ไปกันใหญ่! หนุ่มอ้างดื่มฉี่ตัวเองเป็นยา สุขภาพดีขึ้น

เพจเเพทย์ เผยเรื่องราว หนุ่มอ้างดื่มฉี่ตัวเองเป็นยา สุขภาพดีขึ้น ชี้อย่าทำตามอันตรายต่อสุขภาพ

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของชายหนุ่มรายหนึ่งที่ถูกบอกเล่าจากเพจดัง เผยว่าชายดื่มปัสสาวะตัวเองเป็นประจำจนชิน ทั้งยังบอกอีกว่าอร่อย และทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย โดยเฟซบุ๊กเพจ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ได้โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว ระบุว่า

หนุ่มอ้างดื่มฉี่ตัวเองเป็นยา สุขภาพดีขึ้น

“ไปกันใหญ่แล้ว “คนกินเยี่ยว” มีชายคนหนึ่งครับ กินปัสสาวะของตนเองเป็นประจำ กินจนบอกได้ว่ามันอร่อยเหมือนน้ำชา แล้วอ้างว่ามีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น (คือถ้าเขาไม่กินเยี่ยว เขาอาจจะแข็งแรงกว่านี้ก็ได้ไหม?)
เขาก็รู้สึกว่ามันดีไง จึงอยากบอกคนอื่นต่อ “เอ บี ซี ใช้ดี ตะ ดัม ตา ดัม ต๊า จึงบอกเพื่อน” ด้วยความที่ผู้ชายคนนี้ดูน่าเชื่อถือ(เหมือนผมไง) คนก็เลยกินตามครับ กินไม่พอ เอามาหยอดตา เอามาทาแผล คือแทบจะเอามาอาบน่ะลูกเพจที่รัก เวลามีใครไปแย้ง เขาก็จะบอกประโยคยอดฮิตว่า “เยี่ยวน่ะเป็นยา แต่หมอปกปิดความจริง นักวิทย์ปกปิดความจริง เพื่อต้องการขายยาหรือผลประโยชน์ทางการค้า” เนี่ยคือความจริง ฟังนะครับผมเนี่ยผู้ไม่เคยปกปิดความจริง ที่ทำกันอยู่น่ะครับ มันสกปรกและอันตรายต่อสุขภาพมากๆ ผมบอกความจริงไปแล้วครับ แชร์ไปนะ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์บอกต่อข้อเท็จจริงที่ควรรู้จำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์หนุ่มรายดังกล่าวอีกด้วย

ขอบคุณภาพ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน

MThai News

ซิมไม่ดับ! ศาลปกครองสั่ง ขยายเวลาซิม 2G AIS อีก 30 วัน

ศาลปกครอง สั่งขยายเวลาซิม 2G เอไอเอส อีก 30 วัน ส่งผล ลูกค้า AIS กว่า 7.6 ล้านเบอร์ ยังใช้งานได้

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ais

จากกรณี เอไอเอส คัดค้านมติคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ที่ไม่อนุญาตให้ขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้ บริการคลื่นโครงข่าย 900 เมกะเฮิรตซ์ โดย เอไอเอส ร้องให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ เอไอเอส ยังสามารถให้บริการในคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการต่อไปอีกระยะหนึ่ง

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าว เอไอเอส และ กทค. มีความเห็นที่แตกต่างกันถึงแนวทางที่จะดูแลผู้ใช้บริการ ภายหลังการออกใบอนุญาต เอไอเอส จึงมีความจำเป็นต้องยื่นฟ้องไปยังศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลพิจารณาคุ้มครองลูกค้าที่ยังคงถือเครื่องมือถือ 2G อีกประมาณ 7.6 ล้านเลขหมาย รวมถึงลูกค้าของ ทีโอที อีกประมาณ 2 แสนแลขหมาย ไม่สามารถใช้งานได้บนโครงข่าย 900 MHz ได้ ล่าสุด ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ เอไอเอส ยังคงให้บริการต่อไปอีก 30 วัน ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าจำนวนดังกล่าว ยังคงสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไป จนถึงวันที่ 14 เมษายน 2559 เวลา 24.00 น.

ที่มา INN

รวบ 4 ผู้อพยพ รุมฆ่าตำรวจ สภ.ท่าสองยาง อย่างโหดเหี้ยม

ตำรวจรวบ 4 ผู้อพยพ ศูนย์พักพิงแม่หละ จ.ตาก หลังก่อเหตุฆ่า ด.ต.ไพฑูรย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าสองยาง 

พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ประสานกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง จ.ตาก ตำรวจตระเวนชายแดน – ทหาร – ทหารพราน – ฝ่ายปกครอง ติดตามตัว 4 คนร้าย ก่อเหตุฆ่า ด.ต.ไพฑูรย์ สาเป็ง อายุ 41 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ท่าสองยาง จ.ตาก

685463-01

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA/PC ฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่กระทำความผิด โดยทหารกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA/PC ได้จับกุมคนร้าย 4 คน ที่กระทำความผิดได้ในฝั่งประเทศเมียนมา และได้นำตัวผู้กระทำความผิดมาส่งให้ที่ฝั่งประเทศไทย จำนวน 4 ราย

ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้อพยพหลบหนีภัยการสู้รบ พักอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงศูนย์อพยพบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง กำลังสอบสวนถึงสาเหตุการฆ่าและฆาตกรรมตำรวจนายนี้

685463-02

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง ได้รับแจ้งพบศพตำรวจเสียชีวิต บริเวณริมชายแดนไทย-เมียนมา คือ ด.ต.ไพฑูรย์ สาเป็ง โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด และถูกแทงด้านหลังอีก 6 แผล นอกจากนี้ ยังพบบาดแผลบริเวณลำคอที่ถูกมีดปาด ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์พ่วงท้ายล้อเข็น มีแพะ จำนวนกว่า 10 ตัว และพบรอยเลือดบนถนน และมีด 1 เล่ม ซึ่งคาดว่าตำรวจที่เสียชีวิตน่าจะมีการเรียกตรวจจับกุม และมีการเจรจาจนเกิดการต่อสู้กัน ระหว่าง 4 ต่อ 1 จนฝ่ายตำรวจเสียชีวิต

685463-03

ที่มา INN