ศพ!! “มัมมี่” สภาพสมบรูณ์ นอนตายในเรือยอร์ช จมกลางแปซิฟิก

ชาวประมงฟิลิปปินส์ พบศพมัมมี่ชาย นั่งเสียชีวิตปริศนาบนเรือยอชต์ หลังหายตัวไปหลายปี

เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษได้รายงานว่า ชาวประมงของฟิลิปปินส์ พบศพชายตอนตายอยู่บนเรือยอร์ช ที่จมอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งเมืองบาราโบจังหวัดซูริเกา เดล เซอร์ ของประเทศประมาณ 100 กิโลเมตร

มัมมี, เรือยอร์ช, ข่าวฟิลิปปินส์

โดยศพดังกล่าวมีสภาพกลายเป็นมัมมี่ไม่เน่าเปื่อย เสียชีวิตในลักษณะนั่งฟุบกับโต๊ะในมือกำวิทยุสื่อสารไว้ ก่อนจะทราบต่อมาคือ นายมานเฟรด ฟริตซ์ บาโยรัต ชาวเยอรมัน อายุ 59 ปี นักล่องเรือมากประสบการณ์ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2552

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานการต่อสู้ จึงทำให้เชื่อได้ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้จะเกิดจากโรคประจำตัว หรือหัวใจวายเฉียบพลัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ศพของเขาไม่เน่าเปื่อยนั้น น่าจะมาจากความเค็มของน้ำทะเล บวกกับถูกลมทะเลที่ทั้งร้อนและแห้งโกรกอยู่ตลอดเวลา จึงรักษาสภาพศพให้กลายเป็นมัมมี่ตามธรรมชาติ

ด้านทางการของฟิลิปปินส์ เตรียมจะแจ้งเรื่องไปยังสถานทูตเยอรมันในกรุงมะนิลา เพื่อติดตามหาครอบครัวของชายคนนี้ต่อไป

มัมมี, เรือยอร์ช, ข่าวฟิลิปปินส์

จวกยับ! พิธีกรดังทำโต๊ะร้านกาแฟเลอะแล้วชิ่ง แต่แฟนคลับเห็นดีด้วย

จวกยับ! พิธีกรชื่อดังทำโต๊ะร้านกาแฟเลอะแล้วชิ่งหนี แต่แฟนคลับไม่ติติง กลับเห็นดีด้วยซะงั้น 

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับกระทู้ “เมื่อพิธีกรท่านหนึ่งและแฟนคลับทำให้เราสับสนต่อคำว่า ‘ทำลายทรัพย์สิน’” โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 1160443 ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของพิธีกรท่านหนึ่งที่ทำหมึกปากกาเลอะโต๊ะกาแฟแล้วชิ่งหนี แต่แฟนคลับกลับไม่ติติง ระบุว่า

พิธีกรดังทำโต๊ะร้านกาแฟเลอะแล้วชิ่ง

“พิธีกรชายชื่อดังท่านหนึ่ง ได้โพสต์ภาพโต๊ะเลอะหมึกปากกา พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า เพื่อนจะไปทานข้าวที่เยาวราช จึงได้ใช้ปากกาเขียนแผนที่ลงทิชชู่อย่างละเอียด เนื่องจากไม่มีกระดาษ แล้วถ่ายลงโปรแกรมแชท ปรากฏว่าหมึกเลอะทะลุลงโต๊ะ เพราะใช้ปากกาเขียน CD และคาดว่าจะเช็ดไม่ออก หลังจากนั่งคิดหาทางออกอยู่นั้น มีลูกค้าเข้ามาหาโต๊ะว่าง จึงรีบสละโต๊ะแบบไม่เหลียวหลัง

ตนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องผิด และไม่ควรทำ แต่กลับพบว่าแฟนคลับแสดงความคิดเห็นมีการเชียร์ให้ไปเขียนต่อให้ครบแนะนำคนอื่นต่อด้วย วันนี้ลองมานั่งนึก ถ้าเราเป็นเจ้าของร้านที่อุตส่าห์เลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาแต่งร้าน หรือเป็นเด็กเสิร์ฟที่อาจจะต้องไปขัดถูกันหลังจากนั้น หรือเป็นเจ้าของร้านที่ต้องมาเจอขีดๆ เขียนๆ แผนที่ร้านอื่นบนโต๊ะเรา เจองี้คงไม่แฮปปี้นะคะ คนอื่นก็กิ๊วก๊าวตื่นเต้นและเชียร์กันดีจัง”

หลังจากที่กระทู้ได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพิธีกรคนดังกล่าวจำนวนมาก

ที่มา สมาชิกเว็บไซต์พันทิป หมายเลข 1160443

MThai News

ไล่ป้าใจบุญ! ‘หมาแมว’ ถูกทิ้ง-พิการ ราวร้อยชีวิตจะไปอยู่ไหน?

