เกิดเหตุยิงปะทะ! กลางกรุงบรัสเซลส์ เร่งไล่ล่าคนร้าย

เกิดเหตุยิงปะทะกลางกรุงบรัสเซลส์ ระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มต้องสงสัยคาดเชื่อมโยงเหตุโจมตีกรุงปารีส

วันนี้ 15 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีเหตุยิงกันเกิดขึ้นกลางกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ระหว่างเจ้าหน้าที่ปราบปรามก่อการร้ายกับผู้ต้องสงสัย 2 คน ในระหว่างปฏิบัติการตรวจค้น โดยเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน โยงกับเหตุการณ์โจมตีกรุงปารีสเมื่อปี 58 ที่ผ่านมา

1054932

ทั้งนี้เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บอย่างน้อย 3 นาย ในการยิงปะทะกัน ระหว่างการตรวจค้นบ้านที่คาดว่ามีการเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีปารีส ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

ที่มา… Voice TV

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ท้าพิสูจน์ ‘ก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ’ ชามเดียวอิ่มทั้งวัน

ท้าพิสูจน์ ‘ก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ’ ชามละ 99 บาท ชามเดียวอิ่มทั้งวัน ที่ จ.อ่างทอง

วันนี้ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจากที่ร้านวันวันก๋วยเตี๋ยวเรือ ริมถนนสามโก้ – ศรีประจันทร์ ตกเป็นข่าวฮือฮา บรรดาประชาชนและนักชิม ต่างแห่เดินทางมาพิสูจน์รับประทาน “ก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ” ราคาชามละ 99 บาท ที่ ร้านวันวันก๋วยเตี๋ยวเรือ ริมถนนสามโก้ – ศรีประจันทร์ เลขที่ 53 หมู่ 3 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง

โดยมีประชาชนรวมกลุ่มเดินทางมากินก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ อย่างต่อเนื่อง หลังจากได้นั่งล้อมวงสั่งก๋วยเตี๋ยวมาแล้วต่างได้ถ่ายรูปส่งขึ้นสังคมออนไลน์กันอย่างสนุกสนาน

แห่ชิมก๋วยเตี๋ยว (1)

ทางด้าน น.ส.วิภา เวชทยสุขุม ลูกค้าเผยว่า หลังทราบข่าวว่ามีก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ โคตรพิเศษ ในราคา 99 บาท จึงได้ชวนญาติ ๆ มาลองรับประทานกัน รสชาติอร่อยมาก แถมชามใหญ่ ขนาดกินกันตั้งสามคนยังไม่หมดชามเลย ขณะเดียวกันลูกค้าที่เดินทางมาทดลองกินก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อิ่มอร่อย และอยากพิสูจน์ว่าปริมาณก๋วยเตี๋ยว และคุณภาพเป็นอย่างไร เมื่อพอได้ลองแล้วบอกได้เลยว่า อร่อยมากต้องมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

นายตะวัน( อายุ 55 ปี) และนางสแกวัน (อายุ 41 ปี) แก้วปราด สองสามีภรรยา เจ้าของร้าน“ก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ” ได้เล่าถึงที่มาที่ไป ของก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ว่า แท้จริงแล้วนั้น เกิดจากในครั้งแรกที่เปิดขายก๋วยเตี๋ยว ได้ไปหาซื้อถ้วยชามมาหลายขนาด แล้วพบว่าเป็นชามขนาดใหญ่มากอยู่หลายใบ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชามใบใหญ่เนื่องจากซื้อมาแล้ว

แห่ชิมก๋วยเตี๋ยว (2)

จึงมีแนวความคิดว่าเป็นชามใหญ่โคตรพิเศษไปเลยละกัน ซึ่งชามจะมีขนาดกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร และลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว พร้อมผักและเนื้อหมู เต็มสูตร ของทางร้าน และติดป้ายราคาขายไว้ พร้อมบอกอีกว่า คนรับประทานหมดจะได้ตุ๊กตาเป็นของแถม จากนั้นก็จะมีคนติดใจสั่งกินเรื่อยมา

ในช่วงนี้กระแสการขายก๋วยเตี๋ยวดีขึ้นมา หลังจากเป็นข่าวไป ได้รับคำชมจากลูกค้าตลอด ว่าทั้งอร่อย ปริมาณคุ้มราคา มีลูกค้าแห่ชิมจำนวนมาก โดยในช่วงวันหยุดจะขายดีมาก ต้องแจกบัตรคิวกันเลย และตอนนี้ก็มีการท้าประลองกันด้วย ถ้าใครรับประทาน “ก๋วยเตี๋ยวโคตรพิเศษ” คนเดียว หมดภายในเวลา 45 นาที จะได้รับเสื้อเป็นรางวัลไปสวมใส่กัน และได้กินก๋วยเตี๋ยวชามนั้นฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเงินอีกด้วย

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ศาลฎีกา สั่งให้ ‘เอไอเอส’ ชดใช้ กสท. 7 ล้านบาท

ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ชดใช้เงินให้กับ กสท. ปมลักลอบโรมมิ่ง

วันนี้ 15 มี.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสเป็นจำเลย กรณีผิดสัญญาตัวแทน เรียกค่าเสียหาย 7,067,921.58 บาท

20090213003459_1

คำฟ้องระบุว่า โจทก์ได้รับสิทธิให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โดยอนุญาตให้จำเลยซึ่งได้รับสัมปทานจากบริษัท ทีโอที จำกัดมหาชน เชื่อมต่อโครงข่าย โทรศัพท์ของจำเลย ผ่านโครงข่ายของบริษัท ทีโอทีฯ ไปยังชุมสายบริษัทของโจทก์เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ จำเลยจะแจ้งที่อยู่ของผู้ใช้บริการดังกล่าวให้โจทก์ส่งใบแจ้งหนี้ เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการโดยตรง

โดยโจทก์แบ่งรายได้ให้จำเลยผ่านบริษัททีโอทีฯเป็นค่าตอบแทน จำเลยจึงเป็นตัวแทนโดยปริยาย แบบมีบำเหน็จของโจทก์ในการทำสัญญา เช่าให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉพาะบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ แต่จำเลยในฐานะตัวแทนประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้มีผู้ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนปลอม สำเนาทะเบียนบ้านปลอม หรือนำเอกสารของคนอื่นมาแอบอ้าง และปลอมรายมือชื่อบุคคลอื่น

เพื่อเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนรวม 165 ราย 185 เลขหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 7,067,921.58 พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นตัวแทนโจทก์และไม่เคยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากโจทก์ จำเลยไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ และไม่รู้เห็นกับการที่มีผู้ใช้เอกสารปลอม และปลอมรายมือชื่อในสัญญาเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต่อมาโจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากโจทก์แม้ผ่านบริษัททีโอทีก็ตาม จำเลยจึงเป็นตัวแทนโดยปริยายแบบมีบำเหน็จของโจทก์ การที่มีผู้นำเอกสารปลอมมาแอบอ้าง ขอเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับจำเลยและใช้โทรศัพท์ไปยังต่างประเทศ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้

ซึ่งหากพนักงานของจำเลยใช้ความรอบคอบตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร ว่าบุคคลที่ยื่นขอใช้บริการเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลที่ปรากฏหลักฐานในเอกสารหรือไม่ ก็ย่อมทราบได้ว่าเป็นบุคคลคนละคนกัน ถือว่าความเสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยเอง ซึ่งเป็นตัวแทนตามประมวลกฎหมาย แพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 812 จำเลยจึงต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 7,067,921.58 พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 เมษายน 2547 จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

ที่มา… มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News