อนุมัติแล้ว ! กฎหมายหักเงินเดือนจ่ายหนี้ กยศ.

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบแก้กฎหมาย กยศ. ให้นายจ้างทั้งส่วนราชการและเอกชน หักเงินเดือนผู้กู้เพื่อชำระหนี้

วันนี้ (2 มี.ค. 59) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เผย ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อบังคับให้องค์กรนายจ้างทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน หักเงินลูกจ้าง พนักงานราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. นำส่งคืนกองทุน กยศ. พร้อมกับเงินหักภาษี ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร เพื่อให้กรมสรรพากรนำส่งกองทุน กยศ.

1

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายได้รวมกองทุน กยศ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเมื่อสรรพากรหักเงินนำส่งคืนให้กยศ.จะทำให้กยศ. มีเงินสำหรับปล่อยกู้ให้กับรุ่นน้องต่อไป โดยร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูลและการหักเงินนำส่งคืนเพื่อชำระหนี้ตามสัดส่วนรายได้ที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนจากนี้จะได้ส่งร่างกฎหมายให้กฤษฎีกาพิจารณาและเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขั้นต่อไป

โดยปี 2558 มียอดชำระหนี้คืน 17,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายปี 2559 มียอดชำระ 19,000 ล้านบาท กยศ. จึงได้ส่งหนังสือถึงองค์กรนายจ้างทั้งส่วนงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทยอยลงนามร่วมกับ กยศ. เพื่อหักเงินเดือนจากข้าราชการจำนวน 60,000 คนที่กู้ยืมจาก กยศ.

ขอบคุณข้อมูล ไทยพีบีเอส

MThai News

โซเชียลยกนิ้ว! คลิปฝรั่งเก็บขยะในไทย หลังพบล้นเกลื่อนถนน

โลกโซเชียลยกย่อง คลิปฝรั่งเก็บขยะในไทย หลังพบล้นเกลื่อนถนน

ก่อนหน้านี้ทาง MThai ได้มีการนับเสนอข่าวนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เดินเก็บขยะ และสิ่งปฏิกูลอยู่บริเวณชายหาดวงศ์อมาตย์ ย่านพัทยาเหนือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังเรื่องนี้ถูกนำเสนอออกไปผู้คนต่างพากันชื่นชม เชิดชูการกระทำของชาวต่างชาติคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

คลิ๊กอ่านข่าว >>> ปรบมือ! ชายต่างชาติน้ำใจงาม เก็บขยะริมหาดวงศ์อมาตย์

gsdg

ล่าสุด วันนี้ (2มี.ค.) มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์เกิดความประทับใจกันอีกครั้ง หลังสมาชิกเฟซบุ๊ก Mareeyah Chairak‎ ได้โพสต์คลิปชื่อ “…เราคนไทยอายแทนฝรั่งเลย…” ภายในคลิปเผยให้เห็น เหตุการณ์ขณะที่ชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง กำลังช่วยคนไทยเก็บขยะที่ตกเกลื่อนถนน ด้วยท่าทีที่ไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย

หลังคลิปถูกเผยแพร่ชาวเน็ตต่างชื่นชมนักท่องเที่ยวท่านนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า อยากให้ทุกคนมีความรับผิดชอบทิ้งขยะให้ลงถัง

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Mareeyah Chairak‎

แชร์ว่อน! โฉมหน้าแก๊งฝรั่งมือบอน พ่นสีก้อนหินชายหาดภูเก็ต

แชร์ว่อน! โฉมหน้าแก๊งฝรั่งมือบอน พ่นสีก้อนหินชายหาดในภูเก็ต หวังช่วยกันตรวจสอบ

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของแก๊งชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าพวกเขาไปพ่นสีบนก้อนหินชายหาด และรถของราชการ รวมถึงขีดเขียนทำลายป้ายในภูเก็ต ทำเอาชาวเน็ตต่างไม่พอใจร่วมกันแชร์ภาพตามจับกลุ่มดังกล่าวจำนวนมาก

โฉมหน้าแก๊งฝรั่งมือบอน พ่นสีก้อนหินชายหาดในภูเก็ต

โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางทะเล ได้โพสต์ภาพแก๊งชาวต่างชาติ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เมื่อคืนเพิ่งออกทีวีเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ตอนนี้คนภูเก็ตกำลังช่วยกันแชร์สิ่งที่ฝรั่งรายหนึ่งทำ ไปพ่นสีตามก้อนหินชายหาด ไปพ่นใส่รถของราชการ ฮึกเหิมถึงขั้นเข้าไปขีดเขียนทำลายป้ายในศูนย์ชีวะ มีภาพหน้าและพฤติกรรมที่เห็นกันชัดเจน