“ไล่ป้า แล้วหมา-แมว อีกนับร้อยตัวจะไปอยู่ไหน รู้ว่าบ้านนี้เราเช่าเขา แต่พวกเราอยู่กันมานับ10ปี เพิ่งผิดค่างวด ถึงกับส่งหนังสือไล่ใน 30 วัน เมตาตาเถอะได้ไหม ไม่เห็นใจป้า ก็สงสารสัตว์เหล่านี้ พวกเขาถูกทิ้ง เจ็บป่วยและพิการทั้งนั้น”

คุณสุภานัน วิภารัตนาพร (ป้าพรรณ) อายุ 56 ปี กล่าวกับ MThai News ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือสะท้อนถึงชะตากรรมที่กำลังประสบปัญหา เมื่อเจ้าของบ้านที่ตนเองเช่าอาศัยมา 10 ปี ได้ส่งหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า และให้ย้ายออกภายใน 30 วัน หากเพิกเฉย จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย สาเหตุเพราะค้างชำระค่าเช่าระยะหลังๆเป็นเงิน 220,000 บาท แม้จะเร่งหาเงินมาผัดผ่อนแล้ว 100,000 บาท คงเหลือยอดค้างชำระ 150,000 แล้วก็ตาม ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเจ้าของบ้านได้ ยังคงประกาศิตเดิม คือ ไล่ออกตามที่กำหนด!

บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ เลขที่เลขที่ 70/579 ซ.สามัคคี 58/16 ม.ประชานิเวศน์ 2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี นับแต่ปี 2550 ถูกเนรมิตเป็นที่พักพิงของบรรดา “หมา-แมว” ที่ถูกทอดทิ้ง เจ็บป่วย และพิการ ด้วยความเมตตาธรรมของ “ป้าพรรณ” ที่ได้ช่วยเหลือพวกเขาตามข้างทาง จากสองสามตัวก็เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นหลักร้อย  แม้สัตว์เหล่านี้อาจดู “ไร้ค่า” สำหรับใคร แต่กับผู้หญิงคนนี้พวกเขา “เลอค่า” กว่าใครๆ เมื่อใดไร้ที่นอนเธอหาบ้านให้ หิวโหยเธอหาข้าวน้ำ เจ็บป่วยเธอพาหาหมอ เพราะคำสอนของพ่อที่ปลูกฝังให้เป็นคนรักสัตว์ เมื่อเติบใหญ่จะจิตใจอารีและมีเมตตาต่อผู้อื่น

IMG_5080

“คำสอนพ่อก่อนเสีย ป้าจำเสมอ ให้เรารักสัตว์แล้วเราจะกรุณาต่อผู้อื่น แรกๆขึ้นมาอยู่กทม.เมื่อปี 40 ประกอบธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก ก็เลี้ยงหมาอยู่ตัวเดียว จากนั้นไปพบเจอหมา-แมวถูกทอดทิ้งในหลายๆที่ บางตัวป่วยหนักบางตัวพิการ เห็นแล้วสงสาร อดไม่ได้ เลยขนๆมาไว้ที่บ้านของป้าที่ซื้อไว้ใน ม.ภัทรนิเวศน์ ย่านสามัคคี แต่เมื่อจำนวนเพิ่มขึ้น บ้านหลังนี้เล็กเกินไปสำหรับพวกเขา เพราะเราต้องใช้พื้นที่ทำมาหากินด้วย จึงไปขอเช่าบ้านทาวเฮ้าส์3ชั้นอีกหลังตรงข้ามบ้านป้า และขอเช่าบ้านเดี่ยวหลังที่มีปัญหา และหาเงินจ้างคนงานมาช่วยดูเพื่อแบ่งเบาป้า เพราะป้าต้องออกไปติดต่องานอยู่บ่อยๆ ทั้งหมดนี้ที่ทำไปก็เพื่อพวกเขา อยากบรรเทาทุกข์ให้พวกเขา”

นับ 17 ปี ที่ป้าพรรณ ชุบชีวิตเหล่าหมา-แมวตกยาก ขณะนี้ยอดจำนวนสัตว์อยู่ที่ 184 ตัว แบ่งเป็นหมา 129 ตัว เจ็บป่วย 30 ตัว พิการ 10 ตัว ที่เหลือเป็นหมาจรจัด ขณะที่ยอดของแมว มีทั้งหมด 55 ตัว ป่วย 10 ตัว พิการ 35 ตัว ที่เหลือเป็นแมวจรจัดเช่นกัน

