อ.เจษฎาเตือน! อย่าคิดจับปลิง ดูดสิวกันเองเด็ดขาด

อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ โพสต์เตือนอย่าคิดจับปลิง ดูดสิวกันเองเด็ดขาด

วันนี้ (28 มี.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังมีผู้นำภาพและข้อความโพสต์ลงบนโซเชียลระบุว่า พบวิธีการกำจัดสิวแบบใหม่ โดยการใช้ปลิงดูดเอาหัวสิวออก ทำให้ชาวเน็ตบางท่านเกิดความสงสัยว่า วิธีการดังกล่าวที่ถูกแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้สามารถทำได้จริงหรือไม่

942514_765281290269174_6009799671701770_n

ล่าสุด ผศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า…

หลายคนแชร์รูปนี้มา พร้อมคำบรรยายน่าอึ้งว่า วิธีการกำจัดสิวโดยให้ปลิงมาดูดหัวสิวออกไปอย่างถอนรากถอนโคนพร้อมคำถามว่าจะทำดีไหม ทำยังไง ไปจับปลิงแถวบ้านมาดูดเล่นดีไหม

อย่าเชียวนะครับ การใช้ปลิงรักษาทางการแพทย์นั้น เริ่มเป็นที่ยอมรับให้ทำได้ แต่ก็มีข้อจำกัดถึงสายพันธุ์ของปลิงที่ใช้ และความสะอาดของมัน ว่าผ่านการเพาะเลี้ยงมาอย่างดี ไม่ใช่ไปเอาปลิงควายตามบึงแถวบ้านมาเกาะหน้าเล่น

เทคนิคที่เห็นในภาพนี้ จริง ๆ ไม่ใช่การดูดหัวสิวออกจากหน้า แต่เป็นการดูดเลือดออกไป ปลิงไม่ได้กินไขมันเป็นอาหาร แต่กินเลือดเป็นอาหาร เขาอ้างว่ามันจะไปดูดเลือดเสีย เลือดไม่ดี ออกจากหน้า เพื่อให้ร่างกายส่งเลือดใหม่ ๆ ดี ๆ มา ทำให้ผิวพรรณผ่องใส ไร้สิว

(ดูคลิปประกอบ)

ซึ่งการรักษาสิวด้วยปลิงจะได้ผลจริงหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้และไม่ทำตามแน่ ๆ (สิวไม่หาย จะได้แผลรอยฟันปลิงกันมาแทน)

แต่สิว มีสาเหตุจากหลายอย่าง โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดของหน้า อาหารที่ทาน และพันธุกรรม ดังนั้น ใครเป็นสิวมาก ๆ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า

ปล. เคยมีเพื่อนที่ไปลองวิธีรักษาแปลก ๆ ตามร้านเสริมความงาม แบบเอาลูกกลิ้งฝังเข็มมากลิ้งกระตุ้นผิวหน้า กลายเป็นยิ่งหนักเลย หลายเดือนกว่าผิวจะกลับมาดีใหม่

MThai News

จวกยับ ‘ส.ส.อินเดีย’ เตะคนแก่ ถูกอัดคลิปแฉประจานผ่านโซเชียล

ส.ส.อินเดีย ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายชายชรา ที่นั่งอยู่บนพื้น กลางงานพิธีทางศาสนา ถูกอัดคลิปแฉประจานผ่านโซเชียล

473071-vitthal-radadiya

วันนี้ (28 มี.ค.)สื่อในประเทศอินเดีย เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะที่ นายวิตธัล ราดาดิยา ส.ส.อินเดีย พรรคภารติยะ ชนะตะ ในรัฐคุชราต ในขณะเตะชายสูงอายุคนหนึ่งถึงสองครั้ง พร้อมทั้งไล่ให้ออกไปจากบริเวณดังกล่าว ที่กำลังหลั่งไหลอยู่ในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นการจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมความไม่เหมาะสมดังกล่าว

ทั้งนี้ ภาพจากคลิปวิดีโอ ดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีทางศาสนา ซึ่งมีผู้มาร่วมพิธีจำนวนมาก แต่ไม่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และที่ไหน

อย่างไรก็ตาม นายราดาดิยา เคยแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนถูกวิจารณ์ในเชิงลบไปทั่วประเทศ เนื่องจากเขาได้ควงปืนในมือ ใส่พนักงานเก็บค่าผ่านทาง เมื่อ ต.ค. 2555

ที่มา zeenews.india

วัฒนารายงานตัวปรับทัศนคติ จ้อสื่อด้วยสีหน้ากังวล!

“วัฒนา เมืองสุข” เดินทางรายงานตัว มทบ.11 หลังคสช.เชิญปรับทัศนคติ พร้อมให้จ้อสื่อฯด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขณะ “ภูมิธรรม-กิตติรัตน์” มาให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 11.30 น. นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เดินทางเข้ารายงานตัว ที่ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ที่ถูก คสช. คลุมตัวไปก่อนหน้านี้

44-0
โดยก่อนเดินทางเข้าไปภายใน มทบ.11 นายวัฒนา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเป็นกังวล โดยระบุว่าวันนี้นั้นมาตามที่นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ ภายหลังจากมีทหารเข้าไปควบคุมตัวที่บ้านพักเมื่อวานนี้ ซึ่งยังไม่ทราบถึงขั้นตอนภายหลังจากนี้แม้ว่าจะมีความกังวล แต่ก็ไม่มีทางเลือก

ซึ่งภายหลังพูดคุยกับสื่อมวลชน นายวัฒนา ได้เดินทางเข้าไปภายใน มทบ.11 พร้อมกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) และ นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และทนายความส่วนตัวของ นายวัฒนา โดยทั้ง 3 เจรจากับทหาร เพื่อขอเข้าไปพร้อมกับ นายวัฒนา แต่ถูกปฏิเสธ นายวัฒนา จึงต้องเดินทางเข้าไปเพียงคนเดียว

ที่มา INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com


วัฒนาโพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่ายปรับทัศนคติ!?

