แฉ ! คลิปนาที ‘ทัวร์จีน’ ตักอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรม

แฉ ! คลิปนาที ‘ทัวร์จีน’ ตักอาหารบุฟเฟ่ต์ โรงแรม จ.เชียงใหม่ แย่งกันชุลมุนวุ่นวาย

วันนี้ (18 มี.ค. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Dream’Bd Manthana‎ ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 40 วินาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน กำลังแย่งกันตักกุ้ง ในถาดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ของโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ไม่แน่ชัดว่าใช่ที่ จ.เชียงใหม่ หรือไม่

7

โดยเจ้าของคลิประบุว่า …

คนจีนมาทานบุฟเฟ่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ใครเป็นเจ้าของคลิป รบกวนแจ้งมาด้วยเนอะ เพราะเราเองก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่าที่ไหน ยังไง พี่ที่ทำงานไกด์ที่เรารู้จักเขา Forward มาให้ดูแล้วบอกข้อมูลเพียงแค่ว่าเป็นโรงแรมในเชียงใหม่ ถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ อัพลงก็อยากให้เห็นพฤติกรรมเฉย ๆ เผื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมว่าจะมีการรองรับของนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมแบบนี้อย่างไร

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่กล่าวตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวของทัวร์จีนกลุ่มนี้ว่า ไม่เหมาะสม ไร้มารยาท ซึ่งปกติคนจีนก็ขึ้นชื่อเรื่องไม่มีระเบียบวินัย จึงควรมีการอบรมคนในประเทศ

เตรียมเฮ! ปี 59 บริษัทจ่อขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง ชี้ ป.ตรีให้สูงสุดกว่า 2 หมื่นต่อเดือน

เปิดผลสำรวจปี 59 บริษัทไทยจ่อขึ้นเงินเดือนลูกจ้างสูงขึ้น 5-7% ชี้ ป.ตรีสูงสุดถึงกว่า 2 หมื่นต่อเดือน

น.ส.พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลลิส ทาวเวอร์ส วัทสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าจากผลการสำรวจอัตราเงินเดือนจากบริษัทคู่ค้า 226 บริษัท ตามกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังงาน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และไฮเทค กลุ่มบริหารสินทรัพย์ กลุ่มบริหารการเงิน และกลุ่มประกันชีวิตประกันภัย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา เพื่อสรุปเป็นผลสำรวจความเคลื่อนไหวของอัตราเงินเดือน 2558-2559

Office workers holding bags containing bento lunch boxes walk in Tokyo, Japan, on Tuesday, July 29, 2014. Japan's June unemployment rate climbed 0.2 percent to 3.7 percent compared to 3.5 percent in May, the government statistics bureau said. Photographer: Tomohiro Ohsumi/Bloomberg via Getty Images

พบว่าการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับลูกจ้างในกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในปีนี้ จะเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน แม้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ละบริษัทจะปรับรูปแบบการให้เงินเดือนที่เหมาะสมกับพนักงาน โดยจ่ายตามประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน คาดว่าจะมีการปรับระหว่าง 5-7% โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มไฟฟ้า พลังงานจะปรับเพิ่มสูงสุดคือ 7.0% รองลงมาเป็นกลุ่มประกันชีวิตและกลุ่มบริหารสินทรัพย์ 6% กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป 5.7% กลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค 5% กลุ่มบริหารการเงิน 5.5% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 5.3% และกลุ่มประกันภัย 5%

สำหรับผลสำรวจผู้จบการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี 62% พบว่า รายได้จะอยู่ในช่วง 9,000-12,500 บาทต่อเดือน ปริญญาตรี 31% รายได้จะอยู่ในช่วง 15,000-21,000 บาทต่อเดือน ระดับปริญญาโทและเอก 7% รายได้จะอยู่ในช่วง 18,600-31,400 บาทต่อเดือน และระดับปริญญาเอก 27,200-51,200 บาทต่อเดือน โดยเฉพาะในสายงานด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน และ บัญชี ซัพพลายเชน และ บริหารธุรกิจ

โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกจ้างทำงานอยู่ในบริษัทนั้นๆ พบว่ามีอยู่ 3 ประการ คือ 1.รายได้มีความเหมาะสม สามารถแข่งขันได้ 2.งานมีความก้าวหน้า สามารถเลื่อนตำแหน่งหรือพัฒนาตัวเองได้ และ 3.ปัจจัยจากหัวหน้างาน และมีค่าเฉลี่ยอายุงานของจำนวนพนักงานประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัท มีอายุงานประมาณ 1-5 ปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเข้า-ออกของพนักงานสูงจะเป็นบริษัทที่มีอัตรการเติบโตสูงภายในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมประกันชีวิต ประกันภัยด้วย

ขอบคุณข้อมูล  ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ปัดปั่นยอดไลค์ ‘ฮุน เซน’ ถูกแฉยอดไลค์เกินครึ่งมาจากต่างประเทศ

‘ฮุน เซน’ ออกมาปฏิเสธ ข้อหาซื้อยอดไลค์เพจเฟซบุ๊ก หลังถูกแฉยอดไลค์เกินครึ่งมาจากนอกประเทศ

ฮุนเซน,ซื้อยอดไลค์,เฟซบุ๊ก

เว็บไซต์ ‘บีบีซี ‘ รายงานข่าว กรณีที่สมเด็จฮุน เซน วัย 63 ปี นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปฏิเสธข้อกล่าวหาปั๊มไลค์ให้เฟซบุ๊กตัวเอง หลังถูกจับผิด ว่าเริ่มเล่นเฟซบุ๊กเพียงแค่ 6 เดือน แต่ยอดกดถูกใจกลับพุ่งกว่า 3.2 ล้าน ทั้งผู้กดถูกใจกว่าครึ่ง ยังเป็นผู้ใช้จากต่างประเทศ

สมเด็จฮุน เซน ถูกนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่นอกประเทศ กล่าวหาว่า ฮุน เซนได้ว่าจ้างวานชาวต่างชาติสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมากดไลค์ให้เพจของตัวเอง หลังจากที่สมเด็จฮุน เซน เริ่มเล่นสื่อโซเชียลในช่วงกันยายน 2558 แต่ในตอนนี้มียอดผู้กดไลค์แล้วถึง 3.2 ล้านคน ซึ่งถือว่าเฟซบุ๊กของสมเด็จฮุน เซน ได้รับความนิยมมากที่สุดเพจหนึ่งในกัมพูชา

ส่วนทางด้าน ‘พนมเปญโพสต์’ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ายอดไลค์กว่าครึ่งหนึ่งมาจากผู้ใช้งานนอกประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย ในขณะที่เฟซบุ๊กของนายสม รังสี มียอดผู้กดไลค์ 2.3 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ใช้งานในประเทศกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม อู วิรัก นักวิเคราะห์ชาวกัมพูชา แสดงความเห็นว่า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า เป็นความพยายามของสมเด็จฮุน เซน ในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน และหวังได้คะแนนนิยมจากในการเลือกตั้งสมัยหน้า ทั้งยังเผยว่าสมเด็จฮุนเซนและนายสม รังสี เอง เคยทุ่มงบเพื่อโฆษณาเพจของตัวเองด้วยกันทั้งคู่

ที่มา  bbc