สัตว์เหล่านี้ ถูกจัดสรรปันส่วนตามความเหมาะสมในบ้าน 3 หลัง คือ บ้านป้าพรรณ และ บ้านเช่าทาวน์เฮาส์ที่อยู่ตรงข้าม (ส่วนใหญ่เป็นหมาแมวที่เจ็บป่วย-พิการ ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ) รวมประมาณ 100 ตัว ส่วนยอดที่เหลือส่วนใหญ่เป็นประเภทจรจัด จะอยู่บ้านเดี่ยวอีกหลัง(บ้านเช่าที่มีปัญหา) ซึ่งป้าพรรณจ้างคนงาน 2 คน ไว้คอยดูแล

4

เมื่อยามแรกเศรษฐกิจดี-ธุรกิจส่วนตัวรุ่งเรือง รายได้ส่วนหนึ่งของป้าพรรณนำมาจุนเจือค่าใช้จ่ายเหล่าหมาแมวกว่าร้อยชีวิตได้ไม่ยาก แต่เมื่อความซบเซาเข้าเผชิญในระยะหลัง ร่ายจ่ายกลับเป็นเรื่องที่น่าห่วง หากไม่นับรวมค่าใช้จ่ายของคนในบ้าน ค่าใช้จ่ายของสัตว์เหล่านี้ถือว่ามียอดสูงมาก

ทั้งค่าเช่าบ้าน 2 หลัง รวมน้ำไฟตกเดือนละ กว่า 2 หมื่นบาท ค่าอาหาร 3 เวลา ตกวันละ 3-4 พันบาท ค่ารักษาตลอดระยะเวลา 10 ปี เฉลี่ยวันละ 3-5 พันบาท และบางตัวก็ต้องจ่ายหลักหมื่นหากมีป่วยหนักหรือรักษาต่อเนื่อง รวมไปถึงค่าจ้างคนงานดูแลบ้าน 2 หลัง หลังละ 2 คน ตกคนละเกือบหมื่นบาท หนี้สินจึงถาโถม จนนำสู่ปัญหา “การถูกไล่!”

“เมื่อก่อนรายได้ดี ป้ามีเท่าไรทุ่มให้พวกเขาหมด เห็นเขากินอิ่มนอนหลับไม่เจ็บป่วย ป้าก็สุขใจแล้ว แต่ตอนนี้ป้าแย่ รายได้หายรายจ่ายเพิ่มหนี้สินมาก จนขาดส่งค่าเช่าบ้านหลังนั้น เจ้าของก็ไม่ยอม ก็พยายามไกล่เกลี่ยหาเงินบางส่วนมาใช้ให้ แต่ไม่สำเร็จ เขาไล่อยู่ดี แล้วยกเรื่องหมาแมวเป็นประเด็น บอกเลี้ยงไว้เยอะเกิน ทำบ้านเขาสกปรก ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านจนถูกร้องเรียน พร้อมระบุกฎหมายว่าบ้านพื้นที่ไม่เกิน 120 ตรว.เลี้ยงหมาได้ไม่เกิน 6 ตัว ถามว่าป้าเข้าใจไหม ก็เข้าใจนะ แต่ที่ผ่านมาป้าก็เช่าให้พวกเขาอยู่กันมา10ปี ไม่เห็นมีปัญหาอะไร สอบถามเพื่อนบ้านเขาก็หยวนๆเพราะเห็นใจสัตว์ แต่พอมาผิดนัดชำระช่วงหลังๆ ก็ถูกส่งหนังสือไล่ และไม่ยอมความเลยหากป้ายังขัดขืน”

IMG_5043

ด้วยภาระที่หนักหนาของป้าพรรณ ผู้เป็นลูกสาว คุณกัญญาภัทร วิภารัตนาพร (อายุ 27ปี) จึงหาทางช่วยแม่โดยการใช้โซเชียลให้เกิดประโยชน์ในการเปิดเพจเฟซบุ๊ก “บ้านกัญญาภัทร-เพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหาเงินบริจาคของผู้ใจบุญ สำหรับเป็นค่าอาหารและค่ารักษาให้กับสัตว์เหล่านี้

ซึ่งป้าพรรณยอมรับว่า หลังจากเปิดเพจได้ไม่นาน ก็มีบางส่วนเข้ามาร่วมบริจาค ขณะที่บางรายเดินทางมามอบสิ่งของถึงที่บ้าน แม้จำนวนเงินหรือสิ่งของบริจาคอาจไม่มากมายนัก แต่ก็ช่วยต่อลมหายใจให้สัตว์เหล่านี้ได้สักระยะ พร้อมยืนกรานหนักแน่น เงินบริจาคทุกบาทเพื่อหมาแมวทั้งสิ้น ส่วนเรื่องหนี้สินส่วนตัวและค่าเช่าบ้านป้าขอรับผิดชอบหาหนทางด้วยตนเอง