“วัฒนา เมืองสุข” โพสต์ข้อความสุดท้าย ก่อนเข้าค่ายปรับทัศนคติ หลังทหารนำกำลังบุกล้อมบ้านวานนี้! 

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้พยายามโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาล้อมบ้าน พร้อมมีการข่มขู่ยกมาตรา 44 เพื่อเข้าควบคุมตัวตนไปเข้าค่ายทหาร และหากไม่ปฏิบัติตามจะใช้วิธีการเชิญตัวทุกคนในครอบครัวไปทั้งบ้านนั้น ขณะที่นายวัฒนาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารทางโทรศัพท์ เนื่องจากตนติดธุระอยู่นอกบ้าน โดยย้ำว่า จะเดินทางเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ที่ มทบ. 11 ในวันที่ 28 มี.ค.59 ในเวลา 11.00 น.

43-6-0

เวลาต่อมา นายวัฒนา ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งก่อนเดินทางไปรายงานตัวตามคำเชิญของเจ้าหน้าที่ทหารในช่วงเช้าวันนี้ โดยข้อความระบุว่า

“โพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่าย”

วานนี้ (27 มีนาคม) เวลาประมาณ 17.30 น. ทหารยกกำลังมาบ้านผมรวม 4 คันรถเพื่อนำตัวผมไปควบคุมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. สอบถามได้ความว่ามาจากบทความที่ผมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค แสดงความเห็นกรณีคุณวรชัย เหมะ ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ บังเอิญผมไม่ได้อยู่บ้านประกอบกับผมต้องไปรายงานตัวต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันนี้เวลา 8.30 น.

ผมจึงต่อรองขอไปพบเจ้าหน้าที่ที่ มทบ. 11 เวลา 11.00 น. แต่ทหารก็ยังคงล้อมบ้านผม ตรวจสอบการเข้าออกและลาดตระเวนในหมู่บ้านทั้งคืน ทำให้ผมเข้าบ้านไม่ได้ต้องไปนอนบ้านเพื่อน ผู้คนในหมู่บ้านเดือดร้อนและผมต้องไปศาลในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ผมใส่ในวันอาทิตย์

ถ้าใครอ่านบทความเรื่อง “ความผิดฐานใหม่” จะเห็นว่าผมแสดงความคิดเห็นโดยอิงข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ผมเรียกร้องให้ประชาชนออกมามากๆ เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ผมมีสิทธิโดยชอบที่จะไม่เห็นด้วยและย่อมมีสิทธิที่จะรณรงค์ให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่ คสช. มีสิทธิที่จะรณรงค์ให้คนเห็นด้วยซึ่งผมให้ความเคารพ ผมไม่เคยเรียกร้องให้ประชาชนออกมาก่อความวุ่นวาย สิ่งที่ผมรณรงค์คือการขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิของตนตามกฎหมาย ผมทำอะไรผิดช่วยบอกที

ข้อกล่าวหาที่ท่านอ้างในการยกกำลังมาควบคุมตัวผม คือข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อันเป็นข้อหาเดียวกับที่พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป ถูกกล่าวหาเนื่องจากการโพสต์ข้อความกรณีการแต่งตั้งตำรวจ แต่ในคดีของพลเรือเอกพะจุณณ์ พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินคดีและออกหมายเรียกตามขั้นตอน

ส่วนของผมท่านใช้วิธียกกำลังมาอุ้ม แบบนี้คือการเลือกปฏิบัติซึ่งทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศในภาพรวม เชื่อเถิดว่าผมไม่ได้เกรงกลัวกับสิ่งที่ท่านทำกับผม เพียงแต่ผมต้องการให้ท่านใช้อำนาจให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย เนื่องจากเราเป็นสังคมนิติรัฐจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย อันจะทำให้ประเทศไทยดูดีในสายตาประชาคมโลก

ผมจะยังคงวิพากษ์วิจารณ์ท่านต่อไปเพราะท่านเป็นนักการเมือง ผมหวังให้ท่านทำดีสามารถแก้ไขปัญหาให้กับชาติบ้านเมือง เพราะหากทุกอย่างดีขึ้นผมก็ย่อมได้รับประโยชน์ด้วย ผมเห็นว่าใครก็ตามที่ใช้อำนาจรัฐและกินเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนย่อมจะถูกวิจารณ์ได้เสมอ การแสดงความเห็นของผมจึงทำไปตามสิทธิบนความหวังดีต่อประเทศชาติ

ผมอาจทำผิดได้และไม่มีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย แต่ท่านต้องใช้วิธีตามกฎหมายกับผมและกับทุกคนในประเทศนี้ เพราะการใช้กองกำลังมาอุ้มผมแบบนั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายในสายตาประชาคมโลกครับ

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com