2ปี ‘ทีวีดิจิทัล’ กสทช.ทำงาน สำเร็จ หรือ ล้มเหลว?

เป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล ซึ่งเมื่อวันที่ 26-27 ธันวาคม 2556 ถือว่าเป็นความสำเร็จของ
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่ทำให้มีผู้ชนะการ
ประมูลช่องรายการทีวีดิจิทัลรวม 24 ช่อง ด้วยราคาการประมูลที่ทะลุเพดานถึงกว่า 5 หมื่นล้านบาท

แต่หลังจากการประมูลสิ้นสุดลง ผู้ประกอบการต่างเริ่มเดินหน้าลุยธุรกิจของตนเองอย่างเต็มที่ ท้ายสุดไม่เป็นเหมือนดั่งที่คาดฝัน ทีวีดิจิทัลที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์กับล้มเหลวไม่เป็นท่า ช่วงระยะเวลาดังกล่าวเกิดข้อถกเถียง ความกังขา และการฟ้องร้องต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นการชี้ชัดว่า “การทำงานของ กสทช.แสดงให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพ”

999

โดยคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการประฏิบัติงาน กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง และ กิจการโทรทัศน์ประจำปี 2558 หรือ (กตป.) ได้ออกมาแถลงข่าวผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของกสทช. เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า จากการให้คะแนนการทำงานที่ผ่านมา กสทช. สอบตกเรื่องทีวีดิจิทัล ซึ่งประเด็นหลักที่พบ มีดังนี้

1. อุปสรรคกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่โทรทัศน์ดิจิทัล พบว่า คุณภาพโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล สัญญาณไม่เป็นตามที่คาดหวังยังมีพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากเสาส่งสัญญาณ ต้องติดตั้งเสานอกบ้านจึงจะรับชมได้ การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านในการรับชม โทรทัศน์ฯ โดยการแจกคูปองไม่สามารถแจกได้ทั่วถึง และการเรียงลำดับช่องไม่มีความชัดเจน

2.การสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่โทรทัศน์ดิจิทัล ซึ่ง กสทช.ได้ตั้งงบประมาณ
ที่จะใช้ในการประชาสัมพันธ์ในปี 2557 วงเงิน 63.5 ล้านบาท แต่เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2559 กสทช.ยังไม่สามารถ
ดำเนินการประชาสัมพันธ์ได้

3.ไม่มีความชัดเจนในการยุติการออกอากาศสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ระบบอนาล็อก (Analog Switch-off) ทั้งการกำหนดวันเวลาปิดทุกโครงข่ายทั้งหมด และ การปิดตามพื้นที่ๆ กำหนดไว้ อีกทั้งไม่มีการเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ในระบบดิจิทัล

4.เงินที่ได้จากการประมูล กสทชงไม่นำมาใช้สนับสนุน ส่งเสริม ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการดทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แต่นำไปใช้ประกอบกิจการอื่นที่ไม่จำเป็น

บทสัมภาษณ์ นายพิชัย อุตมาภินันท์ คณะกรรมการ กตป.

ซึ่ง กสทช.กำหนดไว้ว่าภายในปี 2558 ผู้ให้บริการโครงข่ายฯ ทั้ง 4ราย ที่กสทช.อนุญาต จะต้องดำเนินการครอบคลุมครัวเรือนร้อยละ 80 ของจำนวนครัวเรือนทั้งประเทศ แต่จนถึงปัจจุบันมีเพียง 3 โครงข่ายที่มีการติดตั้งสถานีหลักได้ตามเป้าหมาย คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สถานีวิทยุกองทัพบก (ช่อง5) และ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ส่วนสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์ ยังไม่ได้ดำเนินการติดตั้งแต่อย่างใด มีแค่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น ขณะเดียวกันคุณภาพของสัญญาณยังไม่เป็นไปตามคาดหวัง

“ต้นตอปัญหาอยู่ที่ความไม่พร้อมทั้งปริมาณและคุณภาพของโครงข่าย รวมทั้งขาดประสิทธิภาพในการทำความเข้าให้กับประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิทัล ทุกวันนี้มีคนตกงาน มีบางช่องที่ไปไม่ไหว ควรจะเดินต่อไปทางไหน อยากให้ กสทช.มองปัญหา ” กตป. กล่าว