“ป้าขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยบริจาค พวกเขาใจดีมาก หากไม่ได้พวกเขา ป้าก็ยิ่งไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ตัวเราลำบากไม่เป็นไร แต่อดไม่ได้ที่เห็นพวกเขาต้องอดมื้อกินมื้อ เจ็บป่วยก็ไร้ค่ารักษา ถือว่าป้ายังโชคดีที่ได้รับโอกาสจากคนดีๆในสังคม”

เมื่อฟังป้าเรียกชื่อพวกเขาบางตัว ก็ถึงกับตกใจ เพราะอะไรถึงมีชื่อเช่นนี้ ?

อย่างเช่น “ปะทัด” กับ “ปรอท” 2 พี่น้องหมาไทย ชื่อนี้ได้มาจากเหตุการณ์ร้ายๆ หลังกลุ่มคนคึกคะนองโยนปะทัดยักษ์ให้เขา เขาก็นึกว่าอาหารจึงวิ่งไปคาบมาให้น้องปรอท ไม่ทันไรปะทัดก็ได้ระเบิดปากเขาจนเหวอะหวะเลือดพุ่งท่วมใบหน้า ขณะที่น้องปรอทก็ถูกสะเก็ดระเบิดจนขาเกือบขา อย่างไร สองพี่น้องนี้ได้รับการรักษาเรียบร้อย แต่ร่องรอยความเจ็บปวดยังฝังติดร่างกายพวกเขาไปเสมอ

2

เจ้าปะทัด-ปรอท วัยเด็กเมื่อครั้งถูกปะทัดยักษ์ระเบิด

อีกตัวคือ จุ้นจ้าน หมาไทยที่ชอบไปจุ้นจ้านกับเหล่าคนอยู่เสมอ จนคนเกิดความรำคาญ จึงขับรถพุ่งชนเขา อาการสาหัสรักษาตัวนาน หมดค่ารักษาหลายหมื่น พ้นขีดอันตราย เขากลับเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ขาหลังพิการสองข้าง เดินเหินได้ต้องอาศัยรถวีลแชร์

ส่วนอาการป่วยของตัวอื่นๆ หลายตัวยังตกอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง แม้จะได้รับการรักษาอาการต่อเนื่องก็ตาม อย่างเช่น เจ้าสุราษฎร์ หมาพันธุ์ชิ๊วาว้า แม้หน้าตาน่ารักก็ยังถูกทอดทิ้ง เพราะ ป่วยพยาธิเรื้อรัง รักษาเท่าใดก็ไร้ทางหาย ให้ยามากก็เกิดอาการช็อกหวิดตายหลายครั้ง

หรือจะเป็น เจ้าเปอร์เซีย แมวไทยถูกรถทับ สองขาหลังพิการ ปัสสาวะเลี่ย ป่วยโรคตับ มดลูกโต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อยู่ระหว่างรักษาต่อเนื่อง ส่วน เจ้ามืดมิด แมวจรจัด พิการตาบอดแต่กำเนิด ที่ป้าพรรณบอกว่าสงสารจับใจ เพราะนอกจากเขาไม่ได้เห็นความสวยงามของโลกใบนี้แล้ว ยังมีอาการหวาดกลัวอยู่ตลอด หากวันใดป้าพรรณไม่มาหา จะร้องเรียกโหยหาอยู่เสมอ

ตัวสุดท้าย “จี้จี้” หมาไทยเพศเมียถูกทอดทิ้ง เขาป่วยเป็นมะเร็งใต้ต่อมผิวหนัง ไร้หาทางรักษา ทำได้เพียงนอนรอความตาย และไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้จากไปอย่างสงบหลังต่อสู้กับโรคร้ายมาหลายสิบปี

และนี่คือเสียงสะท้อนจากป้าพรรณ ที่ต้องการฝากกับสังคมว่า?

