ถึงเวลาสลายมโน แก้ปมเกลียดชังคนพม่า ผ่านนิทรรศการ “พม่าระยะประชิด”

มิวเซียมสยาม เปิดนิทรรศการ “พม่าระยะประชิด” เพื่อสลายมโนชาวไทย ให้ใกล้ชิดชาวเมียนมามากขึ้น

หากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพม่า และไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันไม่สู้ดีนัก ทั้งเรื่องการทำศึกสงคราม ที่สะท้อนผ่านละคร ภาพยนตร์ และสื่อต่าง ๆ ที่ทำให้ชาวไทยและชาวพม่า มีทัศนะคติต่อกันในเชิงลบ มาจนถึงปัจจุบัน ที่มีชาวพม่า อาศัยและดำรงชีวิตอยู่ในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ทั้งยังเป็นสมาชิกร่วมในประชาคมอาเซียน จึงจำเป็นต้องปรับความเข้าใจ สลายปมความเกลียดชังที่เคยมี

12325519_1172672269424477_434527451_o

วันนี้ (15 มี.ค.) ที่มิวเซียมสยาม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ “พม่าระยะประชิด”  เกาะติดชีวิตเพื่อการสลายมโน ภายใต้แนวคิด Guest (’s) House นำโดย คุณฆัสรา ขมะวรรณ มุขดาวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มิวเซียมสยาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชน เปิดใจทำความรู้จักผู้คนในอาเซียน นำเสนอโดยประสบการณ์ ความจริง และสิ่งของของชาวพม่าในประเทศไทย

ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยถึง ‘จุดเปลี่ยนที่ก้าวผ่าน’ และปมความเกลียดชัง ระหว่างชาวไทยและชาวพม่า ที่มีมานานนับตั้งแต่อดีต และสิ่งที่หล่อหลอมความขัดแย้งในประวัติศาสตร์ โดย คุณทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร นักจัดการความรู้อาวุโส มิวเซียมสยาม คุณธีรภาพ โลหิตกุล ศิลปินแห่งชาติ และ นักเขียนรางวัล ศรีบูรพา และ อาจารย์ตูซาร์ นวย อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย และภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ได้ถ่ายทอดอุปสรรคในการอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน เพราะมีความไม่เข้าใจที่เกิดจากกรอบอคติ

12059981_1172672249424479_191209174_o

โดยนิทรรศการจะตีแผ่เรื่องราวชีวิตของคนพม่าในประเทศไทย ผ่านโซน Guest’s House เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจถึง ที่มาที่เป็นอยู่ รวมถึงบอกเล่า จุดเริ่มต้นและเหตุผลของการออกเดินทางมายังประเทศไทย ตลอดจนนำเสนอกลยุทธ์การดำเนินชีวิตในประเทศไทย และสะท้อนประสบการณ์การทำงาน การวางแผนชีวิตในอนาคต นอกจากนี้ยังมีโซน Guess House ที่นำเสนอแง่มุมทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองชาติมีรากฐานร่วมกัน โดยมุ่งเน้นให้คนไทยได้รู้จัก “เพื่อนบ้าน” ในมุมมองใหม่ๆ และเปิดใจยอมรับความหลากหลายในสังคม

อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้าใจในแก่นแท้ความสัมพันธ์ และ มุมมองของชาวพม่าในประเทศไทย สามารถเข้าชมนิทรรศการ “พม่าระยะประชิด” ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่ 15 มีนาคม จนถึง 31 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน)

MThai News

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

ฮีโร่ตัวจริง! ‘กบ สุเชาว์’ นักฟุตบอลบุรีรัมย์ ช่วยคนเก็บขยะเจ็บขาข้างทาง

ฮีโร่ตัวจริง! ‘กบ สุเชาว์ นุชนุ่ม’ นักฟุตบอลบุรีรัมย์ ช่วยคนเก็บขยะเจ็บขาข้างทาง

กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของนักฟุตบอลหนุ่มบุรีรัมย์ โดดช่วยคุณลุงเก็บขยะ ซึ่งเจ็บขาบริเวณข้างทาง ทำเอาได้ใจแฟนบอลไปตามๆ กัน โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ แอ้บแอ้ แอ้บแอ้ ได้โพสต์ภาพของนักฟุตบอลหนุ่ม ขณะเข้าช่วยเหลือลุงเก็บขยะข้างทาง พร้อมข้อความระบุว่า

