‘ชมพู ฟรุตตี้’ โพสต์ข้อความลึกซึ้งถึง ‘เฮีย’ แห่งอาร์เอส หลังเห็นพวงหรีดส่งมาร่วมเคารพศพบิดา
วันนี้(21 ก.พ.) มีรายงานว่า ชมพู ฟรุตตี้-สุทธิพงษ์ วัฒนจัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Sudhipong Vatanajang เจ้าตัวเขียนไว้หลังเห็นพวงหรีดของเกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ และครอบครัว กับของสุรชัย-สุจิรา เชษฐโชติศักดิ์ อดีตเจ้านายจากบมจ. อาร์เอส ซึ่งส่งมาเคารพศพของบิดา คือนายถาวร วัฒนจัง

โดยข้อความระบุว่า
“สำนึก … เมื่อคืนเสร็จงานป๋า กลับไปเจอลูกๆ (ติดเทสต์เก็บคะแนนเลยไม่ได้มา) มีเหตุการณ์ให้ได้สอนเด็กๆ เรื่อง สำนึกว่าเวลาที่เราทำอะไรไม่ถูกต้อง แล้วมีคนบอกเราให้ฉุกคิด ทบทวนแก้ไข ถ้าเราฟังแล้วเห็นจริง ยอมรับ ปรับแก้และตั้งใจจะไม่ทำผิดอีก อย่างนั้นเรียกว่า สำนึก แต่ถ้าเราฟังแล้ว ไม่สบอารมณ์ เหมือนกำลังถูกตำหนิ
โดยเฉพาะเวลาที่มีคนอื่นอยู่ด้วย รู้สึกอับอายไม่พอใจหรือน้อยใจ จนไม่ได้เก็บเอาคำแนะนำ หรือคำสอนนั้น ไปพิจารณาแล้วแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์ อย่างนั้นจะเรียกว่า ไม่สำนึก ก่อนนอน เลยคิดว่าที่เราสอนลูกๆ ไปนั้น เราได้ทบทวนและมี สำนึก หรือยัง เพราะคนหลายคน รู้ บอก สอนคนอื่น แต่บ่อยๆ ที่ลืมว่าตัวเองก็ยังไม่ได้ทำ
ค่อยๆนอนไป คิดไป พิจารณาไป ฉากชีวิตต่างๆ ค่อยๆ เรียงลำดับ กลับมาให้ไตร่ตรอง ทบทวน ได้พบเหตุการณ์ที่วันนั้นไม่เข้าใจ แต่เพิ่งมาเข้าใจทีหลัง หลายเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความสำเร็จของชีวิต มาจากการให้โอกาสของผู้มีพระคุณ ในวันที่เยาว์ หรือโตแล้วแต่ยังโง่เขลา
บางครั้งเราไม่ยั้งคิดกระทำไปโดยอารมณ์ เหตุผลของเราใหญ่มาก ไม่ฟังใคร จนไปกระทบกระทั่ง บางทีล่วงเกิน ผู้มีพระคุณที่ดูแลเราด้วยความรักเอ็นดู เหมือนที่เราสอนลูก แต่ลูกยังดื้อ บางทีเราเสียใจนะ แต่ก็ให้อภัย เพราะรู้ว่าเขายังคิดไม่ได้ เห็นหรีด 2 พวงนี้หน้ารูปป๋า พวงหรีด เหมือนเห็นผู้มีพระคุณสามท่าน กำลังมองมาที่เราด้วยสายตาอ่อนโยน บอกให้เราคิด แก้ไข ปรับปรุงตัว
ด้วยความรัก เป็นห่วงเป็นใย ในชีวิตจริง ป๋าจากไปแล้ว แต่ได้สอนอะไรที่เป็นประโยชน์ที่สุดในชีวิต นั่นคือการบอกให้เราหัดแต่งเพลง ในวันที่เราไม่เคยเชื่อว่าจะทำได้ ความสำเร็จทั้งหมด เริ่มจากคำสอนนั้น พระคุณนี้อยู่ใน สำนึก ตลอดมา อีกสามท่านได้พบว่า เคยล่วงเกิน ทั้งไม่ตั้งใจและตั้งใจ (ตอนนั้นไม่เข้าใจเพราะเป็นเด็กดื้อ 555)
ถึงชีวิตจะติดขัดบ้าง แต่ก็ยังถือว่าโชคดี ประสบความสำเร็จมาได้ระดับหนึ่ง นั่นเป็นเพราะท่านไม่ถือสา ให้ความเมตตา และให้อภัยมาตลอด จนกว่าจะถึงวันที่เราได้สำนึกเอง (นี่ยิ่งเป็นพระคุณซ้อนพระคุณ) เขียนเรื่องนี้เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เผื่อเพื่อนพี่น้องบางคนอาจเคยพลาด
อัตตา ขวาง สำนึก ชีวิตเลยติดขัด ลองปรับการฟังที่ดื้อ ได้ยินอะไรก็แปร่งหู มาเป็นการฟังที่เปิดรับ ปรับแก้สำนึกของตัวเองรับคำแนะนำที่แปร่งใจ แต่มันดี มาแก้ไข ให้ชีวิตดีขึ้น ง่ายขึ้น หวังว่ามันจะยังไม่สายไปนะครับ ^ ^”
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ถือเป็นข้อเขียนจากความคิดตกผลึกที่ใครๆ ต่างก็พากันเข้าไปชื่นชมอย่างล้นหลาม
ภาพจาก Sudhipong Vatanajang
MThai News