จี้! แก้ พ.ร.บ.เพิ่มโทษพวกแต่งตัวโป๊-โชว์ล่อแหลม ในที่สาธารณะ

นายกฯ สั่งตำรวจ-กระทรวงวัฒนธรรม แก้กฎหมายเพิ่มโทษแต่งตัวไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ หลังมีข่าวพริตตี้โชว์หวิว

วันที่ 29 มี.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพริตตี้แต่งกายไม่เหมาะสม รวมถึงแสดงโชว์ไม่ออกไปในทางล่อแหลมว่า ได้ผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามความผิดที่กฎหมายระบุไว้ พร้อมสั่งการให้กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติหามาตรการตามกฎหมายเพิ่มเติม โดยให้แก้ไข พรบ.การลงโทษที่เกี่ยวข้อง ให้มีโทษเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแต่งกาย และการแสดงออกไปในทางล่อแหลมที่ไม่เหมาะสมของพริตตี้ตามงานต่างๆ

xit

นอกจากนี้ หากมีกรณีเกี่ยวกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ ที่มีปัญหาเกิดผลกระทบกับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการนำคดีเก่ามาดำเนินการใหม่ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายให้ได้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต และเรียกรับผลประโยชน์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ถ้ามีหลักฐานชัดเจนพบการกระทำความผิด ขอให้ส่งหลักฐานมาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง และกล่าวย้ำว่าหากพบผู้กระทำความผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา thaigov.go.th

MThai News

ด่วน! ประกาศ คำสั่งหัวหน้าคสช.ตั้งทหารปราบมาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ คำสั่งหัวหน้าคสช.ตั้งทหารเป็นเจ้าพนักงานปราบปรามผู้มีอำนาจมาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตราย ต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ระบุว่า ด้วยปรากฏว่าได้มีบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดอาญาบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยการข่มเหง ขู่เข็ญ รังแก หรือแสดงตน อันเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเกรงกลัว ไม่กล้าขัดขืน หรือร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะเกรงภัยจะเกิดแก่ตน นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีบุคคลที่ดำรงชีพด้วยการกระทำผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาเสพติด เป็นเจ้ามือพนัน มีพฤติการณ์ซ่องสุมอาวุธ เพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์ต่างๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย การที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีจึงมีความยุ่งยาก ซับซ้อน หรืออาจเกิดความเสี่ยงภัยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ราชกิจจานุเบกษา

จึงจำเป็นต้องกำหนดกระบวนการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาญาที่มีลักษณะดังกล่าวเป็นพิเศษ เพื่อเป็นมาตรการเสริมกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาญา รวมทั้งคุ้มครองความสงบเรียบร้อย และระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตลอดจนเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้แก่สุจริตชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในคำสั่งนี้ “เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ “ผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศต่ำกว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ลงมา และให้หมายความรวมถึง ทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้

ข้อ 2 ให้เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นความผิดตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายคำสั่งนี้บุคคลซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดตามวรรคหนึ่งซึ่งจะอยู่ในบังคับตามคำสั่งนี้ ต้องเป็นผู้มีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้

(1) กระทำความผิดโดยการข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น

(2) แสดงตนให้บุคคลอื่นเกรงกลัว ไม่กล้าขัดขืนหรือร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการเพราะเกรงภัยจะเกิดแก่ตน

(3) ดำรงชีพด้วยการกระทำผิดกฎหมายการกระทำตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการใช้ จ้างวาน หรือสนับสนุนการกระทำใดๆที่เป็นการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งด้วย

ข้อ 3 ในการดำเนินการตามข้อ ๒ ให้เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามข้อ ๒

(2) จับกุมตัวบุคคลที่กระทำความผิดซึ่งหน้า และควบคุมตัวผู้ถูกจับนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการต่อไป

(3) ช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมในการสอบสวนกับพนักงานสอบสวนในความผิด ตามข้อ ๒ โดยในการเข้าร่วมดังกล่าวให้ถือว่าเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามเป็นพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(4) เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจค้น รวมตลอดทั้งค้นบุคคลหรือยานพาหนะใด ๆ ทั้งนี้ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยโดยมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลซึ่งกระทำความผิด ตามข้อ ๒ หลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้หรือจะใช้ในการกระทำความผิด ตามข้อ ๒ หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า เนื่องจากการเนิ่นช้ากว่า จะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้ เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม

(5) ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ค้นพบตาม

(6) กระทำการอื่นใดตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์

MThai News

ดีเอสไอ ออกหมายเรียก “ธัมมชโย” ข้อหาฟอกเงิน-รับของโจร

ดีเอสไอ ออกหมายเรียก “ธัมมชโย” 8 เม.ย. เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังพบเอี่ยวคดีฟอกเงิน-รับของโจร

วันที่ 29 มี.ค.59 สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี หรือพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหา กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร เพื่อให้ไปพบพนักงานสอบสวน ณ สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ อาคารรัฐประศาสน์ภักดี ศูนย์ราชการฯ อาคาร B  ในวันที่ 8 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น.

1y6sMx

สำหรับคดีดังกล่าวพระธัมมชโย ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียักยอกและฉ้อโกงทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด  โดยคดีความที่โยงถึงพระธัมมชโยมากที่สุด คือสำนวนที่ดีเอสไอตรวจสอบเส้นทางการเงินจากเช็ค 878 ฉบับ ที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร สั่งจ่ายออกไป พบว่ามีการสั่งจ่ายเป็นเช็คระบุว่า บริจาคไปยังวัดพระธรรมกาย และพระลูกวัด รวมไปถึงบัญชีของพระธัมมชโย เป็นเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูล  brighttv

MThai News