สั่งห้าม จยย. ขึ้นสะพานข้ามแยก-อุโมงค์ 45 จุดทั่วกรุง

รอง ผบช.น. เผยสั่งห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานข้ามแยก-อุโมงค์ลอด 45 จุด ทั่วกรุงเทพฯ เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนโดนโทษปรับ ด้านชาวเน็ตบางส่วนไม่พอใจตั้งเคมเปญในเว็บดังหวังรณรงค์ให้ยกเลิก 

วันนี้ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น. ) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีปัญหารถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนขับขี่ขึ้นไปบนสะพานข้ามทางแยกและอุโมงค์ลอดทางแยกทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบและส่งผลต่อปัญหาการจราจร เนื่องจากบนสะพานหรืออุโมงค์ไม่ได้จัดช่องทางจราจรไว้สำหรับรถที่มีความเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

E8E0B5B3-E5C5-42E3-BFAF-3A79C72B6B15

ฉะนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จึงได้มีการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร (ชั่วคราว) ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็นเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก และในอุโมงค์ลอดทางแยก พ.ศ.2559 โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก

สำหรับสะพานข้ามแยกที่ห้ามเดินรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น 39 สะพาน อาทิ สะพานข้ามแยกคลองตัน สะพานข้ามแยกอโศกเพชร สะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง สะพานข้ามแยกตึกชัย สะพานข้ามแยกประตูน้ำ สะพานข้ามแยกยมราช สะพานข้ามแยกไทยเบลเยียม สะพานข้ามแยกบางพลัด สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง สะพานข้ามแยกราชเทวี เป็นต้น

ส่วน อุโมงค์ลอดแยก ที่ห้ามเดินรถ มีทั้งหมด 6 อุโมงค์ ได้แก่ อุโมงค์วงเวียนบางเขน อุโมงค์พัฒนาการรามคำแหง 24 อุโมงค์ศรีอุดม อุโมงค์บรมราชชนนี อุโมงค์บางพลัด และอุโมงค์ท่าพระ

ทั้งนี้ บช.น.จำเป็นจะต้องมีการออกข้อบังคับเพื่อให้แนวทางการปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อบังคับดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้นับตั้งแต่วันนี้ 30 มี.ค.เป็นต้นไป พร้อมได้กำชับ ให้ ผบก.จร. และ รอง ผบก.น.1 – 9 ที่ดูแลงานจราจร กำชับการปฏิบบัติหน้าที่ กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ให้กวดขันจับกุม ผู้กระทำผิด อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีอัตราโทษปรับ ตั้งแต่ 500 – 1,000 บาท ในข้อหา ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทางต่อไป

ทั้งนี้เมื่อประกาศดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจกับมาตรการ จึงได้ตั้งแคมเปญรณรงค์ไม่เอามาตรการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ change.org เว็บรณรงค์สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมด้วยพลังแห่งมวลชน โดยระบุว่า ขอเชิญผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ทุกท่าน ร่วมลงรายชื่อ ในการแก้ไขกฎหมายจราจรที่ไม่เหมาะสมในปัจจุบัน โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

1. รถจักรยานยนต์สามารถวิ่งช่องทางขวาได้ เมื่อจำเป็น (โดยใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับการจราจร ไม่มีลักษณะขี่ช้ากีดขวางการจราจร)
2. รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพาน และอุโมงค์ได้
3. รถจักรยานยนต์สามารถใช้ทางหลักได้ (ถ.วิภาวดี,บางนา-ตราด,บรมราชชนนี,ฯลฯ)

อ้างถึง http://pantip.com/topic/34975377

ตอนนี้มีคำสั่งกวดขันวินัยจราจรออกมาใหม่ เกี่ยวกับเรื่องการขึ้นสะพาน และลงอุโมงค์ ของพลเมืองชั้น 2 คือ รถจักรยานยนต์ ซึ่งได้มีการจับกุมและเปรียบเทียบปรับไปแล้วหลายราย

ซึ่งมีข่าวแจ้งมาอีกว่า บางสะพานที่เคยขึ้นได้ บางอุโมงค์ที่เคยลงได้ ตอนนี้ห้ามหมดแล้ว เช่น อุโมงค์พัฒนาการ25 และอุโมงค์เกษตร สะพานข้ามวงเวียนหลักสี่ จากที่มอเตอร์ไซค์เคยใช้งานได้ เพราะข้างบนวิ่งตรงไปไม่ได้ติดแบริเออร์สร้างรถไฟฟ้า ถ้าจะตรงไปก็ให้เลี้ยวซ้ายไปยูเทิร์นกลับมา ต่างจากรถยนต์ที่วิ่งลงอุโมงค์ตรงไปได้เลย
ไม่เห็นจะแก้ปัญหาการจราจรตรงไหนเลย ในทางกลับกันยิ่งจะทำให้รถติดมากกว่าเดิม