2

“คนเราถ้าคิดจะเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะหมาหรือแมว ควรมีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อสัตว์ และสังคม ความรักอย่างเดียวไม่ได้ทำให้โลกเราน่าอยู่ เพราะที่ป้าเผชิญอยู่คือใจอ่อนให้กับพวกไร้ความรับผิดชอบ นึกรักนึกสนุกอยากเลี้ยงก็เลี้ยง นึกไม่อยากเลี้ยงหรือเขาไม่น่ารักแล้วเท่าวัยเด็กหรือเขาเจ็บป่วย ก็ทอดทิ้งเขา หรือทำร้ายเขา เกือบทุกตัวในที่นี้ไม่ใช่ของป้าเลย แต่เป็นของคนใจร้ายทั้งนั้น พวกเขาก็มีความรักมีความซื่อสัตย์มากแค่เขาสื่อสารกับเราไม่ได้ แต่เขาก็มีความรักและผูกพันกับเรา เขาไม่เคยคิดทิ้งเรา แล้วทำไมพวกคุณถึงต้องทิ้งพวกเขา!”

สุดท้ายนี้ ป้าพรรณทำได้เพียงฝากคำอ้อนวอน เผื่อเสียงร้องนี้อาจไปถึงเจ้าของบ้านเช่าที่มีปัญหา ให้เห็นใจชะลอเรื่องไว้ก่อน หรือ อย่าเพิ่งดำเนินการฟ้องร้อง เพราะหากไล่ออกตอนนี้ ป้าพรรณก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไปให้กับสัตว์ผู้น่าสงสารกว่าร้อยชีวิต เพราะยังติดปัญหาเรื่องหนี้สิน ไม่มีเงินจะไปเช่าบ้านที่อื่น หรือ จะนำอีกร้อยชีวิตมาอยู่เบียดเสียดกันในบ้านอีก 2 หลัง ก็จะไม่ได้ และหากไปติดต่อขอเช่าบ้านไหน ก็คงไม่มีใครอยากสัตว์อยู่ ซึ่งขณะนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งหาทางขายที่ดินแถวภาคใต้ นำเงินมาปลดหนี้ จ่ายค่าบ้านเช่า และประทังค่าใช้จ่ายให้หมาแมว

แต่….ที่ผ่านมาพยายามขายที่ดินมาเท่าไร ก็ไม่สำเร็จผล ซึ่งมันคือความหวังเดียวของป้าพรรณในตอนนี้

ไม่ว่าปัญหาถาโถมสักเท่าใด ผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ยังยืนหยัดหาหนทางสู้ เพื่อ “หมาแมว” ผู้น่าสงสารเหล่านี้ให้ได้ แม้ “เพจบริจาค” คือ ที่พึ่งพาสุดท้าย ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถรองรับ “สารพัดค่าใช้จ่าย” พวกเขาได้เต็มที่ ยังขาดเงินช่วยเหลืออีกหลายส่วน

เพื่อรักษาชีวิตสัตว์ตามจำนวนที่มีอยู่ให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้ก่อน ป้าพรรณจึงขอปิดรับการช่วยเหลือสัตว์ถูกทอดทิ้งนับจากนี้ เพื่อยุติการสร้างปัญหาเพิ่ม พร้อมฝากเตือนไปยังคนที่ยังคิดจะนำหมาแมวมาทิ้ง ณ สถานที่นี้ ให้หยุดการกระทำดังกล่าว นอกจากต้องมีสามัญสำนึกรับผิดชอบแล้ว ควรเห็นใจสงสารผู้อื่นด้วย เพราะขณะนี้ “บ้านกัญญาภัทร-เพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง” ก็ไม่รู้จะกอดคอรอดไปได้อีกสักเท่าใด

อย่างไร  MThai News ขอเป็นกำลังใจกับคุณสุภานัน วิภารัตนาพร (ป้าพรรณ) และ บ้านกัญญาภัทร-เพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง หากผู้ใจบุญใดต้องการให้ความช่วยเหลือ  สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีชื่อกัญญาภัทร วิภารัตนาพร เลขบัญชี 7982091718 ธ.กสิกรไทย หรือ ติดต่อผ่าน เพจเฟซบุ๊ก “บ้านกัญญาภัทร-เพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง” หรือ  โทรสอบถามได้ที่ 087- 0012980 (ป้าพรรณ)

ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

S__15802476-0

เอกสายกเลิกสัญญาเช่าบ้านและให้ขนย้ายสัตว์ออกไป

12688309_1686311178295899_2573024024744580456_n0

บ้านเช่าที่มีปัญหากับหมาร้อยชีวิต

3

บ้านเช่าที่มีปัญหากับหมาร้อยชีวิต

IMG_5084

เจ้าจุ้นจ้าน

IMG_5107

เจ้าสุราษฎร์

IMG_5094

IMG_5070

เจ้าคู่จิ้น

IMG_5040

บ้านเช่าหลังที่2 เพื่อแมวกว่า50ชีวิต

IMG_5054

เจ้ามืดมิด

IMG_5066

เจ้าเสือ