อู้ฟู่ ! บจ.จ่ายเงินปันผลกว่า 3แสนล้าน สูงเป็นประวัติการณ์

ตลาดหลักทรัพย์ เผย ปี 58 บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผลแล้ว 406 แห่ง 381,646 ล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลวันที่ 11 มีนาคม 2559 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2558 แล้ว 406 แห่ง รวม 381,646 ล้านบาท โดยภาพรวมอัตราเงินปันผลตอบแทนเท่ากับร้อยละ 3.55 สูงขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.95 และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเท่ากับร้อยละ 61

iStock_000038050578_Small-e1422523395721

ทั้งนี้ ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้มูลค่าเงินปันผลที่สูงขึ้นจนสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นผลจากการบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงขึ้นส่งผลให้อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นและมีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นในอาเซียน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3

สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ซึ่งทั้ง 5 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมทั้งหมด 119,899 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32 ของมูลค่าการจ่ายเงินปันผลใน SET

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

หนุ่มใหญ่โมโห เพื่อนบ้านทำร้ายไก่ชน คว้ามีดปาดคอ

เกิดเหตุหนุ่มใหญ่ขอนแก่นเลือดร้อน โมโหเพื่อนบ้าน ทำร้ายไก่ชน คว้ามีดแทงหน้าอกดับคาที่

พ.ต.ต.ประเจน สุนันท์ สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพ อบต.ป่าปอ ว่าเกิดเหตุคนถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณที่หน้าบ้านเลขที่ 226 บ้านป่าปอ ม.2 ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.บ้านไผ่,พ.ต.ท.ชัชพงษ์ พงษ์สุวรรณ รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านไผ่ แพทย์เวร รพ.บ้านไผ่ และเจ้าหนี่ชุดสืบสวนสอบสวนจำนวนหนึ่ง

685925-02

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบ พบศพนายนิคม ปลายยิ้ม อายุ 47 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพคว่ำหน้า อยู่ในพงหญ้าริมถนนหน้าบ้านตัวเอง ถูกปาดคอหวิดขาด หน้าอกข้างซ้ายถูกแทงเป็นแผลฉกรรจ์ แขนซ้ายถูกฟันหวิดขาด ซึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุคือนายสัญญา อายุ 41 ปี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านผู้ตาย หลังก่อเหตุวิ่งหลบหนีไปในป่าท้ายหมู่บ้าน ต่อมาตำรวจจึงติดตามตัวนร้ายได้ในป่าข้างทาง ห่างจากหมู่บ้านป่าปอประมาณ 3 กม.

685925-03

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนลงมิอก่อเหตุขณะขับรถเข้าบ้าน เห็นผู้ตาย ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกัน หักคอเจ้าโต้ง ไก่ชนที่ตนเองเลี้ยงไว้ จนเดินคอเอียง มีเลือดคลั่งในตา เสียงขันแหบ จึงเดินไปหาผู้ตายเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ตายกับตอบแบบวกวนและกวนโมโหจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

685925-01ที่มา INN

ทนายเผย หากหนุ่มซิ่งเบนซ์เกิน200กม./ชม. อาจเจอคุกตลอดชีวิต

ทนายวันชัย ระบุ หากมีหลักฐานชัด หนุ่มขับเบนซ์ ชน 2 นิสิต มจร.ดับ ซิ่งเกิน 200 กม./ชม. อาจเข้าข่ายเจตนาเล็งเห็นผล มีโทษสูงถึงคุกตลอดชีวิต

นายวันชัย สอนศิริ นักกฎหมายชื่อดัง กล่าวถึงกรณีที่ นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ พุ่งชนรถ 2 นิสิต ปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร. จนถูกไฟคลอกเสียชีวิต ว่า หากตำรวจเห็นว่า ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์ที่เห็นว่า มีการเมาสุราด้วยจะสามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้เลยในขณะนั้น แต่หากเป็นสารเสพติด ถ้ายังไม่มีพฤติการณ์หลักฐานแวดล้อม ก็อาจไม่สามารถตรวจสอบได้ในขณะนั้น

685936-01

ทั้งนี้ นายวันชัย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเร็วของรถ เพราะจากหลักฐานที่ปรากฏต้องยอมรับว่า ผู้ก่อเหตุขับรถเร็วประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในถนนที่มีรถพลุกพล่าน จึงน่าจะเข้าความผิดฐานเจตนาฆ่าคนตายไม่ใช่เป็นเรื่องประมาททำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย เพราะบนถนนหลวง และมีรถวิ่งขนาดนี้การขับด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไป มันน่าจะเป็นการเล็งเห็นผลได้ในทางกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวน ควรสอบให้เข้าองค์ประกอบว่าขับรถเกินกว่า 200 กม./ชม. หรือไม่ เพราะหากเข้าข่ายเจตนาเล็งเห็นผล และมีเจตนาฆ่าคนตาย โทษก็อาจมีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

1458195260_Screenshot-408

ที่มา INN