คนลาวแห่ให้กำลังใจ ‘แม่ประนอม’ เผยชอบกินน้ำแจ่วป้านอมแซ่บหลาย!

คนลาวแห่ให้กำลังใจ ‘แม่ประนอม’ เผยชอบกินน้ำแจ่วป้านอมแซ่บหลาย พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ลูกสาวคนโต

จากกรณีที่ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “น้ำพริกเผาแม่ประนอม” ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกลูกสาวคนโต รวมหัวกับลูกเขย ฮุบที่ดิน-กิจการ แถมไล่แม่ออกจากบ้าน ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นกระแสฮือฮา รวมถึงทำให้ลูกสาวคนโตถูกวิพากษวิจารณ์อย่างหนัก

ล่าสุด เพจดังชื่อว่า ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ได้แชร์ข่าวดังกล่าวจากสื่อไทย เนื่องจากคนลาวจำนวนมากชื่นชอบในรสชาติของน้ำพริกแม่ประนอม โดยระบุว่า เป็นเรื่องเศร้าที่ควรใช้เป็นอุทาหรณ์ ซึ่งมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ลูกสาวคนโตของแม่ประนอม รวมถึงเข้ามาให้กำลังใจแม่ประนอมอีกด้วย

อิตน (สงสาร) ผู้เป็นแม่ที่ก่อตั้งมาโดน (นาน) จนรอด (ถึง) รุ่นลูก อยากเอากิจการไปเป็นของเพิ่นคนเดียว ให้เอาไปโลด บาปกรรมมีจริง

นอกจากนี้ ยังรณรงค์ไม่ให้ซื้อสินค้าน้ำพริกแม่ประนอม จนกว่าธรุกิจดังกล่าวจะกลับคืนมาเป็นของแม่ประนอม

บ่ต้องซื้อแจ่วกิน จนกว่าแม่ปานอมจะได้ธุรกิจคืนมาคือเก่า

น้ำแจ่วป้านอมนี้ อยู่ในลาวกะนิยมเอามาปรุงแต่งอาหาร ฉะนั้น ปัจจุบันเจ้าของลิขสิทธิ์ประสบปัญหา ทางลาวเราก็ขอเป็นกำลังใจให้เพิ่นผ่านพาอุปสรรคไปด้วยดี

บางส่วนยังแสดงความเห็นในเชิงหลักธรรมทางพุทธศาสนา เรื่องกฏแห่งกรรม และความกตัญญู และโพสต์ภาพคติธรรม เป็นต้น เช่น เรื่อง “10 เมา” ซึ่งมีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า “เมาเงินทอง ลืมพ่อแม่”

ขณะเดียวกันบางส่วน ก็ระบุว่า เป็นเรื่องภายใน ไม่มีใครรู้ดีกว่าคนในครอบครัว อย่าเพิ่งตัดสิน หรือตำหนิลูกสาวมากเกินไป เพราะเรื่องราวอาจไม่ได้มีแค่ที่เห็นเท่านั้น ต้องติดตามข่าวต่อไป

MThai News

ถกด่วน! “เดินหน้าประเทศไทย” แก้เรตติ้งตก-ปชช.ปิดทีวีหนี!

คสช.เซ็ง! รายการ ”เดินหน้าประเทศไทย” เรตติ้งตก เล็งปรับโฉมใหม่แก้ปัญหาปชช.ปิดทีวีหนี 

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานจากแหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เผยว่า จำนวนผู้ชมของรายการเดินหน้าประเทศไทยมีจำนวนน้อยมาก จึงส่งผลกระทบต่อการรับรู้และเข้าใจการทำงานของรัฐบาลและ คสช.

43-9

คสช.จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการโทรทัศน์ของ คสช. อาทิ ตัวแทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เข้าร่วมหารือถึงการปรับปรุงเนื้อหารายการ

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังระบุว่า ช่วงเวลาดังกล่าวที่รายการออกอากาศ เป็นช่วงประหยัดไฟ 30 นาทีของประชาชน เพราะส่วนใหญ่พากันปิดทีวีเพื่อหนีรายการฯ และรอเปิดทีวีหลังจากรายการของคสช.จบ

ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่าจะปรับรูปแบบรายการให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยจะทำเป็นรายงานพิเศษหรือสเปเชียลรีพอร์ท ที่มากกว่าการนั่งสัมภาษณ์รัฐมนตรีเท่านั้น แต่จะต้องลงพื้นที่คุยกับเจ้าหน้าที่ ระดับปฏิบัติ รวมถึงต้องลดความถี่ของระดับนโยบายลง แล้วมุ่งนำเสนอใน 3 ประเด็น 1. นโยบาย 2. การปฏิบัติตามนโยบาย 3. ผลของการปฏิบัติ ที่จะต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ

โดยจะมีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กเพื่อวิเคราะห์และกำหนดประเด็นในอีก 7 วันข้างหน้า เพื่อมอบหมายให้สถานีโทรทัศน์ที่เข้าร่วมผลิตได้ทำประเด็นตามที่คณะทำงานชุดเล็กกำหนด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

จำคุก 2 ปี 6 เดือน หมอชัยวัน นำของหลวงใช้งานแต่งลูก

“ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท หมอชัยวัน อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล นำรถยนต์ และอุปกรณ์ไปใช้งานแต่งลูกสาว ปี 54 โดยมิชอบ”

ศาลอาญารัชดา นัดพิพากษาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,151

688208-01

จากกรณี เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2554 จำเลยได้ใช้ทรัพยากร อาทิ รถยนต์ เก้าอี้ อุปกรณ์เครื่องเสียง และบุคลากรของคณะฯ ในการจัดงานแต่งงานบุตรสาวของตัวเองที่บ้านพัก ซึ่งถือว่าเป็นการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ซึ่งเบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้การรับสารภาพ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยถือว่าทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ พิพากษาจำคุก 5 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกเหลือ 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท แต่จำเลยสำนึกผิด ได้ชดใช้ค่าเสียหายทันที ประกอบกับเป็นแพทย์ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และไม่เคยต้องโทษมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2

ที่มา INN