‘กบ สุเชาว์’ นักฟุตบอลบุรีรัมย์ ช่วยคนเก็บขยะเจ็บขาข้างทาง

พี่กบ (สุเชาว์ นุชนุ่ม) มาช่วยลุงเก็บขยะที่กำลังทรุด เจ็บขาข้างทางกลางแดดร้อนๆ อยู่หน้าโรงเรียน พี่แกเลยลงมาช่วยซื้อข้าว ซื้อน้ำมาให้กิน ให้เงินอีกลุงแกอีก งานนี้ไม่รู้ว่าละลายพี่สุเชาว์ หรือละลายแดดค่ะ คนบุรีรัมย์ก็มีน้ำใจนะ อิอิ

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมความมีน้ำใจของหนุ่มนักฟุตบอลจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน

ขอบคุณภาพจาก แอ้บแอ้ แอ้บแอ้

MThai News

ซาบซึ้ง! บัณฑิตพยาบาล นำพวงมาลัยกราบร่างแม่ ที่เป็นอาจารย์ใหญ่

สุดซาบซึ้ง บัณฑิตพยาบาลเกียรตินิยม แห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำพวงมาลัยมะลิสดกราบบนร่างของแม่ที่เป็น “อาจารย์ใหญ่” 

วันนร้ (15 มี.ค.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจและพากันชื่นชมอยู่ในขณะนี้  สำหรับเรื่องราวความกตัญญูของบัณฑิตเกียรตินิยมพยาบาล แห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

1458024727_---06

ซึ่งทางเว็บไซต์ guideubon.com รายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ได้จัดงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษา และวันสำเร็จการศึกษา โดยมีพิธีรับเข็มสถาบัน แก่นักศึกษาพยาบาล

จากนั้นได้เกิดเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนซาบซึ้งใจขึ้น เมื่อนางสาวนันทิยา ศรีหะนันท์ หรือ บิวตี้ หนึ่งในบัณฑิตเกียรตินิยม (ผลการเรียน 3.56 ) ที่สำเร็จการศึกษาในครั้งนี้ ได้นำพวงมาลัยมะลิสด กราบร่างนางสาคร ชื่นตา หรือแม่ของเธอที่ได้อุทิศตนเป็น “อาจารย์ใหญ่”

1458024675_---08

ในรายงานระบุว่า แม่ของบัณฑิตพยาบาลเสียชีวิตหลังป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้และเข้ารับการรักษามามากกว่า 6 ปี ก่อนจะเสียชีวิตแม่ของเธอเป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สังกัด โรงพยาบาลตาลสุม จ.อุบลราชธานี และได้แสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาให้กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

1458024656_---05

1458024709_---07

นันทิยาได้กล่าวถึงแม่อย่างซาบซึ้งว่า แม้วันนี้แม่จะไม่ได้อยู่เห็นความสำเร็จของลูก แต่ตนก็อยากบอกให้แม่รู้ว่า ลูกสาวคนนี้เรียนจบพยาบาลอย่างที่แม่หวังไว้แล้ว และสัญญาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด จะเป็นพยาบาลที่ดี รักคนไข้ให้เหมือนกับเป็นญาติของเราตามที่แม่เคยบอกเสมอ ขอบคุณที่ให้ชีวิตและเลี้ยงดูลูกมาเป็นอย่างดี ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้พบกันใหม่ ขอให้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีกครั้ง

หลังจากสำเร็จการศึกษา นางสาวนันทิยา ได้รับทุนพร้อมเข้าปฏิบัติงานในโรงพยาบาลตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ทำงานของแม่ ทั้งนี้นันทิยาเองยัง อยากเรียนต่อเฉพาะทางเวชปฏิบัติ และทำงานสายวิชาชีพนี้ตลอดไป

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูจาก  เพลิน วิชัยวงศ์,เว็บไซต์ guideubon