ฮือฮา! ชาวบ้านพบ ‘มนุษย์รู’ อาศัยอยู่ในถ้ำ

ชาวบ้าน 2 อำเภอชัยภูมิ เฝ้าปากถ้ำมนุษย์รู หวังเห็นตัวเป็น ๆ ขนอาหารคาวหวาน กราบไหว้ขอโชคลาภ

วันนี้(4 มี.ค.) ชาวบ้านเขตรอยต่อระหว่าง อ.บ้านเขว้า กับ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ หลายร้อยคนต่างพากันแห่ไปเฝ้าถ้ำ “มนุษย์รู” เนื่องจากมีคำบอกเล่าของชาวบ้าน อ้างว่าเคยพบมนุษย์ที่มีร่างกายสูงเพียง 50 ซม. อาศัยอยู่ในรูตามโขดหินป่าข้างหมู่บ้านหนองกระทุ่ม ต.ชีบน อ.บ้านเขว้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีใครเคยเห็นอีก

ชาวบ้านพบ ‘มนุษย์รู’ อาศัยอยู่ในถ้ำ

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เดินทางมาปักหลักรอ พร้อมค้นหามนุษย์รู และมีบางส่วนนำเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวาน จุดธูปเทียนขอโชคลาภ เรียกให้มนุษย์รูออกมาให้ชาวบ้านเห็นสักครั้งเป็นบุญตา

นายบุญนม สิ้นชัยภูมิ อายุ 53 ปี ชาวบ้านหนองกระทุ่ม ผู้อ้างว่าเป็นผู้พบมนุษย์รูเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อสองวันก่อนตนไปดักสัตว์ที่ท้ายสวนบริเวณดังกล่าว สังเกตเห็นมนุษย์รูร่างกายสูงไม่มากนัก ประมาณ 50 ซม. จึงวิ่งไปดูใกล้ ๆ แต่มนุษย์รูตกใจรีบหนีลงรูหายไป จึงรีบกลับบ้านไปบอกเพื่อนบ้านให้นำอาหารคาวหวานมากราบไหว้มนุษย์รู เนื่องจากตามตำนานผู้เฒ่าผู้แก่พูดกันปากต่อปากว่ามีจริง

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ฝากเตือนชาวบ้านที่แห่จุดธูปเทียนให้ระมัดระวังเรื่องไฟไหม้ เพราะช่วงนี้หน้าแล้งอาจเกิดไฟลุกลามได้ง่าย

ภาพจาก กู้ภัยสว่างคุณธรรม(Sawangkunnatum)

MThai News

สยอง! กระบะเสียหลักชนกันสนั่น ตาย 8 ศพ

เกิดเหตุรถกระบะช่างไฟเสียหลัก ก่อนถูกรถกระบะอีกคันขับตามมาชน บริเวณถนนรัตนวาปี –ปากคาด จ.หนองคาย เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย

วันนี้ 4 มี.ค. ตำรวจ สภ.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนกัน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ บริเวณถนนรัตนวาปี –ปากคาด ระหว่างบ้านหนองไผ่ หมู่ 8 ต.รัตนวาปี ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะนิสสัน นาวาร่า 4 ประตู สีเทา ทะเบียน บค 7358 บึงกาฬ สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ 6 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมา

14570580071457071842l

ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะขนาดเล็ก ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน บจ 8350 สมุทรสาคร เป็นรถส่งปลาทู มีนายสุวรรณ โอเอี่ยม อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 5 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนขับ และนายแทร์ มี อายุ 30 ปี ชาวพม่า นั่งมาด้วย ทั้งสองเสียชีวิตคาซากรถ

จากการสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตที่มากับรถกระบะนิสสัน นาวาร่า เป็นช่างไฟฟ้าอยู่หมู่บ้านเดียวกัน หลังเลิกงานได้ชวนกันไปดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะ ใน อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ จากนั้นได้พาหญิงสาวร้านคาราโอเกะมาเที่ยวต่อที่ร้านคาราโอเกะ อ.รัตนวาปี ก่อนจะพากันเดินทางกลับบ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะนิสสันของช่างไฟฟ้า เกิดเสียหลัก รถขวางถนน

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถกระบะส่งปลาทูที่นายสุวรรณ ขับจาก จ.บึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอรัตนวาปี ขับมาพอดี รถของนายสุวรรณ เบรกไม่ทัน ชนเข้ากับด้านข้างซ้ายรถกระบะนิสสัน แรงกระแทกทำให้รถกระบะนิสสันพลิกคว่ำ ทุกคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวม 8 ราย

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai New

งานเข้า ! ปปง.จ่อสอบเส้นทางการเงิน “บริษัทไร่ส้ม-สรยุทธ”

เครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ร้องสอบเส้นทางการเงิน “บริษัทไร่ส้ม-สรยุทธ” ได้ทรัพย์สินมาโดยชอบหรือไม่

วันที่ 4 มีนาคม น.ส.ภคอร จันทรคณา กรรมการผู้จัดการบริษัท ชีวานันท์ กรุ๊ป จำกัด และกรรมการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อยื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2546-2559 ว่าได้ทรัพย์สินมาโดยชอบหรือไม่ตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ

hfZed2

น.ส.ภคอร กล่าวว่า สำหรับการร้องเรียนดังกล่าวถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางจริยธรรมของผู้ทำหน้าที่สื่อมวลชน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติม คือ 1.รายละเอียดของสัญญาของ อสมท กับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ว่าได้เขียนครอบคลุมถึงประเด็นการรักษาผลประโยชน์ของราชการหรือไม่ 2.ที่มาของสัญญาได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 3.ต้องตรวจสอบว่าสัญญาในลักษณะเดียวกันมีสัญญาที่ได้กับภาครัฐมากกว่า 1 สัญญาหรือไม่ และ 4.การกำหนดรายละเอียดลักษณะในทีโออาว่าคณะกรรมการร่างสัญญาในทีโออาได้กำหนดคุณลักษณะดังกล่าว เป็นไปในทางที่รักษาผลประโยชน์ขงราชการหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ในส่วนของ ปปง. เมื่อมีความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ปปง.จะรับเรื่องมาตรวจสอบเส้นทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะทางผู้ร้องต้องการให้ปปง.ตรวจสอบย้อนหลังไปหลายปี และมีข้อมูลจำนวนมาก ทั้งนี้ สิ่งที่จะตรวจสอบคือ 1.ตรวจสอบตามคำพิพากษาของศาลว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร มีการคืนเงินมากน้อยเพียงใด ซึ่งการได้มาของทรัพย์สินก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง และ 2.จะมีการตรวจสอบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นใหม่หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้หน่วยที่เกี่ยวข้อง หรือภาคเอกชนจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นความผิดหรือไม่ ถ้าเป็นความผิดเราก็จะดูเรื่องเส้นทางการเงิน หากไม่ผิด จะดูไปตามข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการตรวจสอบคดีทุจริต มีกระบวนการไม่เหมือนกับคดีทั่วไป ซึ่งเป็นคดีที่จะต้องตรวจสอบยืนยันให้แน่ชัดว่ามีการกระทำความผิดที่เป็นการทุจริตเกิดขึ้นจึงจะดำเนินการได้ ดังนั้น ความชัดเจนของมูลฐานภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน ปปง. ถึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ ในส่วนของยึดทรัพย์นั้น ถ้ามีการคืนทรัพย์ไปแล้วครบถ้วน ก็หมายความว่ามีการดำเนินการตามมาตรการอื่นไปแล้ว ก็ไม่ต้องใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงิน เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูล  มติชน

MThai News