เรื่องอย่างนี้ทางการต้องเอาจริง แจ้งเจ้าหน้าที่แล้วต้องจับกุม มิใช่แค่ตักเตือนแล้วปล่อยไปเพราะเห็นว่าเป็นฝรั่ง หรือคนต่างชาติต่างภาษา ยิ่งมันทำลายของราชการ และสร้างปัญหาอย่างใหญ่หลวงกับแหล่งท่องเที่ยวบ้านเรา จะเป็นฝรั่งเป็นชาติไหนก็ไม่เกี่ยวเฟ้ย (โกรธฮะ)

ยังรวมถึงนักเที่ยวชาวจีนที่เพื่อนธรณ์บางคนส่งภาพมาให้ดู ตอนนี้ชักมีบ่อย เดินลงไปเก็บสัตว์ในแนวปะการัง ทั้งหอยทั้งดาวทะเล เอาใส่ถุงขึ้นมาแล้วอ้างว่าไม่รู้บ้าง เก็บมากินบ้าง  อย่างนี้ผิดกฎหมายแน่นอน ถ้าแจ้งไปทางสถานทูตจีน มีกฎหมายจีนที่จะลงโทษห้ามออกนอกประเทศ 10 ปีเลยนะ อุทยานพีพีก็บอกผมว่า ตอนนี้มีเรือต่างประเทศเข้ามาเป็นประจำ พอเข้าไปเก็บค่าธรรมเนียมก็ทำยึกยักบ้าง ขับเรือหนีบ้าง ฯลฯ มีกันทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่คนไทยเห็นว่าน่าไปจัง

หลายๆ เรื่องนั้นเป็นผลพวงมาจากนักท่องเที่ยวมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา ตัวเลขนักเที่ยวเพิ่มพรวดพราด (เฉพาะคนจีนก็แตะ 8 ล้านคน) ขณะที่ระบบจัดการของเรายังไม่สามารถรองรับได้ ทำให้เกิดปัญหาแทบทุกจุดทั่วไทย จึงมีข้อเสนอง่ายๆ อย่างนี้ครับ

1) เราต้องทุ่มเทในการพัฒนาระบบรองรับให้เร็วที่สุด โดยเน้นการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อรักษาธรรมชาติบ้านเราไว้หากินนานๆ และเพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย โดยเน้นพื้นที่ซึ่งนักเที่ยวไปหนาแน่น

กรณีศึกษา วัดร่องขุนของอ.เฉลิมชัย แกบอกว่าตอนนี้สบาย รับมือนักเที่ยวจีนได้แล้ว น่าจะเป็น “ร่องขุนโมเดล” ด้านศิลปวัฒนธรรม

กรณีศึกษา MOU Krabi ท่านผู้ว่ากระบี่สั่งการให้ทุกหน่วยประสานกันตรวจตราเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเลโดยเฉพาะ “พีพีโมเดล”

หากไม่รู้จะเน้นอะไร ผมบอกให้ได้เลย โรงบำบัดน้ำเสียตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะพีพีดอน ตอนนี้รองรับได้แค่ 17 เปอร์เซ็นต์ของน้ำเสีย ฯลฯ

กรณีพื้นที่ต้นแบบ เชียงใหม่คงเป็นพื้นที่ตัวอย่างชั้นยอดสำหรับนักท่องเที่ยวทางบก ภูเก็ตและกระบี่เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวทางทะเล หากยกระดับการจัดการให้จริงจัง ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการรับมือกับการท่องเที่ยวยุคนี้ มันน่าจะนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ได้ครับ

2) ในระยะยาว เราคงต้องพูดกันจริงจังเรื่องการตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มันน่าจะเพิ่มแบบมีอัตราส่วนลดลงบ้าง ไม่ใช่ตั้งเป้าเพิ่มปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ตลอด (36 ล้านคนปีนี้ 43, 52 ล้านคนในปีถัดๆ ไป) ไม่งั้นมันก็คงไม่ไหวนะ

พวกเราคนทั่วไปก็ต้องช่วยกันสอดส่องต่อไป จะเป็นชาติไหน หากทำผิดคิดร้ายธรรมชาติ มันก็คือผิดครับ ช่วยกันแชร์ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันคัดกรองคนชั่วออกจากคนดีมากมายที่อยากมาเมืองไทยของเราครับ”

ภาพจาก Thon Thamrongnawasawat

MThai News