เผยธาติแท้ หนุ่มดูแลแฟนนอนป่วยโคม่า สาวฟื้นแฉความจริง

คดีพลิก เผยธาตุแท้หนุ่มที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแฟนตัวอย่าง เพราะคอยดูแลแฟนสาวที่นอนป่วยโคม่า หลังแฟนสาวฟื้นแฉความจริง

วานนี้ (7 มี.ค.) เว็บไซต์ ‘เดลี่ เมล’ เผยความจริง หลังสื่อน้อยใหญ่ ต่างพากันชื่นชมของนาย หลิว เฟิ่งเหอ หนุ่มจีนวัย 24 ปี จากเมืองต้าเหลียง มณฑลเหลียวหนิง พร้อมทั้งยกย่องให้เป็นผู้ชายตัวอย่าง ด้วยรักแท้ ที่คอยดูแลแฟนสาวซึ่งบาดเจ็บขั้นโคม่าจากการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 พร้อมทุ่มค่าผ่าตัดรักษากว่า 200,000 หยวน หรือราว 1,000,000 บาท ทำให้เป็นเรื่องราวประทับใจที่เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์

coma

ครั้งหนึ่ง นาย หลิว ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า จะดูแลคนรักซึ่งกำลังป่วยหนักไปตลอดชีวิต ทำให้ผู้คนต่างพากันชื่นชมในรักแท้ที่เขามีให้คนรัก แต่ครั้งนั้นเขาทำท่าทีแปลกไป เมื่อถูกถามถึงสาเหตุว่าทำไมแฟนสาว ถึงบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้

ในระหว่างที่ฝ่ายหญิงป่วย เขาไม่ยอมให้ครอบครัวของฝ่ายหญิงมาเยี่ยมเธอ จนกระทั่งครอบครัวของฝ่ายหญิงจึงตัดสินใจนำตัวเธอกลับมาดูแลเอง หลังจากนั้น 3 เดือน เธอก็ฟื้นขึ้น และเริ่มพูดสื่อสารได้ พร้อมทั้งแฉว่า สาเหตุที่เธอต้องเป็นเช่นนี้ เพราะถูกนายหลิว แฟนหนุ่มของเธอทำร้าย

อย่างไรก็ตาม เธอเล่าว่า เธอและนายหลิว ทำร้านขนมด้วยกัน จนกระทั่งในวันเกิดเหตุเธออบขนมปังไหม้ไป 20 แถว นายหลิวโมโหอย่างหนัก คว้าเอาไม้นวดแป้งมาฟาดเข้าที่หลังศีรษะอย่างแรง หลังจากนั้นเธอจำได้เพียงตัวเองร่วงลงไปกับพื้น และถูกตีซ้ำหลายครั้ง แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกทำร้าย เพราะเขามักจะลงไม้ลงมือกับเธออยู่เสมอ ซึ่งในขณะนี้ เรื่องดังกล่าว อยู่ในกระบวนการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

MThai News

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

เอไอเอสงานเข้า! กทค.ไม่ต่ออายุมาตรการเยียวยาลูกค้าคลื่น 900

กทค.ไม่อนุมัติ เอไอเอส ต่ออายุมาตรการเยียวยาลูกค้า 900 MHz ที่ยังเหลือ 8 ล้านราย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.). วันนี้ (8มี.ค.) ที่ประชุมไม่อนุมัติให้ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ขยายระยะเวลามาตรการเยียวยาผู้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz เนื่องจากผิดกฎหมาย

ais

ซึ่งหลังจากที่บริษัท ทรูมูฟ. เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด (TUC) บริษัทในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลได้ทำหนังสือแจ้งมายัง กสทช.ว่าจะมาจ่ายเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz งวดแรก และวางหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ เวลา 13.39 น. โดยคาดจะออกใบอนุญาตให้ TUC ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีผู้ใช้คลื่น 900 MHz กับโครงข่ายของ ADVANC อยู่กว่า 8 ล้านราย

