อุทาหรณ์! หนุ่มใส่คอนแทคเลนส์ หวิดตาบอดตลอดชีวิต

อุทาหรณ์! หนุ่มใส่คอนแทคเลนส์ โดนสารเคมีในคอนแทคเลนส์ หวิดตาบอดตลอดชีวิต

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์ที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มรายหนึ่งเกือบตาบอดเพราะใส่คอนเเทคเลนส์ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Omija Prawee ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนคนใส่คอนเเทคเลนส์ ระบุว่า

หนุ่มใส่คอนแทคเลนส์ หวิดตาบอดตลอดชีวิต

“เพื่อนเจ้าของเฟซบุ๊กนะครับพิมพ์ตามที่โอเล่า‬ ตอนนี้โอยังลืมตาไม่ได้นะครับหลับตาตลอดเวลา‬ เตือนคนที่ใส่คอนแทคเลนส์‬ ผลจากการโดนสารเคมีในคอนแทคเลนส์ รุ่นไหนยี่ห้อไหนก็ควรระวัง การที่ขี้เกียจ ไม่อยากใส่แว่น เลยตัดสินใจซื้อคอนแทคเลนส์สายตาตามร้านทั่วไปตามแผงร้านที่ตั้งขาย (ห่างจากการใส่คอนแทคไป 3 ปี) ใส่ครั้งแรกคือแสบมากเลยถอดออก ครั้งที่ 2 ก็แสบ เลยถอดออกมาล้าง

พอใส่ได้ 4 ชม. รู้สึกเคืองตา เลยถอดออก ปรากฎว่า น้ำตาไหลตลอดเวลา แสบตามาก ตาแดง ตื่นมาเจ็บตามากอดทนไปเรียน 09.00-12.00น. นอนพักหยอดตาห้องพยาบาล 3 ชม. ไม่ดีขึ้น เลยไปโรงพยาบาลแรก ล้างตาให้ ป้ายยา และจะนัดมาเจอหมอตาเฉพาะทางให้พรุ่งนี้ พอกลับมาห้อง

ผมปวดแสบเจ็บลูกตามากๆ จนทนไม่ไหว เลยไปโรงพยาบาลนนทเวช เจอหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับตา ปรากฎว่า เยื้อบุตา ถูกทำลายไป 80% ไม่สามารถลืมตามองเห็นได้ จนกว่าอาการจะดีขึ้น ถึงจะสามารถลืมตาได้ในช่วงที่หมอหยอดยาชาที่ลูกตาเวลาตรวจจะสามารถลืมได้โดยไม่เจ็บทรมาน เพราะถ้าไม่หยอดลืมตาคือเจ็บแสบ และปวดมากๆ จะใส่อะไรที่ลูกตาเรา ก็ควรล้างให้สะอาดอย่าให้สารเคมีโดนตาดำ เพราะมันอันตราย ตาอาจบอดได้

โชคดีในวันนั้น ผมเหลือตาดำ 20% เลยรักษาต่อได้ ที่สำคัญห้ามโดนน้ำ เพราะมีโอกาสติดเชื้อตลอดเวลา ตอนนี้อาการค่อยๆ ดีขึ้น มีเคืองตา และน้ำตาไหลตลอดเวลา ขอบคุณเพื่อน ซัน และพี่ที่มาดูแล พาไปโรงพยาบาล กินข้าว จับมือพาเดิน ขอบคุณมาก ‪‎ถ้าตอนนั้นผมไม่ตัดสินใจโทรหาน้าสาว และรอวันถัดไปตาผมอาจจะบอดไปแล้ว‬ ‎ดวงตามีดวงเดียวในชีวิต‬ ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงผม‬ ‪หมอตาชั้น 3 ใจดีมากๆ เลยช่วยทุกอย่าง‬ ‎ขอบคุณทุกคนที่โทรมาหาและคอมเมนท์เป็นห่วงผม‬ ฝากเตือนทุกคนด้วยนะครับ‬ สุดท้ายนี้ยินดีที่รู้จักทุกคนมาตลอดครับ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์เตือนภัยกันจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเจ้าของเรื่องอีกด้วย