เพราะรถสะสมในทางตรงอยู่แล้ว พอมีมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตรงไปไม่ได้ ก็เลี้ยวซ้ายเพื่อไปยูเทิร์นกลับรถ ทำให้รถชะลอตัว เกิดการติดสะสมมากกว่าเดิม ถ้าถนน สะพาน อุโมงค์ มันอันตราย ไม่เหมาะสมกับการขี่มอเตอร์ไซค์ กรุณาปรับปรุงเส้นทางให้เหมาะสมกับการขี่มอเตอร์ไซค์แบบปลอดภัยให้ด้วยครับ

และจากการที่สังเกตดูการตั้งด่านจับกุมจะเน้นที่ไปที่รถจักรยานยนต์มากกว่า 80% เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเรียกง่าย จับง่าย ไม่กีดขวางการจราจร ลองเรียกรถยนต์บ้างสิ มันก็มีรถยนต์กระทำความผิดบ้างและ (ภาษีหมด ใบขับขี่ไม่มี ฯลฯ)

แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่เรียกหรอก เดี๋ยวทำรถติด และถ้าเป็นแบบนี้คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ที่หวังจะหนีปัญหาจากรถติด คิดว่าตีกรอบไว้เยอะเหลือเกิน กลับไปขับรถยนต์ดีกว่า คิดแบบนี้สัก 10,000 คน รถยนต์บนท้องถนนก็จะเพิ่มขึ้นมา และนี่คือการแก้ปัญหาการจราจรที่แท้จริงหรือ?

อย่าปล่อยให้คนขี่มอเตอร์ไซค์ต้องมาเป็นประชากรชั้น2 ของประเทศไทยเลยนะครับ ขอร้องล่ะ ขอชื่อของท่านเพียงคนละ 1 รายชื่อ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนรักในการขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยนะครับ

สำหรับผู้สนใจไม่เอามาตรการดังกล่าวสามารถเข้าร่วมลงชื่อได้ที่ www.change.org  #พล.ต.ตอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ขอให้จักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ได้

ข้อมูลจาก  TNEWS

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เตือนชายไทย คอมเมนท์เกินขอบเขต ‘น้องโม’ พี่เลี้ยงเด็กชาวไทยใหญ่

พ่อบ้านใจกล้า คอนเมนท์ถล่มภาพพี่เลี้ยงสวยชาวไทใหญ่ ลั่นอยากให้มาช่วยเลี้ยงลูกที่บ้าน จนมีผู้เข้ามาตักเตือนถึงการแสดงความคิดเห็นที่เกินขอบเขต และไม่ให้เกียรติ์บุคคลในภาพ

cats

ผ่านไปเพียงไม่ถึง 1 วัน หลังจากที่เพจ ‘จัดหาแม่บ้านพี่เลี้ยงเด็ก ไทย พม่า ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ จีน’ เผยแพร่ภาพของพี่เลี้ยงชาวไทยใหญ่คนหนึ่ง พร้อมบรรยายรายละเอียดว่า เธอเป็นพนักงาน ชาวไทใหญ่ ชื่อ โม วัย 20 ปี เข้ามาอยู่เมืองไทย 3 ปี สถานะ ‘โสด’ สื่อสารภาษาไทยได้ มีเอกสารถูกต้องคะ โดยต้องการเงินเดือน 14,000 หยุด 4 วัน โอที 500 บาท’

ชาวออนไลน์บางส่วนให้ความเห็นว่า เงินเดือนของเธอค่อนข้างสูง แต่ไม่สูงเกินไปสำหรับพ่อบ้านใจกล้า ที่เข้ามากระหน่ำคอมเมนท์ ว่าอยากได้เธอมาช่วยเลี้ยงลูกที่บ้าน ทั้งชายบางคน แม้จะไม่มีลูก ก็ยังยื่นข้อเสนอเชิงขบขัน ว่าอยากให้เธอมาช่วยดูแลหัวใจของพวกเขาแทน ซึ่งมีมนุษย์พ่อบางส่วน ที่ถูกตักเตือนว่าให้ระมัดระวังศรีภรรยาเข้ามาเห็นข้อความเหล่านี้ แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ บางก็แนะนำว่าเธอสามารถเข้าวงการเป็นพริ๊ตตี้ได้ เพราะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยดูดี

11

อย่างไรก็ตาม มีผู้แชร์ภาพของพี่เลี้ยงสวยชาวไทยใหญ่คนนี้ ออกไปแล้วราว 4 พันครั้ง และกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์อย่างมากในเช้าวันนี้

ทั้งนี้ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็น ต่อโพสต์ดังกล่าว ที่มีชายไทย เข้าไปถล่มคอมเมนท์ใต้ภาพดังกล่าวเป็นจำนวนมาก บางรายมีการใช้ถ้อยคำที่เกินขอบเขต บ้างก็ดึงเรื่องทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม จนกระทั่งมีผู้ใช้ชื่อ Uthai Khonmun เข้ามาแสดงความเห็นว่า

‘อยากให้มองเรื่องงานนะครับ. เขามาหางาน. จากต่างเเดนอย่างสุจริตแต่ทำไม. บางคนเห็นเป็นเครื่องมือทางเพศจะเลี้ยงนู่นเลี้ยงนี่ ดูแลถึงห้องนอน ถ้าเป็นน้องสาวเรา ลูกเรา แม่เรา น้าเรา ที่อยากหารายได้เพิ่มแล้วโดนเม้น แบบนี้ ก็น่าคิดนะครับ  เจ้าของเพจคงเซ็งน่าสงสาร’

ที่มา maidnanny

MThai News

คุณคือวีรบุรษ อาลัย ส.ต.ต.ราชกฤษ์ อาแว เสียชีวิตจากเหตุลอบบึ้มใต้

ร่วมไว้อาลัย ! เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล้าหาญ เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายลอบยิงด้วย M79

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา คนร้ายลอบยิง M79 ใส่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จะแนะ ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บอีก 6 นาย หลังได้นำกำลังปฏิบัติภารกิจติดตามไล่ล่าจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุบุก ร.พ.เจาะไอร้อง

5

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย และเมื่อเสร็จภารกิจได้เดินทางกลับ สภ.จะแนะ ถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบข้างทางใช้อาวุธปืน M79 ยิงใส่รถของเจ้าหน้าที่จนเสียหายก่อนที่รถจะเสียหลักไปชนต้นไม้ข้างทาง จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกมากจากป่าข้างทางแล้วใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิด ยิงถล่มใส่รถของเจ้าหน้าที่จนพรุนไปทั้งคัน

ซึ่งล่าสุดโลกออนไลน์ได้ร่วมกันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต โดยมีการแชร์ภาพของ 1 ในตำรวจผู้กล้าที่เสียสละจนต้องจบชีวิตลง ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.ราชกฤษ์ อาแว

ข่าวนราธิวาส

โดยผู้โพสต์ได้เผยว่า น้องจากไปอย่างมีเกียรติ และน้องคือความภาคภูมิใจของครอบครัว รวมทั้งชาวสุไหงโก-ลก
#‎ผู้พิทักษ์สันติราชในหัวใจประชาชน‬ เด็กโก-ลก ศิษย์เก่า โรงเรียนสุไหงโก-ลก

ขณะเดียวกันผู้โพสตืได้เผยต่ออีกว่า ทั้งนี้นอกจากเจ้าหน้าที่หนุ่มดังกล่าวที่ได้เสียชีวิตแล้ว อยากให้คนไทยทุกคนร่วมส่งแรงใจไปยังเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวด้วย หลังกำลังรอทำการผ่าตัด แพทย์และพยาบาล จาก ณ มอ.หาดใหญ่ด้วย เพื่อขอให้ทุกคนปลอดภัยได้มีโอกาสกลับมาเจอหน้าครอบครัว และช่วยดูแลพี่น้องในพื้นที่บ้านเราต่อไป

โจรใต้, ข่าวภาคใต้, ส.ต.ต.ราชกฤษ์ อาแว, เจาะไอร้อง, ข่าวนราธิวาส

นอกจากนี้โลกออนไลน์ยังได้เผยแพร่ภาพของเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย ที่ได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่ก่อนออกปฏิบัติภารกิจดังกล่าวด้วย โดยมีบางคนเชื่อว่านั่นคงลางบอกเหตุที่ทำให้เกิดเหตุสลด ทั้งนี้ทางทีมข่าว MThai News ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว และขอไว้อาลัยในการจากไปแด่ ส.ต.ต.ราชกฤษ์ อาแว  คุณคือวีรบุรุษผู้เสียสละของคนไทยขณะเดียวกันก็ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ความไม่สงบนำความสงบสุขกลับมาโดยเร็ว

โจรใต้, ข่าวภาคใต้, ส.ต.ต.ราชกฤษ์ อาแว, เจาะไอร้อง, ข่าวนราธิวาส

ขอบคุณภาพจาก N a R a Peace ( น ร า สันติ )

MThai News