จี้! สนามบินลดราคาน้ำดื่ม ให้ขายไม่เกินขวดละ 10-12 บาท

กรมการค้าภายใน จี้  ทอท.แก้ปัญหาน้ำดื่มในสนามบิน ให้ขายไม่เกินขวดละ 10-12 บาท ภายในสนามบินหลังเช็กอินเข้าไปแล้ว

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือกับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. เพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำดื่มและอาหารในสนามบินมีราคาแพง ซึ่ง ทอท. ได้รับไปดำเนินการให้โดยได้ข้อร่วมมือให้ช่วยประสานไปยังผู้ประกอบการที่จำหน่ายน้ำดื่มในสนามบินปรับลดราคาจำหน่ายลง โดยให้ใช้เกณฑ์ราคา 7-10 บาทต่อขวด สำหรับขนาด 500 ซีซี ในส่วนของพื้นที่สนามบินที่อยู่ก่อนจะเช็กอินเข้าไป ซึ่งเป็นราคาแนะนำที่กรมฯ กำหนด

Delta Check-in Lobby at the New JFK Terminal 4. (PRNewsFoto/Delta Air Lines)

ส่วนน้ำดื่มที่จำหน่ายภายในสนามบิน หลังจากที่ผู้โดยสารได้เช็กอินเข้าไปแล้ว ทอท.แจ้งว่าได้เปิดประมูลให้ผู้ประกอบการเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่ง ทอท.จะประสานงานกับผู้ประกอบการ เพื่อขอให้แจ้งผู้ประกอบการที่มาเช่าพื้นที่ปรับลดราคาจำหน่ายน้ำดื่มลง โดยกรมฯ ได้เสนอตัวเลขเบื้องต้นที่ 10-12 บาทต่อขวด แต่จะจำหน่ายได้ราคานี้หรือไม่ต้องรอผลที่ ทอท.จะหารือกับผู้ประกอบการก่อน

สำหรับราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จนั้น ทอท.ได้แจ้งว่า มีร้านสวัสดิการที่จำหน่ายราคาถูกอยู่แล้ว เพียงแต่ประชาชนไม่ค่อยรู้ ซึ่งจะได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้รับรู้มากขึ้น และจะเพิ่มจุดจำหน่ายให้มากขึ้นด้วย ส่วนด้านในหลังจากเช็คอินเข้าไปแล้วได้ขอความร่วมมือให้เพิ่มอาหารเมนูไม่เกิน 35 บาท เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เดินทางได้เลือกบริโภค

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวอีกว่า ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะเดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายน้ำดื่มและอาหารในสนามบินดอนเมือง โดยได้เชิญกรมฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไปร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งอาจจะได้คำตอบที่ชัดเจนในเรื่องราคาน้ำดื่มที่จำหน่ายในสนามบิน เพราะน้ำดื่มบรรจุขวดถือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ในส่วนของน้ำแร่เป็นน้ำทางเลือก กรมฯ จะไม่เข้าไปยุ่ง ให้เป็นส่วนที่ผู้บริโภคจะต้องตัดสินใจที่จะเลือกบริโภคเอง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของน้ำดื่ม กรมฯ สามารถใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้าไปดูแลได้ แต่ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เพราะหากสามารถเจรจากันได้ ก็จะใช้วิธีการเจรจาก่อน

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

เตือนระวัง! ชาร์ตแบตในรถ หลังไฟไหม้รถวอด ทำคนเจ็บ 3 ราย

ฮอนด้าซีวิควอดทั้งคัน หลังเกิดไฟไหม้จากการชาร์ตแบตไว้ในรถ เบื้องต้นพบคนเจ็บ 3 ราย

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์คันหนึ่ง ที่จอดอยู่ในโรงเรียนพาณิชยการแห่งหนึ่ง ย่านสาทร เป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน

ฮอนด้า, ไฟไหม้รถ, ชาร์ตแบต

ทั้งนี้จากการสอบสวน มาสเตอร์ มีศักดิ์ พิมพ์แก้ว ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดัง จึงเดินเข้าไปดู พร้อมกับหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน พบว่ามีนักศึกษาหญิง กำลังวิ่งออกมาจากรถยนต์

และในขณะนั้นได้เกิดกลุ่มควัน บริเวณที่ตั้งเบรกมือของรถ ก่อนจะมีประกายไฟลุกขึ้นมา ตนจึงได้พานักเรียนอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ รปภ. ทั้งหมดไปช่วยกันดับเพลิงเพื่อไม่ให้ลามไปยังรถคันอื่นๆ ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือภายในรถ

ฮอนด้า, ไฟไหม้รถ, ชาร์ตแบต

ทั้งนี้รายงานข่าวจาก บริษัท ฮอนด้า แจ้งว่า กรณีนี้คงต้องเข้าสู่กระบวนการสืบสวน และฮอนด้าจะให้ความร่วมมือเต็มที่ด้วยการส่งทีมวิศวกรเข้าไปตรวจสอบ ส่วนการสันนิษฐานคาดว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือภายในรถ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้หากใช้อุปกรณ์ชารจ์ไฟที่ไม่ได้คุณภาพ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สื่อนอกตีข่าว พระไทยประสบโรคอ้วน รัฐบาลใช้งบค่ารักษา 8.5 ล้านต่อปี

สื่อต่างประเทศชื่อดัง เผยแพร่ผลการศึกษา  พระไทยประสบโรคอ้วน รัฐบาลใช้งบค่ารักษา 8.5 ล้านต่อปี

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่าน เว็บไซต์ ‘ไทม์’ เผยแพร่ผลการศึกษาใหม่ ที่ระบุว่า พระสงฆ์ของไทย ป่วยเป็นโรคอ้วนมากขึ้น โดยจากการศึกษา พบว่าพระสงฆ์ 48% ในประเทศไทย เป็นโรคอ้วน ทั้งยังมีปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมีระดับคอเลสเตอรอล มากเกินกว่าเกณฑ์

THAILAND - JUNE 06: Buddhist monks in robes eat a ritual meal to honor a dead colleague, Bangkok, Thailand (Photo by W. Robert Moore/National Geographic/Getty Images)
ภาพประกอบข่าว

โดยรายงานระบุว่า ในปี 2555 รัฐบาลไทยใช้งบประมาณ เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่พระสงฆ์  กว่า 8,500,000

ส่วนทางด้าน รศ.ดร. จงจิตร อังคทะวานิช นักวิชาการจากคณะสหเวชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับสำนักข่าว ‘บางกอกโพสต์’ ถึงเรื่องราวดังกล่าว ในการปลูกฝัง และรณรงค์ ในการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดี รวมถึงการอบรมข้อมูลทางโภชนาการ และทางกายภาพ ทั้งยังมีการเสนอแนะ สนับสนุนให้พระสามารถสวมใส่ เข็มขัดกระชับรอบเอว เพื่อเตือนพฤติกรรมในการควบคุม-ลด น้ำหนัก

ที่มา  time