ฉาวอีก! ‘แพรวา 9 ศพ’ ผิดเงื่อนไขบริการสังคม

อธิบดีกรมคุมประพฤติเผย ‘แพรวา 9 ศพ’ ผิดเงื่อนไขการบริการสังคม นัดฟังคำสั่ง 21 มิ.ย. นี้

วันนี้ 19 มี.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึง น.ส.แพรวา อดีตเยาวชนซึ่งขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารสายธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เป็นเหตุให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 9 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2553 และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา โดยยืนโทษจำคุก 2 ปี แต่แก้โทษให้เพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี คุมประพฤติ 3 ปี

t6mwr7i5

พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม จำนวน 144 ชั่วโมง ห้ามขับรถจนอายุ 25 ปี เมื่อปี 2557 ว่า จากการตรวจสอบเจ้าพนักงานคุมประพฤติ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ ที่ น.ส.แพรวา ต้องมารายงานตัวตามคำสั่งศาลพบว่าช่วง 3 ปี ที่ผ่าน มาน.ส.แพร ว่า ไม่ได้ทำงานบริการสังคม โดนอ้างว่าติดเรียนหนังสือ ซึ่งพนักงานคุมประพฤติ ก็ผ่อนปรนให้

แต่พบว่าเมื่อช่วง เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.แพรวา ได้ส่งทนายความไปยื่นต่อศาลว่าได้ทำงานบริการสังคมไปแล้วจำนวน 90 ชั่วโมง โดยทำงานบริการสังคมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ มีการลงนามรับรองเป็นเอกสารจากทางโรงพยาบาล และทนายความนำไปยื่นต่อศาล และให้ น.ส.แพรวา ติดต่อพนักงานคุมประพฤติเพื่อแจ้งการทำงานบริการสังคม ที่เหลืออีก 30 ชั่วโมง

กรมคุมประพฤติไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน เพราะขั้นตอนการทำงานบริการสังคม ของผู้ถูกคุมประพฤติตามคำสั่งศาลนั้น กรมคุมประพฤติจะต้องออกหนังสือส่งตัวไปยังสถานที่ หรือโรงพยาบาล ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือการรับรองของกรมคุมประพฤติ ไม่ใช่การดำเนินการได้ด้วยตนเอง

จากนั้นกรมคุมประพฤติได้แจ้งไปยังน.ส.แพรวา ว่าศาลมีคำสั่งดังกล่าว แต่น.ส.แพรวา ปฏิเสธและบอกว่าจำดำเนินการเหมือนที่ผ่านมา จะกลับไปทำงานบริการสังคมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ เช่นเดิมอีกทั้งยังไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ อย่างไรก็ตามกรมคุมประพฤติได้รายงานพฤติกรรม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ศาลรับทราบ และศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 21 มิ .ย. เหลืออีก 30 ชั่วโมงจะดำเนินการอย่างไร และอาจรวมถึงทำงานบริการสังคมที่่ผ่านมาจะชอบด้วยระเบียบหรือไม่ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล

ทางด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า กรณีของน.ส.แพรวา ศาลเห็นว่าบุคลคลดังกล่าวเป็นเยาวชน ต้องการให้โอกาสแก้ไขความผิด ได้เรียนหนังสือและกลับมาทำงานรับใช้สังคม แต่ปรากฏว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด การทำงานบริการสังคมนั้นต้องมีการตกลง เห็นพ้องร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งพนักงานคุมประพฤติและผู้ถูกคุมประพฤติ ไม่ใช่อยากไปทำงานบริการสังคมที่ไหนก็ได้ เพราะจะให้มั่นใจได้อย่างไรว่า ไปทำงานจริง ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส กรมคุมประพฤติจึงต้องมีระบบและระเบียบแบบแผนรองรับบุคคลที่เข้ามาสู่การดูแลตามคำสั่งศาลอย่างชัดเจน

ขอบคุณข้อมมูล ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

‘พุทธะอิสระ’ เหน็บพวกค้าน รธน. เป็นพวกเสียผลประโยชน์ !?

‘พุทธะอิสระ’ เหน็บพวกค้าน รธน. เป็นพวกเสียผลประโยชน์ ชี้ขอแค่รัฐบาลทำการปฏิรูปบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ก็พอใจแล้ว

วันนี้ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘พุทธะอิสระ’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ’ โดยมีข้อความระบุว่า

S__12705825-0

อย่าดูถูกพลังประชาชน

เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือ วันมหาวิปโยค เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนในประเทศไทยมากกว่า ๕ แสนคน ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จนสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในช่วงวันที่ ๑๗-๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๕

เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาลที่มีพลเอกสุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
จนเกิดการปราบปรามและปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกับประชาชนผู้ชุมนุม

มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ มวลมหาประชาชนและกลุ่ม กปปส. ออกมาต่อต้านรัฐบาลนอมินีนายทักษิณ จนนำมาซึ่งการรัฐประหาร

นี่คือพลังประชาชน

พลังประชาชน เมื่อโค่นล้มรัฐบาลได้ ก็ตั้งรัฐบาลได้ พลังประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญได้ ก็เขียนรัฐธรรมนูญได้ พลังประชาชน ที่สร้างอำนาจให้แก่ใครก็ได้ และก็สามารถทำลายลงได้ เป็นเรื่องจริงที่มิอาจปฏิเสธได้เหมือนกันว่า ที่ผ่านมาประชาชนให้อำนาจแก่นักการเมือง นักการเมืองกลับใช้อำนาจนั้น มาทำร้ายประชาชน ประชาชนที่ฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีโอกาสเขียนรัฐธรรมนูญ ได้ด้วยมือของประชาชนเองเลย มีแต่พวกนักวิชาการ นักการเมือง ข้าราชการ

ซึ่งคนพวกนี้ ก็ไม่เคยรับฟังเจตนารมณ์ของประชาชนเลย มาวันนี้ ประเทศไทยมีรัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาล คสช. เขาเปิดโอกาส ให้แต่ละคน แต่ละกลุ่ม เสนอความต้องการ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อการปฏิรูปในสิ่งที่ประชาชนมองเห็นว่ามันเป็นปัญหา

พอมีการยกร่าง พวกเสียผลประโยชน์ เริ่มออกมาตีรวน จนต้องคว่ำร่างฉบับคุณบวรศักดิ์ พอมาถึงร่างฉบับคุณมีชัย พวกเสียผลประโยชน์ทั้งหลาย ต่างเสนอหน้ากันออกมาคัดค้าน ร่ำๆ ว่าจะคว่ำแหล่ ไม่คว่ำแหล่

ประชาชนอย่างพวกเรา ต่างเฝ้ามองอย่างจดจ่อ และคาดหวัง
ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับคุณมีชัย จะผ่านประชามติก็ดี ไม่ผ่านก็ได้
แค่มีรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ จริงใจ ทำให้บ้านเมืองมั่นคงอยู่ต่อไป

สถาบันทั้ง ๓ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ปลอดภัย คนในชาติมีความสุข แค่นี้ประชาชน ก็พึงพอใจแล้ว
ฉะนั้น ถึงวันนี้พวกเราไม่สนหรอกว่า
รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน

ขอแค่รัฐบาลทำการปฏิรูปบ้านเมืองให้รุ่งเรืองเจริญ มั่นคง
เราก็พอใจแล้ว

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ค หลวงปู่พุทธะอิสระ

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

รวบ! ลูกอดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ลอบค้ายาเสพติด

ตำรวจ สน.หนองแขม สนธิกำลังร่วมกับทหาร บุกจับกุมลูกชายของ ‘ชาตรี เพ็ญธำรงรัตน์’ อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ลักลอบค้ายาเสพติด

วันที่ 19 มี.ค. พ.ต.อ.ยรรยงค์ สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.หนองแขม พร้อมด้วย พ.ท.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับกองพัน ทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันตรวจค้นที่ ร้านดาวลอยดีเซล (อู่ซ่อมรถ) เลขที่ 507 ซอยเพชรเกษม 77/8 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม

14583636931458363755l

ทั้งนี้สืบเนื่องจากว่ามีสายรายงานว่า ที่อู่ซ่อมรถแห่งนี้มีการลักลอบค้ายาเค จึงเข้าตรวจค้นพบนายสรศักดิ์ เพ็ญธำรงรัตน์ หรือ ตี๋ อายุ 22 ปี แสดงตัวเจ้าของอู่ จากการตรวจค้นพบของกลาง ยาเค จำนวน 76 ขวด และจากการขยายผลตรวจค้นในบ้านพบอาวุธปืน M16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ รวม 24 รายการ

จากการสอบสวน นายสรศักดิ์ รับว่าซื้อยาเคมามาจากเพื่อนที่ย่านอ้อมน้อย ในราคาขวดละ 900 บาท และจะไปจำหน่ายต่อในราคาขวดละ 1000 บาท ให้กับพวกนักเที่ยว สำหรับปืนสั้นเป็นของนายชาตรี เพ็ญธำรงรัตน์ บิดา ที่เป็นอดีตนักยิงปืนทีมชาติ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปี 2555

โดยก่อนที่พ่อยังไม่เสียชีวิต อาวุธปืนมีมากกว่านี้ ถึง 100 กระบอก แต่ขายไปจนเหลือ แค่ 2 กระบอก ส่วนอาวุธปืน เอ็ม 16 เป็นของเพื่อนชื่อแจ๊ค ที่มาฝากไว้เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News