ขอบคุณภาพ Omija Prawee

MThai News

สลด! ตำรวจ เครียดปัญหารุมเร้า คว้าปืนยิงตัวตาย

เกิดเหตุ รอง สวป. สภ.เมืองพะเยา ใช้อาวุธยิงตัวตายคาบ้านพัก เครียดปัญหารุมเร้า

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา รับแจ้งมีเหตุยิงตัวตายที่บ้านเลขที่ 146 หมู่ 8 ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ที่เกิดเหตุพบร่าง ร.ต.ท.เดชอุดม ไชยสาร อายุ 58 ปี บ้านเลขที่146 หมู่ 8ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ตำแหน่ง รอง สวป.(ป) สภ.เมืองพะเยา ประจำด่านตรวจ ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา

392004

โดยผู้ตายใช้อาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด มัดสายไฟติดกับเก้าอี้นั่งเอาปากกระบอกปืนเล็งยิงเข้าตรงหัวใจ แล้วเอามือกระตุกเชือกลั่นไกปืน เจาะเข้าที่หน้าอก นอนตายบนเก้าอี้โยก ในห้องโถงใต้ถุนบ้าน 2 ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานการตายมาจากปัญหาทางครอบครัว ทิ้งจดหมายลาตาย 10 ฉบับให้ภรรยาและลูกไว้อ่าน โดยคนตายอยู่บ้านคนเดียว และภรรยาได้หนีไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพมหานครได้เดือนกว่าแล้ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำส่งให้แพทย์นิติเวช ทำการผ่าชันสูตรอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปดำเนินการต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ลือ “กกต” ถังแตก!! เงินสะสมเหลือ 72 ล้านบาท

เอกสารแชร์ว่อน อ้างเป็นของพนักงาน กกต. ขอความช่วยเหลือ หลังสำนักงานเล็งตัดเงินค่าตอบแทน-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เหตุจากเหลือเงินสะสม 72 ล้าน  5,000 ล้านบาท

รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารร้องขอความเป็นธรรมของพนักงาน กกต. ต่อคณะกรรมการ กกต.ในแอพพลิเคชั่นไลน์ ของผู้บริหารสำนักงานฯ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกรณีที่สำนักงาน กกต.มีแนวความคิดที่จะตัดเงินค่าตอบแทนต่างๆ ของพนักงาน ทั้งเงินค่าครองชีพ เงินค่าตอบแทนประจำตำแหน่งของผู้บริหาร เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ทั้งนี้ ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ปัจจุบัน สำนักงาน กกต.มีปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณค่อนข้างมาก เนื่องจากมีพนักงานทั้งประเทศ 2,500 คน งบประมาณประจำปีที่ขอไปทุกปี ปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรเพียง 1,700-1,800 ล้านบาท

โดยสำนักงบประมาณจะแจ้งให้ กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมของกกต.ที่เหลือจากการจัดการเลือกตั้ง แล้วไม่ได้นำส่งคืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับแต่ก่อตั้งกกต. มีเงินเหลือจ่ายสะสมประมาณ 5,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2549-2559 กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมที่มีไปในกิจการต่างๆอาทิ การก่อสร้างสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด การเลือกตั้งทั่วไปบางส่วน การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในทุกครั้ง และที่สำคัญคือค่าตอบแทนต่างๆของพนักงาน กระทั่งปัจจุบัน กกต.เหลือเงินสะสมดังกล่าวอยู่เพียง 72 ล้านบาท

คณะกรรมการการเลือกตั้ง, กกต, ข่าวเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ทางสำนักงานฯ จึงเห็นว่าการเงินของสำนักงานฯ อยู่ในภาวะวิกฤต จึงจำเป็นที่จะต้องลดรายจ่ายลงประกอบกับในส่วนของเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีที่จ่ายให้พนักงานทุกระดับและลูกจ้างนั้น มีข้อท้วงติงจากสำนักงบประมาณและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในทำนองว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวอาจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากระเบียบการใช้จ่ายเงินดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News