แชร์ว่อน! โฉมหน้าแก๊งฝรั่งมือบอน พ่นสีก้อนหินชายหาดในภูเก็ต หวังช่วยกันตรวจสอบ
กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของแก๊งชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าพวกเขาไปพ่นสีบนก้อนหินชายหาด และรถของราชการ รวมถึงขีดเขียนทำลายป้ายในภูเก็ต ทำเอาชาวเน็ตต่างไม่พอใจร่วมกันแชร์ภาพตามจับกลุ่มดังกล่าวจำนวนมาก
โฉมหน้าแก๊งฝรั่งมือบอน พ่นสีก้อนหินชายหาดในภูเก็ต
โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางทะเล ได้โพสต์ภาพแก๊งชาวต่างชาติ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เมื่อคืนเพิ่งออกทีวีเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ตอนนี้คนภูเก็ตกำลังช่วยกันแชร์สิ่งที่ฝรั่งรายหนึ่งทำ ไปพ่นสีตามก้อนหินชายหาด ไปพ่นใส่รถของราชการ ฮึกเหิมถึงขั้นเข้าไปขีดเขียนทำลายป้ายในศูนย์ชีวะ มีภาพหน้าและพฤติกรรมที่เห็นกันชัดเจน
เรื่องอย่างนี้ทางการต้องเอาจริง แจ้งเจ้าหน้าที่แล้วต้องจับกุม มิใช่แค่ตักเตือนแล้วปล่อยไปเพราะเห็นว่าเป็นฝรั่ง หรือคนต่างชาติต่างภาษา ยิ่งมันทำลายของราชการ และสร้างปัญหาอย่างใหญ่หลวงกับแหล่งท่องเที่ยวบ้านเรา จะเป็นฝรั่งเป็นชาติไหนก็ไม่เกี่ยวเฟ้ย (โกรธฮะ)
ยังรวมถึงนักเที่ยวชาวจีนที่เพื่อนธรณ์บางคนส่งภาพมาให้ดู ตอนนี้ชักมีบ่อย เดินลงไปเก็บสัตว์ในแนวปะการัง ทั้งหอยทั้งดาวทะเล เอาใส่ถุงขึ้นมาแล้วอ้างว่าไม่รู้บ้าง เก็บมากินบ้าง อย่างนี้ผิดกฎหมายแน่นอน ถ้าแจ้งไปทางสถานทูตจีน มีกฎหมายจีนที่จะลงโทษห้ามออกนอกประเทศ 10 ปีเลยนะ อุทยานพีพีก็บอกผมว่า ตอนนี้มีเรือต่างประเทศเข้ามาเป็นประจำ พอเข้าไปเก็บค่าธรรมเนียมก็ทำยึกยักบ้าง ขับเรือหนีบ้าง ฯลฯ มีกันทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่คนไทยเห็นว่าน่าไปจัง
หลายๆ เรื่องนั้นเป็นผลพวงมาจากนักท่องเที่ยวมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา ตัวเลขนักเที่ยวเพิ่มพรวดพราด (เฉพาะคนจีนก็แตะ 8 ล้านคน) ขณะที่ระบบจัดการของเรายังไม่สามารถรองรับได้ ทำให้เกิดปัญหาแทบทุกจุดทั่วไทย จึงมีข้อเสนอง่ายๆ อย่างนี้ครับ
1) เราต้องทุ่มเทในการพัฒนาระบบรองรับให้เร็วที่สุด โดยเน้นการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อรักษาธรรมชาติบ้านเราไว้หากินนานๆ และเพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย โดยเน้นพื้นที่ซึ่งนักเที่ยวไปหนาแน่น
กรณีศึกษา วัดร่องขุนของอ.เฉลิมชัย แกบอกว่าตอนนี้สบาย รับมือนักเที่ยวจีนได้แล้ว น่าจะเป็น “ร่องขุนโมเดล” ด้านศิลปวัฒนธรรม
กรณีศึกษา MOU Krabi ท่านผู้ว่ากระบี่สั่งการให้ทุกหน่วยประสานกันตรวจตราเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเลโดยเฉพาะ “พีพีโมเดล”
หากไม่รู้จะเน้นอะไร ผมบอกให้ได้เลย โรงบำบัดน้ำเสียตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะพีพีดอน ตอนนี้รองรับได้แค่ 17 เปอร์เซ็นต์ของน้ำเสีย ฯลฯ
กรณีพื้นที่ต้นแบบ เชียงใหม่คงเป็นพื้นที่ตัวอย่างชั้นยอดสำหรับนักท่องเที่ยวทางบก ภูเก็ตและกระบี่เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวทางทะเล หากยกระดับการจัดการให้จริงจัง ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการรับมือกับการท่องเที่ยวยุคนี้ มันน่าจะนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ได้ครับ
2) ในระยะยาว เราคงต้องพูดกันจริงจังเรื่องการตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มันน่าจะเพิ่มแบบมีอัตราส่วนลดลงบ้าง ไม่ใช่ตั้งเป้าเพิ่มปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ตลอด (36 ล้านคนปีนี้ 43, 52 ล้านคนในปีถัดๆ ไป) ไม่งั้นมันก็คงไม่ไหวนะ
พวกเราคนทั่วไปก็ต้องช่วยกันสอดส่องต่อไป จะเป็นชาติไหน หากทำผิดคิดร้ายธรรมชาติ มันก็คือผิดครับ ช่วยกันแชร์ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันคัดกรองคนชั่วออกจากคนดีมากมายที่อยากมาเมืองไทยของเราครับ”
ภาพจาก Thon Thamrongnawasawat
MThai News