ด้วยข้อจำกัดทางด้านผลประกอบการทีวีดิจิทัล ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่สูง ผลกระทบที่ตามมาคือ ความด้อยคุณภาพของเนื้อหา โดยเฉพาะรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว ซึ่งปัจจุบันรายการรูปแบบดังกล่าวมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบการ์ตูนจากต่างประเทศ และไม่ได้ครอบคลุมเนื้อหาที่เหมาะสมกับเยาวชน สาเหตุหลักเกิดจากผู้ประกอบการเน้นการผลิตรายการที่สามารถให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในเชิงธุรกิจมากกว่าในเชิงสร้างสรรค์ และต้องเป็นหน้าที่ของ กสทช.จะต้องกำกับติดตามเนื้อหาทิศทางนโยบายและมาตรฐานที่ชัดเจนในการบังคับใช้

บทสัมภาษณ์ ดร.อมรเทพ จิรัฐติเจริญ คณะกรรมการ กตป.

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการประฏิบัติงาน กสทช. ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อการทำงานของ กสทช. ดังนี้

1.เร่งกำกับการติดตั้งสถานีของผู้ให้บริการโครงข่ายให้ครบตามเป้าหมายและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดพร้อมทั้งจัดให้มีหน่วยงานเคลื่อนที่ สำหรับให้คำแนะนำและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางเทคนิค

2.จัดทำแผประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิทัล

3.จัดทำแผนยุติการออกอากาศระบบแอนะล็อกที่ชัดเจน สอดคล้องกับระยะเวลาของสัญญาอนาล็อกเดิม ความพร้อมของโครงข่าย และ ความพร้อมของประชาชนในการปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณืทีวีดิจิทัล โดยกสทช.ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและประชาชนรับทราบถึงขั้นตอน

4.พิจารณาให้ความสำคัญกับการใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สำหรับสนันสนุนส่งเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการได้บริหารจัดการภายใต้สถานการณ์การแข่งขันให้สามารถผลิตรายการที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์

5.มีการใช้กฎระเบียบต่างๆอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงกฎหมายอย่างต่เนื่องตากความจำเป็นภายใต้การประชุมหารือร่วมกันระหว่าง กสทช.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน

6.อยากให้มีการทบทวนเรื่องการจ่ายค่าใบอนุญาต อาจจะให้จ่ายช้าลง หรือมีการลดหย่อนประนอมหนี้ โดยหาจุดที่ลงตัวระหว่าง กสทช.และผู้ประกอบการทั้งหมด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา บอร์ด กสทช. ได้ประชุมวาระพิเศษ ประเด็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล โดยมีมิติออกมาดังนี้

1.เตรียมแจกคูปอง เพิ่มให้ครบ 22.9 ล้านใบ ตามที่ 24 ช่องดิจิทัลทีวีเรียกร้อง

2.ไม่ให้ช่องทีวีดิจิทัลเลื่อนการชำระเงินงวดที่ 3 เพราะขัดต่อหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น

3.ไม่ขยายระยะเวลาใบอนุญาต-เริ่มนับเวลาใบอนุญาตใหม่ ตามที่ผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีขอ

4.กรณีมีผู้ประกอบการคืนใบอนุญาต ยังไงจะต้องชำระเงินประมูลเต็มเนื่องจากเป็นไปตามกฏหมาย

5.เรื่องการเรียงเลขช่องมีมติให้เพิ่มมาตรการทางปกครองกับเคเบิ้ล-ดาวเทียม ที่ยังไม่เรียงเลข สูงขึ้นจนกว่าจะเรียง

6.เตรียมเสนอ บอร์ด กสท. เร่งเพิ่มการประชาสัมพันธ์ ตามที่ผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีร้องขอ

7.การวัดเรตติ้ง โดยใช้เงินกองทุน กทปส.ให้ผู้ประกอบการเสนอมาว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร จากการวัดเรตติ้ง

8.ดิจิทัลทีวีเสนอให้ลดค่าเช่าโครงข่าย เพราะแบกรับไม่ไหว มีมติเสนอให้ กสท.รอจารณาอีกรอบ

