่องนี้กลับผิดสังเกตการณ์ เมื่อรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 สั่งตรวจสอบด่วนหลังพบว่า รายการข่าวเที่ยงคืน ออกอากาศล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ช่วงดือน ก.ค. 2549

“โดยนางพิชชาภาได้รับสารภาพต่อหน้าทุกคนว่า บริษัท ไร่ส้มฯ มีการโฆษณาเกินเวลา และไม่มีการรายงานเพื่อเรียกเก็บเงินจริง และนางพิชชาภาได้ใช้น้ำยาลบคำผิดเฉพาะคิวโฆษณาเกินเวลาในส่วนของบริษัท ไร่ส้มฯ ในใบคิวโฆษณารวมของ อสมท. เพื่อปกปิดความผิดที่ได้กระทำขึ้นตามคำแนะนำของนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานของบริษัท ไร่ส้มฯ ก่อนที่จะเกิดการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้น”

สอดรับข้อมูลก่อนหน้านี้ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2555 ว่าการกระทำของนางพิชชาภา มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 6, 8, 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 การกระทำของนางอัญญา อู่ไทย ซึ่งเป็นหนัวหน้างานและเป็นผู้บังคับบัญชาในฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า สำนักกลยุทธการตลาด อสมท. มีมูลความผิดทางวินัย

การกระทำของนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ซึ่งได้ใช้ให้นางพิชชาภา ไม่ต้องรายงานการโฆษณาเกินเวลาที่กำหนดในสัญญา ให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ และบริษัท ไร่ส้มฯ (ในฐานะนิติบุคคล) มีมูลความผิดฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดตามมาตรา 6, 8, 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

กลับกันนายสรยุทธ ก็ได้ยื่นฟ้องบริษัท อสมท. ต่อศาลปกครองด้วย เพื่อให้ชำระเงินค่าโฆษณาเกินส่วนแบ่งเวลาตามที่ตกลงกันไว้ในสัดส่วน 50/50 และไม่ให้ส่วนลดทางการค้า 30% ตามข้อสัญญา รวมเป็นเงินกว่า 55 ล้านบาท

แต่…เมื่อกลางเดือน ก.ค. 2558 ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ว่า บริษัท อสมทฯ ไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณา 55 ล้านบาท คืนให้กับบริษัท ไร่ส้มฯ เหตุไม่มีการทำผิดเงื่อนไขใด

จากนั้นในช่วง ม.ค. 2558 ในฐานะจำเลยคดีดังกล่าว นายสรยุทธได้ประกันตัวออกมา เพื่อต่อสู้คดี พร้อมคำยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับ อสมท.ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย และท้าพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล

และทั้ง 2 ฝ่าย ได้ต่อสู้ทางกฎหมายในชั้นศาลอาญาอย่างต่อเนื่องภายใต้พยานที่สำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักหนึ่งในกรมสรรพากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สำนักกฎหมายแห่งหนึ่ง รองประธานผู้อำนวยการ บริษัท อสมทฯ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีบริษัท อสมทฯ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ด้านโฆษณา บริษัท อสมทฯ นักธุรกิจอาวุโส และคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.

จนสู่บทสรุปคำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งนี้ และแม้ศาลให้จะประกัน นายสรยุทธกับพรรคพวกคนละ 2ล้าน สั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศและรายงานตัวทุก30วัน

แต่…จากนี้ต้องจับตาว่า ทิศทางกระแสกดดันทางสังคมจะเกิดขึ้นกับ นายสรยุทธ หรือไม่ และมากน้อยเพียงไร เพราะทาง นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิและเสรีภาพและโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาระบุว่า

”ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ นายสรยุทธ ควรทบทวนถึงความเหมาะสมในบทบาทหน้าจอโทรทัศน์ในฐานะสื่อสารมวลชน”

ขอบคุณข้อมูลประกอบ >>> isranews

ติดตามรายงานพิเศษอื่นๆที่น่าสนใจ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ปาฏิหาริย์ แมว 9 ชีวิตถูกเผาทั้งเป็นกลางไร่อ้อย ทาสแมวแห่ให้กำลังใจ

แมว 9 ชีวิตถูกเผาทั้งเป็นกลางไร่อ้อย ทาสแมวแห่ให้กำลังใจล้นหลาม

แมว,ถูกเผา,ไร้อ้อย,ทาสแมว

แมวถูกเผาทั้งเป็น

วานนี้ (28 ก.พ.) ได้มีผู้ใช้ Mini Combo ได้โพสต์รูปภาพแมวตัวหนึ่ง ในสภาพถูกเผาร่างกาย จนกระทั่งผิวหนังและขนส่วนใหญ่ของร่างกายถูกเพลิงไฟทำลายอย่างน่าสลดใจ พร้อมระบุข้อความว่า

เจ้าเหมียวหายไปหลายวัน กลับมาอีกทีจะร้องเรยกู เขาจุดไฟไร่อ้อยกัน ทำไมไม่หนีละลูกกก สงสาร

หลังจากรูปภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ได้มีผู้นำมาแชร์ต่ออย่างมากมาย ทำให้กลุ่มคนรักแมวออกมาให้กำลังใจอย่างล้มหลาม และอย่างทราบถึงอาการของแมวเคราะห์ร้ายตัวนี้

ทั้งนี้ทีมข่าว MThai News ได้มีการสอบถามไปยังคุณญานิกา จูสนธิ์ ชาว อ. หนองม่วง จ.ลพบุรี เจ้าของแมวเคราะห์ร้าย ได้เผยเรื่องราวว่าเรื่องเกิดเมื่อช่วงคืนวันเสาร์ ที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมามีการเผาไร่อ้อยในระแวกใหล้เคียง และตนพบกับแมวช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในสภาพถูกเผาไหม้เกรียม จึงรีบพาไปพบแพทย์ในทีนที

โดยขณะนี้อาการของแมวยังน่ากังวล มีแผลเต็มใบหน้า ตัวอุ่น ๆ และยังคงนอนตลอด แต่สามารถลืมตาได้นิดหน่อย และตาน่าจะไม่บอด ซึ่งเจ้าของให้ยาอยู่ตลอด แต่แมวยังไม่ยอมกินอะไรเลย และต้องทำแผลตลอด

ติดตามข่าวสารทีน่่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา Mini Combo