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

สุดสะเทือนใจ!เด็กเรียนดี-กตัญญูต่อพ่อแม่พิการ กลับถูกรถเมล์ชนขาขาด

เสียงตึ้ม!! ดังสนั่น 1 ครั้ง ร่างเด็กสาววัย 9 ขวบ กระเด็นตกรถจักรยานยนต์สามล้อเกลือกกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถประจำทางสาย 33 ขาขวาของเด็กสาวถูกล้อรถบดขยี้กระดูกแหลก ไร้เสียงกรี๊ดร้อง มีเพียงเสียงเรียกหา “แม่จ๋า แม่อยู่ไหน” ขณะที่ผู้เป็นแม่มีความพิการปอลิโอขาลีบเดินไม่ได้ พยายามนำร่างที่บาดเจ็บเช่นกัน กระเสือกกระสนเพื่อโผกอดลูก แต่ก็ไม่สำเร็จ ได้แต่นอนมองลูกเจ็บปวดทรมานทั้งน้ำตา และ คำภาวนา ขอให้ลูกปลอดภัย”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณห้าแยกปากเกร็ด เวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 3 มี.ค.59 โดยคุณกมลวรรณ เจริญศิริ อายุ 49 ปี ป่วยเป็นโปลิโอขาลีบทั้งสองข้างตั้งแต่วัยเด็ก เปิดใจกับ MThai News ว่า เธอได้ขับขี่จักรยานสามล้อพาลูกสาว ด.ญ.ชุติการณ์ มีภัย หรือ น้องแหวน อายุ 9 ปี นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่ 3 โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ฯ นั่งซ้อนเพื่อไปขายไอศครีมเช่นปกติ แต่ขากลับระหว่างรถติดสัญญาณไฟแดงบริเวณ ห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี เธอได้ขับอ้อมขึ้นมาอยู่ข้างหน้ารถประจำทางสาย 33 และขณะที่สัญญาณไฟเขียว เธอก็ได้ออกตัวรถไปอย่างช้าๆ ทันใดนั้นได้ยินเสียงชนแรงที่ท้ายรถของเธอ ทั้งสองแม่ลูกจึงกระเด็นไปคนละทิศทาง ซึ่งร่างของเธอได้รับบาดเจ็บบริเวณร่างกายซีกขวาตั้งแต่ใบหน้าจนถึงหัวเข่า

แต่…ลูกสาว กลับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากร่างของเธอกระเด็นเข้าใต้ท้องรถประจำทาง และขาขวาถูกล้อรถทับจนกระดูกแหลก

“ตอนที่เกิดเหตุ มันเร็วมากและก็งงๆ เจ็บแบบชาๆไปทั้งตัว มองหาแต่ลูก ได้ยินเสียงเรียกหาแต่ป้า พอเห็นลูกถูกรถทับขา เลือดเต็มเลย ยิ่งตกใจ พยายามจะไปหาลูกให้ได้ แต่ก็ไปไม่ได้ ทั้งเจ็บทั้งพิการ หัวใจทรมานมาก ได้แต่ร้องไห้ ภาวนาขอให้ลูกไม่เป็นอะไรมาก แต่เขาเก่งมาก ใจสู้มาก เขาไม่ร้องไห้เลย เรามากกว่าที่อ่อนแอเมื่อเห็นลูกในสภาพเช่นนั้น”

สองแม่ลูกร่ำไห้เรียกหากันบนความเจ็บปวด ท่ามกลางไทยมุงเต็มท้องถนนและเหล่าพลเมืองดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแจ้งมูลนิธิฯนำส่งตัวลูกรักษาตัวเร่งด่วนที่ รพ.กรุงไทย ก่อนเคลื่อนย้ายไปที่ รพ.ศิริราช โดยมีผู้เป็นพ่อ คือ คุณคำมูล มีภัย อายุ 41 ปี มีความพิการแขนซ้ายขาดและเดินกระเผลกจากอุบัติเหตุรับงานก่อสร้างเมื่อ 40 ปีก่อน ขณะที่ผู้เป็นแม่กลับมารักษาบาดเเผลที่ห้องพัก ม.เอื้ออาทร นอนซมอยู่บนแคร่อยู่หลายวัน ท่ามกลางการดูแลและให้กำลังขอเหล่าเพื่อนพิการ

10618-0
คุณกมลวรรณนอนซมบนแคร่หน้าห้องพักหลังประสบเหตุ

สำหรับอาการบาดเจ็บของน้องแหวนนั้น วันแรกอยู่ในอาการโคม่ามา แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและดูดเสมหะอยู่ตลอด ขณะที่ขาข้างขวา แพทย์ไม่สามารถยื้อไว้ได้ จำต้องตัดขาออกไปจนถึงส่วนของน่องขา แต่แผลติดเชื้อ จนวันที่ 7 มี.ค.59 แพทย์จำต้องผ่าตัดขาข้างขวาออกส่วนที่เหลือออกไปอีกครั้ง จนขาของน้องแหวนขณะนี้ถูกหั่นสั้นถึงส่วนของสะโพก

หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวนี้ต้องมีสมาชิกกลายเป็นคนพิการเพิ่มเข้ามา ทั้งที่ก่อนหน้านี้น้องแหวน คือ หัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน และช่วยทำมาหากิน ในการช่วยพ่อแม่พิการขายไอศครีมและลอตเตอรี่หลังเลิกเรียนอยู่เป็นประจำ พอพลบค่ำน้องแหวนยังหารายได้พิเศษด้วยรับใบเตยที่พับเป็นดอกกุหลาบ มาตระเวณขายตามศาลาวัดที่มีงานต่างๆ ซึ่งในแต่ละวันกว่าจะได้กลับถึงบ้านเวลาก็ยามวิกาลเสียแล้ว

