อพยพวุ่น! แอร์อินเดียถูกขู่วางระเบิด ลงจอดฉุกเฉิน

ระทึก! เครื่องบินของสายการบิน “แอร์อินเดีย” ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังได้รับแจ้งว่ามีการขู่วางระเบิด อพยพผู้โดยสารกว่า 200 ชีวิต

วันนี้ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีสายการบินแอร์อินเดียลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีเหตุขู่วางระเบิดเครื่องบิน ของสายการบิน แอร์อินเดีย ระหว่างขณะบิน จากกรุงเดลี มาประเทศไทย โดยเครื่องบินได้ลงจอดในพื้นที่ฉุกเฉินของสนามบิน เมื่อเวลา 19.00 น. และ ปฏิบัติการตามแผนอพยพ ผู้โดยสารฉุกเฉิน ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจค้นกระเป๋า และตรวจสอบ

14581383311458138389l

ทางด้าน น.ส.ฉฎาณิศา ชำนาญเวช รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 18.50 น. เจ้าหน้าที่บังคับหอการบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

แจ้งมายังสนามสุวรรณภูมิว่า กัปตันสายการบินอินเดีย เที่ยวบิน AI332 ซึ่งบินออกจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียจะมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอลงจอดที่สนามสุวรรณภูมิเร็วกว่ากำหนด 10 นาที โดยขอลงจอดเวลา 19.10 น. จากตารางการบินจริงกำหนดจะลงเครื่องเวลา 19.20 น.

เนื่องจากกัปตันได้รับแจ้งว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกขู่วางระเบิด ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าวได้ลงจอดเวลา 19.10 น. ตามคำขอ จากนั้นกัปตันสั่งให้ผู้โดยสารจำนวน 230 คน เป็นเด็ก 1 คน และลูกเรืออีก 10 คนลงจากเครื่องบินอย่างปลอดภัย เพื่อไปยังอาคารที่พักผู้โดยสาร จากนั้นนำเครื่องบินลำดังกล่าวไปยังลานจอดแยกต่างหาก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าไปตรวจสอบเครื่องบินลำดังกล่าว แต่ยังไม่พบวัตถุระเบิด

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

DSI บุกวัดปากน้ำ สอบ ‘สมเด็จช่วง’ ปมรถโบราณ

ดีเอสไอบุกวัดปากน้ำภาษีเจริญ เข้าสอบปากคำ ‘สมเด็จช่วง’ ในฐานะพยาน ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถโบราณ เมอร์เซเดสเบนซ์

วันนี้ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 20.00 น. ทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เดินทางมาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ นำโดย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สารสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะนำคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และอัยการ รวม 7 คน เดินทางมาสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ในฐานะพยาน ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถโบราณ เมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม99 กรุงเทพฯ

12722732_10208143077790361_277836961_o

โดยบรรยากาศมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยรอบประมาณ 20 นาย และมีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากเดินทางเข้ามารอทำข่าว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางด้าน นายสมศักดิ์ โตรักษา หัวหน้าทีมกฏหมายวัดปากน้ำฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้สมเด็จช่วงจะลงมาพูดคุยกับดีเอสไอด้วยตัวเอง แต่จะเป็นการหารือเพื่อให้ดีเอสไอกำหนดกรอบในการสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับความผิดในการจัดซื้อรถยนต์จดประกอบในขั้นตอนใด

แต่จะไม่ให้ดีเอสไอทำการสอบปากคำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งหนังสือมาเพื่อขอเข้าพบสมเด็จช่วงเท่านั้น โดยไม่ได้มีการระบุว่าจะสอบปากคำแต่อย่างใด ดังนั้น ในวันนี้จึงการพูดคุยกันว่าจะสอบสมเด็จช่วงในประเด็นใดบ้าง จากนั้น ดีเอสไอจะต้องทำหนังสือในการขอสอบปากคำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสืบสวนสอบสวนในคดี

โดยทางวัดไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปเก็บภาพยังตึกมงคลเทพมุนี อนุญาตให้เพียงรถของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปภายในเท่านั้น ส่วนสื่อมวลชนนั้นต้องรออยู่ตรงทางเข้าตึกมงคลเทพมุณี ส่วนประเด็นการพูดคุยกำหนดกรอบการสอบปากคำ สมเด็จช่วง นั้น ทางทนายความของวัดจะออกมาชี้แจงภายหลัง

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ผัวโหด! ตามง้อเมียลากขึ้นรถมาจ่อยิง ต่อหน้าลูก 5 ขวบ

เกิดเหตุหนุ่มใหญ่ตามง้อเมีย ใช้ปืนขู่ให้ขึ้นรถก่อนจ่อยิงเมีย ต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ ที่บริเวณถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง บริเวณหน้าโรงงานอาหาร UFC

วันนี้ 16 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุลักชิงตัว ใช้อาวุธปืนข่มขู่ เหตุเกิดพื้นที่ อ.ห้างฉัตร คนร้ายเป็นชายใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กน 5153 ลพบุรี

14

จึงวิทยุแจ้งด่านตรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง ที่กำลังตั้งด่านตรวจบริเวณถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง บริเวณหน้าโรงงานอาหารUFC ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง ต่อมาพบรถเก๋งคันดังกล่าวกำลังจะขับผ่านด่านตรวจ จึงสกัดจับกุมตัวไว้ได้ ภายในรถพบ นางพรพิมล มหาวงค์ อายุ 28ปี ถูกอาวุธยิงเข้าหน้าอกด้านซ้ายกระสุนฝังใน เสื้อมีรอยขาดจากการถูกยิง จนได้รับบาดเจ็บ ตัวส่งรพ.ลำปาง

ส่วนคนขับรถและเป็นคนก่อเหตุทราบชื่อนายพิทักษ์ มหาวงค์ เป็นสามีของผู้ได้รับบาดเจ็บ และยังพบลูกชายวัย 5 ขวบ นั่งร้องให้ตัวสั่นอยู่ในรถ ตรวจค้นภายในรถพบปลอกกระสุนปืน ลูกซองที่ยิงไปแล้ว 1 ปลอก แต่ไม่พบอาวุธปืน คาดว่าจะโยนทิ้งระหว่างทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุขึ้นรถยนต์เพื่อสอบสวนที่สภ.เมืองลำปาง พร้อมทั้งอุ้มลูกชายที่ร้องให้ไม่หยุด ซึ่งเด็กติดพ่อ ทำให้เป็นที่น่าสลดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านที่ทราบเหตุมามุงดู

จากการสอบถามคนเจ็บเล่าว่า ได้แต่งงานยู่กินกับนายพิทักษ์ เป็นคน จ.ลพบุรี จนมีลูกชายหนึ่งคน ก่อนหน้านี้ได้มีเรื่องทะเลาะกัน จึงหนีกลับบ้านที่ลำปาง ได้ประมาณ 1 เดือน จนมาเกิดเหตุวันนี้ ถูกนายพิทักษ์ขับรถเก๋งมาจาก จ.ลพบุรี พร้อมลูกชาย ตามมาพบ ขณะตนกำลังซ้อนท้ายรถจยย.ของน้องสาว มาทำธุระในตัว อ.ห้างฉัตร และขับรถเก๋งปาดหน้า จนรถจยย.ล้ม น้องสาวได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

หลังจากนั้นนายพิทักษ์ลงจากรถใช้อาวุธปืน ลูกซองสั้น ข่มขู่พาขึ้นรถเก๋ง ระหว่างทางอยู่ในรถ ถูกนายพิทักษ์จ่อยิงเข้าที่ราวนมด้านซ้าย 1 นัด ต่อหน้าลูกชายซึ่งนั่งร้องให้ และลูกชายยังเป็นไข้ไม่สบายอีก จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่ตั้งด่านจับกุมได้ดังกล่าว เจ้าหน้าตำรวจจะได้สอบสวนผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

DSCF4620

DSCF4618

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News