เปิดใจ! พ่อเสี่ยรถ “เบนซ์ชนฟอร์ด” ยัน ดูแลครอบครัวเหยือเต็มที่ วอน สังคมหยุดซ้ำเติมลูกชาย
จากกรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์ ซีแอลเอส สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพ ซิ่งชนเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพ จนไฟลุกท่วมย่างสด นายกฤษณะ หรือโต้ง ถาวร อายุ 32 ปี กับน.ส.ธันฐภัทร์ หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย ซึ่งทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รถเสียชีวิตคาซากรถ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
นายเจษฎา วีรพร บิดาของ นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี (คนขับรถเบนซ์) เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุตนเองอยู่ต่างจังหวัด เมื่อทราบข่าวจึงรีบเดินทางกลับเพื่อไปดูแลลูกที่บาดเจ็บที่อยู่ในห้องไอซียู ขณะเดียวกันได้ให้เพื่อนของตนเข้าไปพบญาติของผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่ตนก็ได้ไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรก รวมถึงขอขมาญาติของผู้เสียชีวิต

พร้อมกับได้พูดคุยเบื้องต้นกับญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งสิ่งที่ตนจดจำได้ขึ้นใจและทุกคำพูดของพวกเขา คือ พวกเขาได้ถามไถ่ถึงอาการลูกของตนพร้อมแสดงความเป็นห่วงใย โดยไร้คำพูดจาโกรธเคืองใดๆครอบครัวผมทั้งสิ้น
“สื่งที่ทราบซึ้งและประท้บใจถึงวินาทีนี้ แทนที่ครอบครัวเขาจะโกรธเคืองสิ่งที่ลูกผมทำให้ลูกเขาเสียชีวิต แต่เขากลับเป็นห่วงถึงอาการลูกผม ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ลูกผมจะได้หายเร็วๆ แม่น้องเขาถามผม ลูกเป็นไง ผมบอกอยู่ไอซียู ยังไม่พูดรู้เรื่อง ผมได้บอกกับเขาว่า จะให้แม่ของลูกผมเดินทางมาขอขมาด้วย เขาบอกว่าไม่เป็นไร ให้แม่เขาอยู่ดูลูกเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ นี่คือสิ่งที่ผมไม่ได้ปรุงแต่งขึ้น สามารถถามครอบครัวของน้องเขาได้ ผมซึ้งในน้ำใจจริงๆ”
ส่วนการรักษาตัวลูกของตน พบว่า ยังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งอยู่ระหว่างแพทย์ชี้ชัดว่าจะผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจเช็กสมองว่ามีอาการผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และ ยังพูดไม่รู้เรื่อง
ขณะที่เรื่องคดีความ ให้ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนตัวยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยเรื่องคดีความ เนื่องจากต่างฝ่ายยังอยู่ในห้วงของความเสียใจ หลังจากนี้จะพูดคุยเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับเรื่องที่โลกออนไลน์ มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์และพฤติกรรมบนท้องถนนของลูกชายตนนั้น ยืนยัน บางข้อมูลไม่ใช่เรื่องจริง เช่น เรื่องรถยนต์คันเก่าของลูกชาย ซึ่งเป็นคนละสีและคนรุ่นกับที่ลูกชายเคยใช้ และเรื่องเฟซบุ๊กชื่อลูกสาวตนนั้นก็เป็นเฟซบุ๊กปลอม
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็เป็นเรื่องของอุบัติเหตุบนถนนที่เกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นอุบัติรุนแรงที่สุดของลูกชาย วอน สังคมหยุดซ้ำเติม ยืนยันครอบครัวตนจะพร้อมดูแลและรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
ภาพ สำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News