IMG_5407

ความกตัญญูของน้องแหวน ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียน เพราะทุกปีการศึกษาน้องยังรักษามาตรฐานการเป็นเด็กเรียนดี ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 และยังเด่นด้านกิจกรรม ที่เป็นทั้งนักกีฬา และ ตัวแทนยการแสดงนาฏศิลป์ของโรงเรียน

แต่….ความหวังเพื่อพึ่งพาของพ่อแม่ก็ดับสลาย เมื่ออุบัติเหตุครั้งนี้พรากสภาพร่างกายของน้องไป แต่ไม่ได้สามารถพรากจิตใจที่เข้มแข็งของน้องได้ เมื่อวันที่น้องรับรู้ถึงความพิการของตนเอง กลับไม่แสดงอาการเสียใจ แต่กลับ “ยิ้มสู้” และปลอบใจกับพ่อแม่แทนว่า “อย่าเสียใจ” – “หยุดร้องไห้” น้องยังไหวและพร้อมสู้ต่อไป

“เขาบอกกับป้า อย่าร้อง ให้ป้าสู้ๆ เพราะเขาก็สู้อยู่ แค่ขาขาด ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาแย่ลงเลย เขาอยู่สู้ต่อไปไหว ยังสามารถช่วยพ่อแม่ต่อไปได้ และเชื่อว่า ไม่กระทบการเรียนเขา เพราะสมองเขายังอยู่ พ่อกับแม่สู้ๆนะ และเขาก็ขอโทษที่ทำให้พ่อแม่ต้องร้องไห้เพราะเขา”

IMG_5411-0

เรื่องราวของความช่วยเหลือบังเกิด! ขึ้นเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์ภาพ-คลิปวีดีโอเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ จนเกิดกระแสการบริจาคช่วยเหลือ และเกิดเสียงสะท้อนไปยังหน่วยราชการ จนผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีพร้อมส่วนราชการได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เบื้องต้น และยังมีผู้ใจบุญยังติดต่อเข้ามาอยู่บ้าง

โดยเงินบริจาคทั้งหมด ป้ากมลวรรณ ได้เก็บไว้เพื่อเป็นค่ารักษาอาการต่อเนื่องให้กับน้องแหวน เเม้น้องจะใช้สิทธิ์บัตรทองอยู่ก็ตาม พร้อมนำไปใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆประดังเข้ามา อาทิ ค่าซ่อมรถราวหมื่นกว่าบาท ค่าผ่อนบ้านเดือน 3 พันบาท ค่าน้ำค่าไฟ หนี้สินในระบบและนอกระบบ ซึ่งมียอดรวมๆกว่า 2 แสนบาท รวมถึงค่าครองชีพรายวันในขณะนี้ ที่ทั้งคู่ต้องหยุดงาน เพื่อสับเปลี่ยนไปเฝ้าดูแลน้องแหวน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู

ซึ่งป้ากมลวรรณบอกว่า หากตนเองพักรักษาตัวและหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว จะเร่งเดินหน้าทำมาหากินตามเดิม แม้จะได้รายได้ไม่มาก แต่เชื่อว่า พอที่จะนำมาเป็นเงินสะสมเพื่อสำรองค่าใช้จ่ายต่างๆในครอบครัว

ส่วนเรื่องความรับผิดชอบของคนขับรถประจำทางนั้น ป้ากมลวรรณย้ำว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ไม่เคยได้รับการติดต่อหรือการมาเยี่ยมเยียนของบุคคลนี้เลย แต่ก็เชื่อในคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ยืนกรานว่า คนขับรายนี้พร้อมรับผิดและให้ความช่วยเหลือเต็มที่

เพียงแต่….ป้ากมลวรรณ ระบุว่า “ป้าไม่ขออะไรมากมายเลย ช่วยมาแสดงความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหน่อยได้ไหม หรือ แสดงคำขอโทษต่อหน้าลูกสาว ก็ยังดี”

11
สภาพรถจักรยานยนต์3ล้อที่ประสบเหตุ

MThai News จึงติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีนี้ โดยร้อยตำรวจเอก ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุได้ทำการแจ้งข้อหากับคนขับรถประจำทางรายนี้แล้ว ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ตามมาตรา 300 ที่ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และ ปรับไม่เกิน 6 พันบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการรักษาอาการของน้องแหวนและใบรับรองแพทย์ ก็จะดำเนินการได้ทันที

อย่างไร  MThai News ขอเป็นกำลังใจกับครอบครัวคุณกมลวรรณ เจริญศิริ หากผู้ใจบุญใดต้องการให้ความช่วยเหลือ  สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีชื่อน.ส.กมลวรรณ เจริญศิริ หมายเลขบัญชี 1230165509 หรือบัญชี ธ.กรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขาโลตัสปากเกร็ด เลขบัญชี 870-0-15387-0 หรือติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์โทร 081-556-0918

ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

IMG_5388-0