9.ให้การยุติจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิทัลทีวีภายในปี 2561 ตามแผนเดิม

10.กรณีลดค่าธรรมเนียมรายปี ดิจิทัลทีวี เตรียมเสนอ กสท.พิจารณา

ทั้งนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ระบุหนึ่งในปัญหาดิจิทัลทีวี คือผู้บริโภคมีพฤติกรรมรับชมเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากจากหน้าจอโทรทัศน์ เป็นหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาต้องเร่งแก้อย่างเร่งด่วน

MThai News

คนรักหมา รวมพลัง ประณามคนใจบาป ติดป้ายรับกำจัดหมาจรจัดฟรี 24 ช.ม.

คนรักหมา รวมพลัง ประณามคนใจบาป ติดป้ายรับกำจัดหมาจรจัดฟรี  24 ช.ม.

12805755_235220566820362_5108008187178790586_n

กลุ่มคนรักหมา แห่แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tamm Settakorn พร้อมประณาม ผู้ขึ้นป้ายประกาศ ‘รับกำจัดหมาจรจัด กรุงเทพฯและปริมณฑล’ ชี้ ไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมโฆษณาบริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ผู้โพสต์ระบุว่า ป้ายดังกล่าวติดอยู่ด้านหน้า โรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ ถนนบางนา ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่อยู่ของลูกสุนัขไร้บ้าน 3 ตัว ที่เจ้าของโพสต์ ประกาศหาบ้านให้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ทั้ง 3 ตัว ยังไม่มีผู้ใจบุญคนใดรับไปอุปการะ

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์นี้ได้แชร์ออกไป ได้มีกลุ่มคนรักหมา ออกมาแสดงความโกรธแค้นผู้ประกาศกำจัดหมาดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสัวเกตที่แตกต่างกันออกไป อาทิ การกระทำเช่นนี้ ผิด พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์หรือไม่ บ้างก็ให้ความเห็นว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้ ต้องการนำสุนัขที่กำจัด ไปแปรรูปเป็นอาหารหรือไม่ ?

ที่มา Tamm Settakorn

ลุ้น! กทม.เล็ง “ลดวัน” จัดสงกรานต์

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เล็ง “ลดวัน” จัดสงกรานต์ เพื่อประหยัดน้ำ

วันนี้ (10มี.ค.) นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยถึงนโยบายรณรงค์ประหยัดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า  เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่ประชาชนใช้น้ำมากเป็นพิเศษ นอกจากรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แล้ว ผู้คนยังนิยมเล่นสาดน้ำกัน ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ 2 จุดที่นิยมเล่นน้ำ คือถนนข้าวสารและถนนสีลม

CHIANG MAI, THAILAND - 2014/04/14: People celebrate the Songkran festival by playing with water at Tapae junction. The Songkran festival, which is the traditional Thai new year, is celebrated annually in Thailand from April 13-15. (Photo by Atid Kiattisaksiri/LightRocket via Getty Images)
.

นายอมร กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ปีนี้มีแนวคิดการปรับกิจกรรม ให้ใช้น้ำน้อยลง เช่น การจัดกิจกรรมเพียง 3 วัน คือ 13-15 เมษายน จากเดิมที่เริ่มจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน และการร่วมจัดงานกับจังหวัดใกล้เคียง อย่าง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมเสนอแนวทางให้ประชาชนเลือกร่วมงานที่ใดที่หนึ่ง โดยจะชี้ให้เห็นถึงสำคัญที่ต้องประหยัดน้ำในปีนี้

ซึ่งแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ 2559  เพื่อขอมติจากคณะกรรมการฯ ในการจัดหาแนวทางประหยัดน้ำที่เหมาะสมต่อไป แต่ในระยะนี้กทม.ก็ได้สั่งการให้ทุกสำนักช่วยกันประหยัดน้ำ และให้สำนักงานเขต 50 เขต รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำ ซึ่งแต่ละวันในกรุงเทพฯ มีการใช้น้ำประปาประมาณ2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ซึ่งควรลดให้ได้ร้อยละ 20

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก matichon