ไพบูลย์ฉะมส. ยันตระผิดจับสึก ทำไมธัมมชโยรอด?

“ไพบูลย์” ฉะ มหาเถรสมาคม – สำนักพุทธฯ ยกกรณี “ยันตระ – ธัมมชโย” ผิดเหมือนกัน แต่ทำไมไม่ปาราชิก-จับสึก!

จากกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) และยื่นคำร้องต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในกรณีพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชนั้น

โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยพบหลักฐานข้อเท็จจริงและแนวทางที่เคยปฏิบัติ คือ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชได้ลงพระนามประกาศใช้ กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ

36-5-0

พิจารณาเห็นว่า พระวินัย อมโร ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยหลายเรื่อง จึงลงมติให้พระวินัย อมโร สละสมณเพศต้องสึกภายใน 3 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบวินิจฉัยนี้ ทั้งนี้ไม่กระทบต่อการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่

ดังนั้นมหาเถรสมาคมจึงมีอำนาจในการพิจารณาให้พระวินัย อมโรหรือพระยันตระ สละสมณเพศได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการลงนิคหกรรม

ซึ่งกรณีนี้เห็นควรว่า นำมาใช้กับกรณีพระธัมมชโยที่กระทำผิดครุกาบัติได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชได้มีพระลิขิตแล้ว ส่งไปให้มหาเถรสมาคมพิจารณา มหาเถรสมาคมมีอำนาจและหน้าที่ที่จะนำขึ้นมาพิจารณาลงมติให้พระธัมมชโยว่าต้องอาบัติปาราชิกตามพระลิขิตหรือไม่

แต่การที่บ่ายเบี่ยงว่าไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการตามพระลิขิตนั้น อาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือพระธัมมชโยไม่ต้องอาบัติปาราชิกตามพระลิขิต

อ่านข้อความทั้งหมดที่ >>> tnews

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ไทยได้อันดับที่ 33 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ‘เดนมาร์ก’ ครองแชมป์

เวิล์ด แฮปปีเนส เรคอร์ด จัดอันดับหนึ่งประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

สถิติจาก เวิล์ด แฮปปีเนส เรคอร์ด โดยเครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDSN) จัดอันดับ ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ซึ่ง 5 อันดับแรก ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสแกนดิเนเวีย ได้แก่ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และฟินแลนด์

Denmark, Copenhagen, View over canal towards Copenhagen Stock Exchange and Christiansborg Castle
เดนมาร์ก ครองแชมป์ ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

พร้อมกันนี้ ได้มีการระบุถึง ประเทศในอาเซียนที่ครองอันดับสูงที่สุด คือ สิงคโปร์ อยู่ที่อันดับ 22 ส่วนประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 33 จากทั้งหมด 157 อันดับ โดยรายงานดังกล่าวจัดทำโดยใช้เกณฑ์การตัดสินทั้งหมด 6 ประการ ได้แก่

1.GDP หรือรายได้ต่อหัวของประชากร 2.สวัสดิการของรัฐ
3.อายุขัยโดยเฉลี่ย
4.ความมีอิสระของประชาชน
5.กิจกรรมเพื่อการกุศล
6.ระดับการคอรัปชัน

ซึ่งรายงานดังกล่าว จัดทำขึ้นโดยให้ประชากรแต่ละประเทศทั้งหมดจำนวน 1,000 คนทำแบบสอบถาม

โดยรายงานดังกล่าวชี้ว่า ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำต่ำ ประชาชนจะมีความสุขมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดได้แก่ บุรุนดี รัฐในแถบแอฟริกา ที่เผชิญขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงซีเรีย ประเทศที่ไฟสงครามกำลังปะทุ อยู่ที่อันดับรองสุดท้าย

ระอุ! ไทยอุณหภูมิสูง ร้อนสุดในอาเซียน 17-19 มี.ค.นี้

ระอุ! ไทยอุณหภูมิสูง ร้อนสุดในอาเซียน 17-19 มี.ค.นี้ โดยอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี

วันนี้(17 มี.ค.) นาย จิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ปีนี้จะยิ่งร้อนกว่าปีก่อน เพราะมีมวลอากาศร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี พัดเข้ามาปกคลุม

ไทยอุณหภูมิสูง ร้อนสุดในอาเซียน 17-19 มี.ค.นี้

โดยในแผนที่มวลอากาศ พบว่า ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ในช่วงวันที่ 17-19 มีนาคมนี้ และสิ่งที่น่ากังวลคือ คือมวลอากาศดังกล่าว มีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อน หรือ “ฮีตเวฟ” ได้ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นและร้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว

ทั้งนี้ คลื่นความร้อนจะเกิดได้เมื่อมีองค์ประกอบ คือ อากาศมีอุณหภูมิร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง มีความชื้นสัมพัทธ์ หรือหน่วยวัดระดับความชื้นในอากาศที่ใช้คำนวณมวลของไอน้ำใน มีค่าเกิน 70% ซึ่งคลื่นความร้อนจะรุนแรงเพียงใดขึ้นอยู่กับอากาศในพื้นที่  โดยกลุ่มที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน คือ เด็กที่ต่ำกว่า 5 ขวบซึ่งระบบระบายความร้อนในร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวและโรคบางชนิดที่ระบบระบายความร้อนในร่างกายทำงานบกพร่อง

ปีที่แล้วเคยเกิดคลื่นความร้อนขึ้นที่อินเดียประชาชนเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนทั่วประเทศกว่า 2,500 คน จนต้องมีการประกาศมาตรการรับมือด้วยการพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน จัดเตรียมน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม จัดเตรียมที่ พักติดเครื่องปรับอากาศตามสถานที่ต่าง ๆ อนุญาตให้คนงานหยุดพักในช่วงเวลาบ่าย ให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับอันตรายของคลื่นความร้อน จัดเตรียมถุงน้ำแข็งและน้ำสำหรับโรงพยาบาล รวมถึงฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญแม่นยำในการสังเกตและวินิจฉัยผู้ที่มีอาการภาวะเครียด จากความร้อน ภาวะร่างกายขาดน้ำ ประเทศไทยเองก็ควรมีการประกาศข้อพึงปฏิบัติที่เป็นการทำงานเชิงรุกและวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันการสูญเสียและควรดำเนินการทันที

ด้านนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุทธยา อนุกรรมการวิชาการ ในกรรมการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบเมืองหลวงของทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนแล้ว พบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแทบทุกปี กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ อากาศร้อนที่สุด มาตลอด เพราะสภาพโดยรวม แม้ว่าจะเป็นเมืองกลางทุ่ง ไม่มีภูเขา และอยู่ติดทะเลก็จริง แต่มีปัจจัยอื่นที่ที่ทำให้มีอากาศร้อนกว่าประเทศอื่นๆ

38-39 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่น่าจะถึง 40 องศาเซลเซียส เพราะปัจจัยแวดล้อม ไม่ได้บ่งบอกว่าจะร้อนถึงขั้นนั้น อีกอย่างกรุงเทพฯอยู่ติดทะเล ยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม และมีเมฆ ที่จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้อากาศไม่ร้อนมากเกินไป โดยสถิติอากาศในกรุงเทพนั้นสูงสุดอยู่ที่ 43.3 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไม่ถึง 44 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม พื้นที่อื่นๆ เช่น จ.กำแพงเพชร ตาก หรือ กาญจนบุรี อากาศน่าจะร้อนถึง 44 องศา

MThai News